people / COVER STORY

จับชีพจรค้าปลีกก่อสร้าง ลับคมกลยุทธ์ 'ป่าล้อมเมือง'

โอกาสของอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างรับอานิสงส์กำลังซื้อในประเทศฟื้น ช่วยปรับลดอุณหภูมิการแข่งขันในสมรภูมิโมเดิร์นเทรด เล็งติดอาวุธขยายสาขาแบบดาวกระจายทุกพื้นที่ พร้อมเสริมทัพธุรกิจแกร่ง

ภาพรวมอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างที่มีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มสูงตามเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศนับตั้งแต่ช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้นักวิเคราะห์ต่างส่งสัญญาณเชิงบวกให้ธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง ซึ่งได้รับอานิสงส์การฟื้นตัวจากช่วงโลว์ซีซั่นสู่ผลกำไรต่อเนื่องในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า

นักวิเคราะห์ของ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า “จีดีพีของไทยในปี 2561 จะขยายตัว 4.8% หรือสูงกว่าประมาณการเติบโตจีดีพีปี 2560 ที่ 4% และการบริโภคในประเทศคาดว่าจะเติบโต 3.8% จากที่คาดว่าจะเติบโต 3.2% ในปี 2560 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) ฟื้นตัวตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็น 65.2 ในเดือนพฤศจิกายน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งหมายความว่าการจับจ่ายใช้สอยน่าจะเร่งตัวขึ้นอีก”

สำหรับแนวโน้มการเติบโตของวัสดุก่อสร้างจะได้รับปัจจัยหนุนจากโครงการภาครัฐ ซึ่งช่วยกระตุ้นการลงทุนและการก่อสร้างให้ขยายตัว โดยเฉพาะงานโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วง รถไฟฟ้าสายสีส้ม ทางด่วนพระราม 3 และรถไฟรางคู่เฟส 2 เป็นต้น รวมถึงการขยายตัวของกำลังซื้อที่จะเป็นแรงผลักดันให้กลุ่มครัวเรือนใช้จ่ายเกี่ยวกับการสร้างบ้าน การซ่อมแซมบ้าน และการซ่อมแซมสำนักงานมากขึ้น

ขณะที่กลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างจะเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรง ท่ามกลางทางเลือกโมเดิร์นเทรดจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ไทวัสดุ ดูโฮม เมกาโฮม บุญถาวร

แต่ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL ยังคงเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นและสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยเฉพาะผู้บริโภคในพื้นที่ต่างจังหวัด จากกลยุทธ์การขยายสาขาในต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ด้วยแผนการลงทุนเปิดสาขาเพิ่ม 6-8 สาขาต่อปีจาก 55 สาขา ณ สิ้นปี 2560 รวมถึงลักษณะร้านค้าวัสดุก่อสร้างแบบครบวงจรของ GLOBAL ที่มีความแตกต่างจากร้านค้าในรูปแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็น ด้านการบริหารต้นทุน ความหลากหลายของสินค้า การส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง และฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ทำให้บริษัทสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้


คาดการณ์รายได้ GLOBAL โดย KGI

“เรามองว่ายอดขายบริษัทปี 2561 จะเติบโตที่ 14% จาก Same Store Sale Growth (SSSG) ที่จะกลับมาเป็นบวก และการขยายสาขาอีก 6 สาขา ซึ่งการขยายสาขาของบริษัทน่าจะอยู่ในช่วง aggressive ไปอีก 2-3 ปี จากการเติบโตของตลาดวัสดุก่อสร้าง และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่ง”

นอกจากนี้ เคจีไอยังคาดการณ์กำไรปี 2561 ของ GLOBAL อยู่ที่ 1.98 พันล้านบาท เติบโตที่ 23% ซึ่งค่อนข้างโดดเด่นเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 ที่คาดการณ์กำไรที่ 1.61 พันล้านบาท เติบโตเพียง 7.6% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นทยอยปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 21.2% จาก 21.0% ปี 2560 และ 20.6% ปี 2559


คาดการณ์กำไร GLOBAL โดย KGI

“เนื่องจากการเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้า house brand ที่มีอัตรากำไรขึ้นต้นสูงกว่าสินค้า commercial brand ซึ่งบริษัทตั้งเป้าสัดส่วนของ house brand ที่ 15% ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า และการบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นหลังเปิดศูนย์กระจายสินค้า (DC) แห่งใหม่”

 

เปิดประตูต่างแดน

กลยุทธ์การขยายสาขาของผู้ประกอบการในธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างไม่จำกัดเฉพาะในประเทศ แต่ยังเล็งโอกาสสร้างอาณาจักรในต่างประเทศ ตามแรงกระตุ้นการขยายการให้บริการรับสร้างบ้าน และโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศ ซึ่งกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา กัมพูชา และลาว นับเป็นตลาดสินค้าวัสดุก่อสร้างที่สำคัญของไทย โดยเฉพาะร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้างในจังหวัดจุดการค้าชายแดนที่มีลูกค้าจากประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงมาสั่งซื้อวัสดุก่อสร้าง เช่น ไม้ สีทาอาคาร กระเบื้องปูพื้นปิดผนัง เป็นต้น

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังให้คำแนะนำสำหรับร้านค้าวัสดุก่อสร้างที่ต้องการขยายสาขาข้ามพรมแดนว่า ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการ วางระบบเกี่ยวกับการซื้อมาขายไป การทำบัญชีให้รัดกุม การมัดใจลูกค้าเก่าและเพิ่มลูกค้าใหม่ ด้วยปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ทำเลที่ตั้งและขนาดของร้านซึ่งมีความสัมพันธ์กับตลาดและสินค้าในร้าน

โดยแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นคลังสินค้าและบริเวณจอดรถขนถ่ายสินค้าในพื้นที่ที่มีร้านค้าวัสดุก่อสร้างไม่มาก รวมถึงการสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า ด้วยการบริการครบวงจรและสามารถให้ข้อมูลหรือคำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าได้

นอกจากนั้น ธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างยังเป็นธุรกิจที่ใช้เงินหมุนเวียนมาก เพราะต้องมีสินค้าคงคลังพร้อมขาย ซึ่งค่าใช้จ่ายถือเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องมีการบริหารจัดการสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการคัดเลือกประเมินผลคู่ค้า (Vendor’s Service Level) ประกอบด้วย ความสามารถทางการผลิต คุณภาพสินค้า การให้บริการ และความสามารถในการจัดส่ง

ขณะเดียวกันความสำเร็จหรือความล้มเหลวของธุรกิจที่สยายปีกไปยังต่างประเทศยังอยู่ที่การสร้างเครือข่าย หรือการเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง ร้านค้าวัสดุก่อสร้างอื่นและช่างรับเหมาก่อสร้าง เช่น การขยายสาขาไปยังเมียนมาตามการเติบโตของอุตสาหกรรม ซึ่ง Business Monitor International Research ประมาณการมูลค่าอุตสาหกรรมก่อสร้างเมียนมาว่า จะเพิ่มสูงขึ้นจาก 2.7 พันล้านเหรียญในปี 2554 เป็น 9.5 พันล้านเหรียญในปี 2563

ดังนั้น ผู้รับเหมาก่อสร้างไทยจึงเริ่มขยับการลงทุนไปยังเมียนมาเพื่อเลี่ยงการแข่งขันและอุปสงค์ในประเทศที่ชะลอตัวลง โดยการลงทุนในเมียนมาจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้บริษัทในภูมิภาคและลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจจากการกระจายการลงทุน ซึ่งธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการก่อสร้างอย่างการค้าส่งและค้าปลีกวัสดุก่อสร้างที่รัฐบาลเมียนมาประกาศเปิดเสรีให้กับบริษัท joint venture ในเดือนกรกฎาคม 2559 ถือเป็นธุรกิจที่ได้รับประโยชน์ จากการขยายสาขาในเมียนมา


เมียนมาเป็นประเทศที่น่าจับตามองของกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการก่อสร้าง (Photo Credit: Bangkok Post)

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในเมียนมามีหลายปัจจัยที่ควรระมัดระวัง ได้แก่ แรงงาน การประสานงานกับภาครัฐ ต้นทุนวัสดุก่อสร้าง และโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องได้รับการพัฒนา ซึ่งการลงทุนในอุตสาหกรรมก่อสร้างของเมียนมาเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายต่อผู้รับเหมาก่อสร้างของไทยรวมถึงธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างที่ต้องการเปิดประตูการลงทุนข้ามพรมแดนไปยังเมียนมา

ทั้งนี้ GLOBAL เป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการกำหนดเป็นเป้าหมายการขยาย 100 สาขาในประเทศภายในปี 2565 พร้อมบุกต่อเนื่องในต่างประเทศ

โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้เริ่มลงทุนขยายสาขาโมเดิร์นเทรดไปยังเมียนมา ผ่านการร่วมทุนกับบริษัทท้องถิ่นจัดตั้ง บริษัท โปรวัน โกลบอล จำกัด รวม 5 สาขาในปัจจุบัน ด้วยความมั่นใจในโอกาสการเติบโตในอนาคต รวมถึงสาขาใน สปป.ลาว 5 สาขา ผ่านการถือหุ้นใน บริษัท สุวันนี โฮมเซ็นเตอร์ จำกัด และเตรียมใช้โมเดลธุรกิจใหม่ในแนวทาง joint venture กับประเทศกัมพูชาภายในเดือนเมษายนนี้ ซึ่งน่าจะเปิดได้ถึง 20 สาขา พร้อมพิจารณาความร่วมมือกับบริษัทท้องถิ่นขยายธุรกิจในเวียดนาม

 


คลิกอ่านบทความทางธุรกิจอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ กุมภาพันธ์ 2561 ในรูปแบบ e-Magazine


พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor

Update : 25 มีนาคม 2561

View : 4,678


Most Popular
1

วาสนา ลาทูรัส, NaRaYa กระเป๋าผ้าพันล้าน

Update : 27 กุมภาพันธ์ 2558

view : 40,997

2

ศรีตรังนำทัพยางไทย แจ้งเกิดแบรนด์ระดับโล

Update : 12 กันยายน 2559

view : 31,429

3

ชัยวัฒน์-วนัส แต้ไพสิฐพงษ์ สองรุ่นร่วมสร

Update : 24 กุมภาพันธ์ 2560

view : 29,664


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group