people / DINE WITH THE BOSS

Hester Chew กับโอกาสใหม่ใน 'Asian Foods'

Dine with the Boss ครั้งนี้เราไม่ได้นัดกันในร้านอาหารเหมือนทุกๆ ครั้งที่ผ่านมาเนื่องจากแขกคราวนี้ คือ Hester Chew ประธาน คณะกรรมการและซีอีโอ บริษัท แมคไทย จำกัด ผู้บริหารแฟรนไชส์ McDonald’s ในประเทศไทย

เราจึงตกลงใช้ห้องรับรองของแมคไทยบนชั้น 5 อาคารบิ๊กซี ราชดำริ ซึ่งมีทั้งมุมโซฟาและเคาน์เตอร์บริการเครื่องดื่มนานาชนิดแล้วสั่ง Signature Collection ชุดเนื้อแองกัสที่เสิร์ฟพร้อมเฟรนช์ฟรายส์ และน้ำอัดลมเพื่อให้ได้บรรยากาศของ Quick Service Restaurant (QSR)

Hester จะครบรอบ 30 ปีที่เขาเดินทางเพื่อมาทำงานในประเทศไทยในเดือนตุลาคมนี้ เมื่อเขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานภูมิภาคของ Tricon Global Restaurants (ปัจจุบันคือ Yum! Brands, Inc) ที่สิงคโปร์ในขณะนั้นให้เข้ามารับตำแหน่งเป็นผู้จัดการทั่วไปบริษัทร่วมทุนระหว่าง Tricon กับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ที่เพิ่งได้รับสิทธิ์ในการบริหารแฟรนไชส์ KFC ในประเทศไทย

“ตอนนั้นทั้ง KFC McDonald’s มีประมาณ 4 สาขาเท่านั้น ผมมาเริ่ม JV ใหม่กับซีพี มีประเสริฐ พุ่งกุมาร สมัยก่อนก็เจอคุณมิน คุณพงษ์ คุณอดิเรก ดร.อาชว์ (ปัจจุบัน) ผมก็ยังทานข้าวกับคุณอดิเรกอยู่ปีที่แล้วก็กินข้าวกับคุณประเสริฐ นานๆ ที ก็คุยกับ ดร.หลิน กินข้าวคุยถามสารทุกข์สุกดิบกันไม่มีอะไร”

จาก 4-5 สาขา KFC ภายใต้การนำของ Hester ได้เติบโตขึ้นมาเป็นเครือข่าย QSR ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยด้วยจำนวน 300 สาขาภายในเวลา 13 ปี โดยมีหตุการณ์พิสูจน์ฝีมือเขาที่สุดอาจเป็นช่วงปี 2543-2544 ที่ Bill Heinecke ยื่นฟ้อง Tricon ที่ศาลใน New York แล้วปลดป้ายร้าน Pizza Hut ทั้ง 116 สาขาในไทยเปลี่ยนเป็น The Pizza Company

ซึ่งหลังจากนั้น เขาได้เริ่มสร้างเครือข่าย Pizza Hut ในไทยใหม่จากศูนย์ Hester ใช้เวลา 2 ปีเปิดสาขา Pizza Hut ได้ประมาณ 100 สาขา ในช่วงที่อยู่ Tricon เขายังเป็นผู้นำเอา Taco Bell เข้ามาเปิดในสิงคโปร์ และเปิดสาขาแรกของ KFC ในเวียดนามอีกด้วย

หลังจากทำงานที่ KFC ประมาณ 20 ปี ราวปี 2545 Hester ลาออกไปร่วมงานกับ Délifrance แฟรนไชส์ร้านเบเกอรี่จากฝรั่งเศส ในฐานะผู้บริหารเบอร์ 1 ที่ดูแลตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และหลังจากนั้นได้ตั้งบริษัทที่ปรึกษาที่เน้นลูกค้าในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) รวมทั้งธุรกิจแฟรนไชส์ในเอเชีย จนกระทั่งได้รับเชิญจาก วิชา พูลวรลักษณ์ ให้มาร่วมทุนซื้อแฟรนไชส์ McDonald’s จากบริษัทแม่ในปี 2549

“มกราคม ปี 2006 FA (financial advisor ของ McDonald’s) เขาอยากขาย FA ไปหาหลายบริษัทอยู่ สุดท้ายก็เป็นวิชากับผม วิชาเป็นหุ้นใหญ่ ผมกับวิชารู้จักกันใกล้ 30 ปีแล้วเพราะผมเปิดสาขาที่ 3 KFC อยู่ห้างเวลโก้ปิ่นเกล้า ของพ่อเขา แล้ววิชามีออฟฟิศเป็นเจ้าของที่ พี่ชายเขาเป็นเอ็มดี วิชาเป็นมาร์เก็ตติ้งไดเร็กเตอร์ ผมก็สนิทคุยกับเขาเป็นเพื่อนกันอยู่”


 

