people / DINE WITH THE BOSS

เฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ กับภารกิจทรานส์ฟอร์ม Philips ให้เป็นมากกว่าแสงสว่าง

ยามเมื่อคลื่น Digial Disruption โหมกระหน่ำ ธุรกิจหลอดไฟฟ้าและแสงสว่างเป็นธุรกิจหนึ่งที่ถูก “disrupt” อย่างรุนแรงจากคลื่นการปฏิวัติทางเทคโนโลยี Philips ซึ่งเป็นผู้นำตลาดหลอดไฟฟ้าและแสงสว่างไทยมาถึง 66 ปี ถือเป็นองค์กรที่มีการปรับตัวขนานใหญ่ที่สุดองค์กรหนึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา 

นับตั้งแต่การแยกธุรกิจดูแลสุขภาพ (Personal Healthcare) และผลิตภัณฑ์เพื่อผู้บริโภค (Consumer Health & Well-being) ออกไปตั้งเป็นบริษัทใหม่ภายใต้ชื่อ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในเดือนกุมภาพันธ์ 2559 คงเหลือเพียงธุรกิจหลอดไฟฟ้าและแสงสว่างอยู่ภายใต้ร่มของบริษัท ฟิลิปส์ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด 

เฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า เขากำลังวางบิสิเนสโมเดลใหม่ที่ผันตัวจากการขายโปรดักต์ “แสงสว่าง” ไปสู่การเป็น “เทคโนโลยี คัมพานี” ที่มุ่งตอบโจทย์ลูกค้าด้วย “โซลูชั่น” และวางเป้าเป็นเบอร์ 1 ในตลาด IoT Lighting ให้ได้

เฉลิมพงษ์เริ่มภารกิจทรานส์ฟอร์มองค์กรในทันทีที่ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในเดือนกุมภาพันธ์ 2559 โดยการปรับโครงสร้างกำลังคนจน 1 ใน 3 ของพนักงาน และ 40% ของทีมผู้บริหารสูงสุดในปัจจุบันเป็นเลือดใหม่จากอุตสาหกรรมอื่น


หลอดไฟฟิลิปส์
(photo credit: powerengineeringint.com)

เขากล่าวว่า Philips Lighting ในอนาคตจะต้องโตไปกับกระแสของ IoT ซึ่งต้องอาศัย “skill sets” ใหม่

“ผมตั้งเป้าภายในปี 2563 ไม่เกิน 2564 ยอดขาย 1 ใน 3 ต้องมาจาก ‘Connected Lighting’ ดังนั้นในอนาคตบ้านเราสิ่งที่มันจะโตคือเรื่องของโปรเจกต์ ไม่ใช่เรื่องของคอนซูเมอร์แล้ว” เขากล่าว

 

สู่ยุค “IoT Lighting”

ในด้านลบ การเปลี่ยนผ่านสู่แอลอีดี ได้ “disrupt” ธุรกิจ ทำให้รายได้จากฝั่งคอนซูเมอร์หดหายไปอย่างมากเนื่องจากการแข่งขันตัดราคา และอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า 5-10 เท่าของหลอดแอลอีดี 

ทว่าในอีกด้านหนึ่ง แอลอีดีซึ่งเป็นดิจิทัลเทคโนโลยี ได้เปิดโอกาสใหม่ให้ฟิลิปส์เข้าสู่การเป็นมากกว่าผู้ให้แสงสว่าง อาทิ การให้บริการรับ-ส่งข้อมูลหรือที่เรียกว่า “LiFi” (Light Fidelity) ซึ่งคือโซลูชั่นการรับ-ส่งข้อมูลด้วยแสง ที่บริษัทหวังว่าจะเข้ามาท้าทายเทคโนโลยี Wi-Fi ที่เป็นการรับ-ส่งข้อมูลด้วยคลื่นวิทยุ

“อีกหน่อยเราไม่ได้เป็น Lighting Company อย่างเดียว เราจะเป็น Data Company ด้วย ข้อดีของแสงที่หลายระบบไม่มีคือมันมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง” เขากล่าว

นอกจากรับ-ส่งข้อมูลแล้ว คลื่นแสงยังสามารถนำไปใช้เป็นตัว detector เช่นตรวจจับอุณหภูมิ วัดปริมาณ หรือ mobility ของคนที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ ทำให้ฟิลิปส์เห็นโอกาสในการบุกเบิกตลาดใหม่ๆ เช่น ค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สนามบิน ฯลฯ


คลื่นแสงนำไปใช้ประโยชน์ทางเทคโนโลยีได้ เช่น เป็น Li-Fi รับส่งข้อมูลด้วยแสงแทน Wi-Fi ที่เป็นคลื่นวิทยุ หรือนำมาเป็น detector ตรวจวัดความเคลื่อนไหว ทำให้ใช้แทนจีพีเอสภายในอาคารได้แม่นยำกว่า
(photo credit: smartcitiesworld.net)

