people / THRIVING 30s

ศุภชัย วรอภิญญาภรณ์ แห่ง 'ธนสรรไรซ์' เสือตัวใหม่วงการผู้ส่งออกข้าว

จากพ่อค้าข้าวเปลือกไต่เต้าสู่เครือโรงสีรายใหญ่ และก้าวกระโดดสู่ธุรกิจส่งออกข้าว ชายหนุ่มคนรุ่นใหม่จากพิจิตรผู้ติดจรวดเครือธนสรรไรซ์ จับจังหวะเปิดเส้นทางสู่เบอร์ 3 บริษัทผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของไทยภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี

ศุภชัย วรอภิญญาภรณ์ ประธานกรรมการ บริษัท ธนสรรไรซ์ จำกัด วัย 37 ปี หรือที่หลายคนเรียกเขาว่า “เสี่ยแอร์” ต้อนรับทีม Forbes Thailand ในห้องรับรองที่สำนักงานท่าเรือธนสรร มารีน่า จ.ปทุมธานี 

เขาเป็นลูกพ่อค้าชาวพิจิตรที่โตมากับการค้าข้าวและผลักดันธุรกิจของครอบครัวให้ก้าวหน้าจากท่าข้าวสู่โรงสี กระทั่งหาโอกาสแหวกเส้นทางตลาดส่งออกข้าวที่มีผู้เล่นรายใหญ่ไม่กี่รายได้สำเร็จ จนถึงปี 2560 เครือธนสรรไรซ์ทำรายได้ไปแล้วกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท

หลังจบปริญญาตรีจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ศุภชัย-ลูกชายคนสุดท้องของตระกูล กลับสู่ จ.พิจิตร เพื่อช่วยครอบครัวทำกิจการท่าข้าว ซึ่งขณะนั้นครอบครัววรอภิญญาภรณ์มีวิสัยทัศน์ที่จะขยายกิจการจากสู่ขั้นต่อไปในวงจรตลาดข้าวคือการผันตัวสู่โรงสี 


ท่าเรือธนสรรไรซ์ จ.ปทุมธานี

เมื่อปี 2549 จึงเทกโอเวอร์กิจการโรงสีที่ จ.ชัยนาท และให้ศุภชัยเข้าไปเรียนรู้งานกับเจ้าของเดิม และค่อยขยายเครือโรงสีเรื่อยมาจนปัจจุบันธนสรรไรซ์มีมีโรงสีรวมทั้งหมด 5 แห่ง ทำสินค้าข้าวครบทุกประเภทหลัก ได้แก่ ข้าวขาว ข้าวหอมปทุม ข้าวนึ่ง และข้าวหอมมะลิ รวมทุกประเภทมีกำลังผลิต 1.2 หมื่นตัน/วัน

โรงสีดำเนินต่อเนื่อง 3-4 ปี ศุภชัยก็เริ่มศึกษาและเตรียมผันตัวเป็นผู้ส่งออกราวปี 2552-53 เพื่อถีบตัวให้หลุดจาก “คอขวด” ของโรงสีที่มีนับ 2 พันโรงทั่วประเทศ แต่ผู้ส่งออกไทยที่เป็นรายใหญ่และมีศักยภาพมีเพียง 5 รายจากทั้งหมดกว่า 100 ราย ที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “5 เสือผู้ส่งออกข้าว”

ระหว่างเตรียมตัวศึกษาเส้นทางสู่การเป็นผู้ส่งออก ในปี 2555 ศุภชัยแต่งงานกับ ดวงทิพย์ วรอภิญญาภรณ์ ลูกสาวเจ้าของโรงสีข้าวใน จ.นครสวรรค์ ดวงทิพย์จบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ จาก University of Wollongong ประเทศออสเตรเลีย เธอจึงเข้ามาเป็นกำลังของบริษัทในแผนกจัดการเอกสารสัญญาและร่วมกับศุภชัยในการดึงตัวบุคลากรฝีมือดีเข้ามาสร้างทีมแผนกเอกสารการเงิน บัญชี ฝ่ายขาย โลจิสติกส์

ในที่สุดจังหวะออกหมัดที่รอคอยก็มาถึง เมื่อปี 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าทำรัฐประหาร ส่งผลให้โครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกยกเลิก ราคาข้าวไทยที่เคยสูงจึงดิ่งลงแตะ 400 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน (ราคา FOB) ซึ่งถูกกว่าข้าวจากประเทศอินเดียและเวียดนาม ทำให้คำสั่งซื้อข้าวพุ่งมาที่ประเทศไทยจำนวนมาก