ลงทุนเพื่ออนาคต

Hester บอกว่า 11 ปีที่ผ่านมาแมคไทยไม่เคยขาดทุนเลย โดยสามารถทำกำไรได้ตั้งแต่ปีแรก อย่างไรก็ตามกำไรในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมาลดลงไปพอสมควรเนื่องจากบริษัทโหมลงทุนเพื่อขยายสาขา standalone และ drive-thru ซึ่งใช้เงินลงทุนสูง แต่เขามองว่าน่าจะช่วยสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าในระยะยาว นอกจากนี้เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ McDonald’s ไม่สามารถปรับราคาสินค้าขึ้นมา 2 ปีแล้ว

“การลงทุนในสาขา free-standing สูงกว่า สัญญาเช่าเฉลี่ย 20-25 ปี ยาวกว่าศูนย์การค้าที่เฉลี่ย 12 ปี ผมคิดระยะยาวเพราะในอนาคต 5 ปีพื้นที่ดีๆ ในระยองชะอำ อาจจะไม่มีอีกแล้ว บางทีอีก 3 ปีอาจจะดีกว่า แต่ถ้ารอ 3 ปีอาจไม่มีโอกาส”

ปัจจุบัน McDonald’s มีสาขาทั้งสิ้น 252 แห่งในประเทศไทย (ในจำนวนนี้ 82 สาขา หรือประมาณ 1 ใน 3 เป็น standalone/drive-thru) เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจาก 96 สาขาเมื่อ 12 ปีที่แล้วที่วิชาและ Hester เทกโอเวอร์กิจการมาจากบริษัทแม่เจ้าของแฟรนไชส์ในสหรัฐอเมริกา Hester มอง McDonald’s ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในไทย โดยดูจากจำนวนลูกค้าซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 9-10 ล้านคนต่อเดือน และจำนวน visit ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1.3 ครั้งต่อเดือน



มองธุรกิจใหม่ “Asian Foods”

Hester กล่าวว่าเรื่องธุรกิจใหม่นั้นยังเป็นสิ่งที่แมคไทยมองเห็นโอกาสในการเติบโตจากการใช้ competencies ที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคน การฝึกอบรมและกระบวนการจัดการต่างๆ อย่างไรก็ตามการทำธุรกิจใหม่ๆ นั้น จะต้องมีการพูดคุยกับบริษัทแม่เจ้าของแฟรนไชส์ McDonald’s ให้เรียบร้อยก่อนด้วยเช่นกัน

“ผมก็เคยคุยกับเขา เขาบอกยูต้องเมคชัวร์ไม่ compete ผมบอกผมทำอะไรก็ไม่อยาก compete แต่ถ้าเป็นอาหารก็ต้องแข่งแล้วใช่ไหม ผมจึงอยากจะเคลียร์ทุกอย่างก่อนแต่ก็จะเป็นโปรดักส์ใหม่ คอนเซปท์ใหม่แน่นอน ก็คิดอยู่ สาขาก็อาจจะเล็กกว่า ลงทุนน้อยกว่าแมคเยอะ โปรดักส์ก็เสิร์ฟได้ 2-3 มื้ออาหารเช้า อาหารเย็น snack ต้องกินอิ่มไม่ได้กินเล่นอย่างเดียวใช่ไหม”

Key success

เมื่อถามถึงปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จ Hester ตอบว่าคือการทำงานหนักแต่ขณะเดียวกันการทำงานหนักไม่จำเป็นต้องซีเรียส และจะต้องโฟกัสในสิ่งที่ถูกต้อง

“ผมคิดว่าเราทำงานหนัก แต่เราไม่จำเป็นต้องทำตัวเองซีเรียส คุณสามารถสนุกสนานอย่างผมก็อาจจะแต่งตัวในชุดตลกๆ ในบางครั้ง เพราะถ้าเราทำตัวซีเรียส องค์กรก็จะมีความซีเรียสตามไปด้วย ผมคิดว่าองค์กรต้องสบายๆ หน่อย แต่ต้องโฟกัสอยู่ในงาน และในสิ่งที่ควรต้องใส่ใจ”

ภาพประกอบ: มังกร สรพล


คลิกอ่านฉบับเต็ม "Hester Chew กับโอกาสใหม่ใน Asian Foods'" ได้ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับ เมษายน 2561 ในรูปแบบ e-Magazine


พิชญ ช้างศร
Editor in Chief

Update : 01 มิถุนายน 2561

View : 1,145


Most Popular
1

วาสนา ลาทูรัส, NaRaYa กระเป๋าผ้าพันล้าน

Update : 27 กุมภาพันธ์ 2558

view : 40,990

2

ศรีตรังนำทัพยางไทย แจ้งเกิดแบรนด์ระดับโล

Update : 12 กันยายน 2559

view : 31,422

3

ชัยวัฒน์-วนัส แต้ไพสิฐพงษ์ สองรุ่นร่วมสร

Update : 24 กุมภาพันธ์ 2560

view : 29,650


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group