“อีกตัวอย่างที่ตื่นเต้นมาก คือการใช้แสงเหมือนเป็นจีพีเอสภายในอาคาร ผมป้อนไอพีแอดเดรสให้กับไฟแต่ละจุด สมมติในซูเปอร์มาร์เก็ต ไฟที่อยู่เหนือศีรษะเราเวลาเดินช็อปฯ ถ้าผมมีแอพฯ ที่มี store layout ว่าเราอยู่ตรงไหน แล้วผมให้ไลท์ติ้งจดจำไอพีไว้ ก็จะรู้เป๊ะๆ เลยว่าเราอยู่ตรงไหนของห้างฯ”

“เพราะฉะนั้นในอนาคตเวลาอยากเดินไปซื้อแปรงสีฟัน ยาสีฟัน ไม่ต้องเดินงมแล้วครับว่ามันอยู่ล็อกไหน ให้ไอ้นี่มัน navigate เราไปเลย ดูจากมือถือจะบอกเลยว่าอยู่ตรงไหนแล้วต้องเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา” เขากล่าว

จากความสำเร็จในการทดลองใช้ระบบนี้ซึ่งเฉลิมพงษ์กล่าวว่ามีความแม่นยำในระดับบวกลบ 30 เซนติเมตร มากกว่าระบบจีพีเอส

ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งประสบความสำเร็จในการปิดดีลติดตั้งและปรับปรุงระบบไฟส่องสว่างอัจฉริยะให้กับสนามลู่ปั่นจักรยานเจริญสุขมงคลจิต (Sky Lane) ซึ่งได้กลายเป็นลูกค้า outdoor ที่ใช้ smart lighting solutions ของฟิลิปส์รายแรกในไทย 

โดยมีการปรับปรุงระบบไฟส่องสว่างรอบลู่ปั่นจำนวนทั้งหมดกว่า 1,000 จุดให้เป็นเสาไฟอัจฉริยะที่ควบคุมได้จากส่วนกลางผ่านระบบ 3G


เสาไฟอัจฉริยะ สามารถสื่อสารด้วยระบบ 3G ควบคุมโดยระบบส่วนกลางได้ว่าเครื่องไหนมีปัญหาต้องการการซ่อมแซม ติดตั้งในไทยครั้งแรกที่ลู่ปั่นจักรยาน Sky Lane สนามบินสุวรรณภูมิ
(photo credit: Post Today)

“ในอนาคตถ้ามีระบบนี้ มันรายงานได้เรียลไทม์และทำได้แม้กระทั่งสมมติว่าไฟดวงนี้ในซอยนี้ดับ ก็จะส่งสัญญาณกลับมาที่ศูนย์ให้ทราบว่าแอเรียนี้ อำเภอนี้ ตำบลนี้ (ไฟดับและสามารถ) ส่งอีเมลหรือข้อความไปบอกช่างว่าเสาไฟต้นที่ เอ บี ซี ดับอยู่ให้ออกไปซ่อมเถอะ”

อย่างไรก็ตามเขากล่าวว่าในประเทศไทยยังมีอุปสรรคที่ระบบการประมูลภาครัฐไม่อนุญาตให้มีการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการจากผู้ประมูลที่มีอยู่เพียงรายเดียว ในขณะที่ฟิลิปส์เป็นผู้ผลิตโซลูชั่นนี้แต่ผู้เดียวในปัจจุบัน

 

Smart Home Solutions จุดเปลี่ยนตลาดคอนซูเมอร์

อายุการใช้งานของหลอดแอลอีดีที่ยาวนานกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์ 5-10 เท่า ทำให้ตลาดทดแทนของผู้ผลิตทุกแบรนด์หดหายไปแทบจะหมดสิ้น อย่างไรก็ตามฟิลิปส์ตั้งความหวังว่าการพัฒนาระบบไฟฟ้าให้เป็น smart device จะช่วยพลิกฟื้นตลาดได้

“เมื่อมี smart (โซลูชั่น) คนอาจจะเริ่มเปลี่ยนวิธีการใช้ไฟ เหมือนกับวิธีการใช้มือถือ เราไม่เคยรอให้มันพังแล้วเปลี่ยน แต่เราเปลี่ยนเพราะมีลูกเล่นใหม่ รุ่นใหม่” เฉลิมพงษ์กล่าว

เพื่อชิมลางตลาดนี้ ฟิลิปส์ได้เปิดตัว “ฮิว” ซึ่งเป็นชุด “แก็ดเจ็ต” หลอดไฟที่สามารถควบคุมด้วยแอพพลิชั่นและเสียงในตลาดไทยเมื่อมีนาคมที่ผ่านมา และสามารถสร้างยอดจำหน่ายได้ 3 เท่าของเป้าหมายที่ตั้งไว้ 


แก็ดเจ็ต
“ฮิว” ควบคุมแสงไฟด้วยแอพพลิเคชั่น สามารถปรับสีที่ต้องการได้อย่างใจ 

อย่างไรก็ตามเฉลิมพงษ์กล่าวว่าตลาด smart lighting ในบ้านจะเกิดได้อย่างจริงจัง คงต้องรอให้มีแพลตฟอร์มกลาง หรือ Smart Home Solutions สำหรับระบบต่างๆ ในบ้านเกิดขึ้นก่อน ซึ่งมีข่าวว่า Amazon จะนำเอาโซลูชั่นดังกล่าวที่เรียกว่า Alexa เข้ามาตลาดไทยในปีหน้า

ฟิลิปส์คาดว่าตลาดแสงสว่างในประเทศซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาทจะเติบโต 2.8-3% ในปีนี้ ใกล้เคียงกับปีที่แล้วที่โต 3% เนื่องจากนโยบายภาครัฐในการลงทุนปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานเริ่มมีความก้าวหน้า

จากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า บริษัท ฟิลิปส์ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด รายงานกำไรสุทธิ 696.83 ล้านบาทในปี 2559 เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่าตัวจากปีก่อนหน้าซึ่งมีกำไรสุทธิ 154.30 ล้านบาท แม้ว่ายอดรายรับจะลดลงจาก 9.15 พันล้านบาทในปี 2558 เป็น 5.32 พันล้านบาทในปี 2559 เนื่องจากมีการแยกธุรกิจดูแลสุขภาพและผลิตภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคออกเป็นอีกบริษัทหนึ่งดังกล่าวข้างต้น


หมายเหตุ: รายได้ปี 2559 ของฟิลิปส์ อิเล็กทรอนิกส์ ลดลงมากเนื่องจากมีการแยกธุรกิจดูแลสุขภาพและผลิตภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคออกไปเป็นบริษัท ฟิลิปส์
(ประเทศไทย) 

มองไปข้างหน้าเฉลิมพงษ์มองว่าโจทย์ยากที่สุดของเขามี 2 ประการ อย่างแรกคือการพัฒนาคนในองค์กรให้มีความเข้าใจรูปแบบใหม่ของธุรกิจ สองคือการทำความเข้าใจกับลูกค้าถึงประโยชน์ที่มากกว่าแสงสว่าง

นอกจากนี้ เขามองภาพในอนาคตที่ฟิลิปส์จะมี “recurring income” จากการให้บริการคล้ายๆ กับการขายประกัน Apple Care ของบริษัท Apple

“ตอนนี้เรามองแม้กระทั่งในอนาคตเราจะให้เช่าไฟ สมมติว่าผมเซ็นสัญญากับลูกค้า 10 ปี สิ่งที่ผมการันตีคือคุณต้องได้แสงแบบนี้ตลอดช่วงระยะเวลา 10 ปี แล้วผมคิดเงินคุณเป็นเดือน เพราะฉะนั้นเขาไม่ได้ถือสินทรัพย์ แต่สิ่งที่เขาจ่ายคือการใช้ไฟ เหมือนกับเครื่อง Xerox ที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่เราไปใช้บริการ” เฉลิมพงษ์กล่าวสรุปตบท้าย

 

ภาพประกอบ: มังกร สรพล

[หมายเหตุ: บทความนี้ทำการสัมภาษณ์ก่อนที่เฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ จะย้ายไปเป็น รองประธาน ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ซึ่งมีผลเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561]


คลิกอ่านฉบับเต็มของ "เฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ กับภารกิจทรานส์ฟอร์ม Philips ให้เป็นมากกว่าแสงสว่าง" ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับ มิถุนายน 2561 ในรูปแบบ e-Magazine


พิชญ ช้างศร
Editor in Chief

Update : 18 กรกฎาคม 2561

View : 1,434



Most Popular
1

วาสนา ลาทูรัส, NaRaYa กระเป๋าผ้าพันล้าน

Update : 27 กุมภาพันธ์ 2558

view : 42,230

2

ศรีตรังนำทัพยางไทย แจ้งเกิดแบรนด์ระดับโล

Update : 12 กันยายน 2559

view : 33,118

3

ชัยวัฒน์-วนัส แต้ไพสิฐพงษ์ สองรุ่นร่วมสร

Update : 24 กุมภาพันธ์ 2560

view : 33,006


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group