“ลูกค้าหาซื้อข้าวในเมืองไทยเยอะเลย แม้แต่ 5 เสือผู้ส่งออกข้าวเขาก็ทำไม่ทันจนลูกค้าถูกคัดเตะออกมา เราเลยตัดสินใจว่าเราเข้าจังหวะนี้เป็นจังหวะที่ดีในการส่งออก เพราะจะมีโอกาสคัดเลือกลูกค้ามากขึ้นและตลาดมีความต้องการสูง” ศุภชัยกล่าวถึงช่วงปี 2557 ที่บริษัทมีโอกาสส่งออกข้าวล็อตแรกปริมาณ 7.5 หมื่นตันได้สำเร็จ

 

ธุรกิจครบวงจรคือเกราะป้องกันตัว

การที่ธนสรรไรซ์จะก้าวเข้ามาเป็นเสือตัวที่ 6 ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย ศุภชัยเล่าว่าวงจรสินค้าข้าวจนถึงการส่งออกจะต้องใช้รถบรรทุกและเรือขนสินค้าล่องแม่น้ำเจ้าพระยาไปที่ท่าเรือเกาะสีชัง ช่องว่างตรงนี้เป็นโอกาสให้เกิดการกักพาหนะหรือโก่งราคาจนต้นทุนสูงได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ธนสรรไรซ์ต้องพบเจอ


"ผมว่าการทำธุรกิจมีอุปสรรคตลอด แต่การแก้ไขนั้นอยู่ที่มุมมองของแต่ละคน เมื่อเราไม่ได้มองว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ ปัญหาก็แก้ไขได้" -- ศุภชัย วรอภิญญาภรณ์ 

ช่วงปลายปีนั้นเอง ศุภชัยจึงตัดสินใจว่าเขาจะต้องมีระบบโลจิสติกส์ทั้งรถและเรือของตนเองเพื่อให้ธุรกิจครบวงจร สามารถควบคุมต้นทุนและเวลาได้เบ็ดเสร็จ

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2559 บริษัทจึงลงทุนซื้อที่ดินและก่อสร้างท่าเรือธนสรร มารีน่า มูลค่า 1.6 พันล้านบาท บนที่ดินขนาด 80 ไร่ที่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี และเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบเมื่อเดือนกรกฎาคม 2560 ปัจจุบันธนสรรไรซ์มีรถสิบล้อพ่วงทั้งหมด 180 คันและเรือโป๊ะ 22 ลำ เป็นเครือข่ายโลจิสติกส์ในการรวบรวมข้าวส่งออก

การเติบโตของธนสรรไรซ์จากระบบที่ครบวงจรสะท้อนสู่ปริมาณการส่งออกและรายได้ โดยข้อมูลจากเครือธนสรรไรซ์รายงานว่า ปี 2560 ซึ่งระบบโลจิสติกส์ของบริษัทเริ่มดำเนินการแล้ว ส่งให้การส่งออกของบริษัททะลุหลักล้านเพิ่มเป็น 1.077 ล้านตัน รายได้ขยับขึ้นอีก 5.1% จากปีก่อนหน้าเป็น 2.28 หมื่นล้านบาท และยังคงยึดหัวหาดอันดับ 3 ของตลาดผู้ส่งออกข้าวไทย

 

คิดเร็วทำเร็วอย่างระมัดระวัง

การเติบโตที่รวดเร็วของธนสรรไรซ์ทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัย ซึ่งศุภชัยตอบคำถามนี้ว่าจุดแข็งที่ทำให้เขาโตเร็วมาจากหลายส่วน พื้นฐานหลักคือการที่เขามีโรงสีข้าวของตัวเอง

“เราเป็นผู้ผลิตเอง รับซื้อจากชาวนาเอง เราจึงได้เปรียบผู้ส่งออกรายเก่าๆ อยู่แล้ว ตอนนั้นผู้ส่งออกรายใหญ่แทบไม่มีโรงสีเลย แต่เรามี ทำให้เราข้ามขั้นตอนไปขั้นหนึ่งเราจึงมีต้นทุนถูกกว่าคนอื่น 4-5 เหรียญต่อตันซึ่งปกติส่วนต่างนี้ต้องเป็นกำไรของโรงสี” ศุภชัยกล่าว


โรงสีธนสรรไรซ์ จ.ชัยนาท

นอกจากนั้นโรงสีในเครือยังมีสินค้าข้าวครบทุกประเภท ทำให้ลูกค้าที่เข้ามาไม่หลุดมือ องค์ประกอบทุกส่วนดังกล่าวดำเนินการภายใต้กรอบการทำงานของศุภชัย คือ อะไรที่เสี่ยง ไม่ทำ เหตุนี้ศุภชัยจึงค้าขายโดยไม่ให้เครดิตเทอม ภายในบริษัทจึงมีการจัดเกรดลูกค้าผ่านการประเมินของทุกแผนกในทุกขั้นตอน ถ้าเสี่ยงมากก็จะไม่ค้าขายด้วยเด็ดขาด

 

ต่อยอดผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ

สัดส่วนรายได้ของเครือธนสรรไรซ์มาจากการส่งออกเป็นหลัก โดยศุภชัยกล่าวว่าเมื่อปี 2560 จากรายได้รวม 2.28 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการส่งออกผ่านบริษัท ธนสรรไรซ์ จำกัด และบริษัท พรีเมียมไรซ์ เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด รวมมูลค่า 1.77 หมื่นล้านบาทหรือคิดเป็นสัดส่วน 77% ของรายได้ ส่วนที่เหลือ 22% หรือราว 4,992 ล้านบาท มาจากการขายข้าวจากโรงสีให้กับผู้ซื้อภายในประเทศ และอีก 1% หรือ 150 ล้านบาทมาจากการผลิตข้าวถุงจำหน่ายในประเทศภายใต้แบรนด์จัสมิน


ข้าวถุงจัสมิน ข้าวระดับพรีเมียมหวังตีตลาดระดับบน

ทิศทางของธนสรรไรซ์ในอนาคต ศุภชัยแจกแจงว่าบริษัทจะเริ่มมุ่งเน้นที่การต่อยอดธุรกิจอื่น คือกลุ่มผลิตภัณฑ์ปลายน้ำสู่ผู้บริโภครายย่อย โดยมีผลิตภัณฑ์ที่เริ่มต้นแล้วในปี 2560 คือข้าวถุงพรีเมียมแบรนด์จัสมิน สร้างยอดขาย 150 ล้านบาทภายในปีแรกที่วางจำหน่าย

กลยุทธ์การขายจะเน้นจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้นและจัดส่งโดยบริษัทขนส่ง เช่น Line Man, Kerry ลดการพึ่งพิงจุดจำหน่ายในโมเดิร์นเทรด ซึ่งมีค่าวางจำหน่ายสูงมูลค่า 20% ของราคาขาย สามารถเปลี่ยนส่วนต่างนี้มาเป็นค่าจัดส่งให้ลูกค้าแทนได้ ทำให้ผู้ซื้อได้รับสินค้าในราคาเดียวกันโดยไม่ต้องเดินทางไปที่จุดจำหน่ายเอง

นอกจากนี้ เขายังอยู่ระหว่างศึกษาการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากข้าว โดยร่วมมือกับทีมวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อผลิตอาหารที่แปรรูปจากข้าว เช่น ขนมขบเคี้ยว พร้อมศึกษาตลาดทั้งภายในและต่างประเทศเพื่อหาช่องทางจำหน่าย คาดว่าจะสามารถสรุปแผนงานเพื่อเตรียมผลิตจำหน่ายใน 2 ปี

“ผมเห็นว่าประเทศญี่ปุ่นนำเข้าข้าวไทยปีหนึ่งไม่ใช่น้อย ขนมโมจิและอีกหลายอย่างของเขาทำจากข้าวทั้งนั้น ญี่ปุ่นซื้อข้าวไทยกิโลกรัมละ 10-20 บาท แต่ขายโมจิก้อนละ 40-50 บาท คนไทยเรามีข้อได้เปรียบที่เรามีวัตถุดิบเอง ต้นทุนเราจะถูก เราจึงอยากทำตรงนี้” ศุภชัยเล่าถึงที่มาของแนวคิดของเป้าหมายขั้นต่อไปในใจนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงคนนี้

 

 

ภาพ: กิตติเดช เจริญพร


คลิกอ่านฉบับเต็มของ "ศุภชัย วรอภิญญาภรณ์ แห่ง "ธนสรรไรซ์" เสือตัวใหม่วงการผู้ส่งออกข้าว" ได้ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับ พฤษภาคม 2561 ในรูปแบบ e-Magazine


พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer

Update : 14 มิถุนายน 2561

View : 5,689


Most Popular
1

วาสนา ลาทูรัส, NaRaYa กระเป๋าผ้าพันล้าน

Update : 27 กุมภาพันธ์ 2558

view : 39,140

2

ศรีตรังนำทัพยางไทย แจ้งเกิดแบรนด์ระดับโล

Update : 12 กันยายน 2559

view : 29,923

3

ชัยวัฒน์-วนัส แต้ไพสิฐพงษ์ สองรุ่นร่วมสร

Update : 24 กุมภาพันธ์ 2560

view : 25,471


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
ภารไดย ธีระธาดา
Mentor Coach focused on Personal Executive Development
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader