people / WOMEN / THAILAND

ปฐมา พรประภา เร่งเครื่อง TK ปล่อยกู้แตะ 1.3 หมื่นล้าน

ผู้นำหญิงแกร่งแห่งบริษัทผู้บริการเช่าซื้อจักรยานยนต์เบอร์ 1 ของไทยและทายาทรุ่นของครอบครัวพรประภา รับโจทย์เร่งแรงบิดพา TK ให้เติบโตอย่างมั่นคงทำยอดปล่อยกู้แตะ 1.3 หมื่นล้านบาทภายในปี 2563 พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจไปปักธงในตลาดกลุ่ม CLMV ที่มุ่งสร้างพอร์ตโตถึง 50% ของยอดให้สินเชื่อรวมภายใน 3 ปีข้างหน้า

จากการแตกยอดธุรกิจจำหน่ายรถยนต์สี่ล้อและสองล้อของผู้เป็นบิดาของ ปฐมา พรประภา กรรมการผู้จัดการ แห่ง TK วัย 48 ปี เล็งเห็นโอกาสที่จะแตกยอดการเติบโตจึงตัดสินใจเปิดธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อจักรยานยนต์ตั้งแต่เมื่อปี 2515 จนกระทั่งปัจจุบันกลุ่ม TK มียอดการปล่อยสินเชื่อรวมที่ราว 9.7 พันล้านบาท ซึ่งเป็นการให้สินเชื่อในประเทศที่เกือบ 8 พันล้านบาทและมีรายได้รวมกว่า 3 พันล้านบาทต่อปีตลอดจนเป็นบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (market cap) ที่ราว 8 พันล้านบาท

จากวันแรกจนถึงวันนี้ ธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อทั้งจักรยานยนต์และรถยนต์ดำเนินมาถึง 45 ปีแล้ว โดยปัจจุบันกลุ่ม TK ประกอบด้วย บมจ.ฐิติกร และบริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท ซี.วี.เอ. จำกัด (ธุรกิจให้บริการด้านการติดตามหนี้สิน) บริษัท ชยภาค จำกัด (ธุรกิจให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล) บริษัท ทีเค เด็บท์ เซอร์วิสเซส จำกัด (ธุรกิจให้บริการจัดเก็บหนี้) Suosdey Finance PLC. (ธุรกิจให้สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์และรถยนต์ในประเทศกัมพูชา) Sabaidee Leasing Co., Ltd. (ธุรกิจให้สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์และรถยนต์ใน สปป.ลาว) และ บริษัท ทีเค เงินทันใจ จำกัด (ธุรกิจให้สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ)

ความสำเร็จของ TK จากมุมมองของปฐมาเริ่มจากสายสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นและยาวนานที่บริษัทมีกับร้านค้าจำหน่ายจักรยานยนต์ ซึ่งแม้ว่าสภาพเศรษฐกิจจะผันผวนเช่นไร บริษัทก็ยังให้สินเชื่อกับผู้ซื้ออย่างต่อเนื่อง ดังคำที่ปฐมาย้ำว่า “คนอื่นไม่ปล่อยแต่เราปล่อย”

บริษัทยังยึดถือเรื่องการรักษาชื่อเสียงในแง่ความมั่นคงและลูกค้าไม่เคยต้องติดขัดเรื่องการโอนรถเมื่อผ่อนชำระจบเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังให้บริการที่สะดวกรวดเร็วจากเจ้าหน้าที่ซึ่งกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ อย่างทั่วถึง ทำให้โดยเฉลี่ยสามารถอนุมัติสินเชื่อได้ภายใน 1 วันนับจากที่ยื่นเอกสารครบถ้วน

สำหรับลูกค้าส่วนใหญ่เช่นเดียวกับที่มีขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อที่รัดกุมด้วยพื้นฐานของระบบวิเคราะห์คะแนนเครดิตที่บริษัทพัฒนาขึ้นมาใช้เองที่สร้างขึ้นจากฐานข้อมูลลูกค้าเก่าจำนวนหลายล้านราย เพื่อป้องกันไม่ให้การปล่อยสินเชื่อใหม่กลายเป็นหนี้เสียในอนาคต


นอกจากนี้ยังมีระบบติดตามหนี้อย่างใกล้ชิดโดยมีเจ้าหน้าที่สินเชื่อและเจ้าหน้าที่บริหารหนี้กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล และในต่างจังหวัด เพื่อสามารถให้บริการลูกค้าอย่างทั่วถึง และมีความชำนาญในพื้นที่อย่างครอบคลุม ทั้งนี้ TK มีอัตราสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) หรือค้างชำระเกินกว่า 3 เดือนอยู่ที่ประมาณ 4% และมีเป้าหมายที่จะปรับลดให้ไม่เกิน 3.5% ในอนาคต

“ผู้บริโภคมองว่าเราเป็นเจ้าใหญ่ที่ทำธุรกิจมานาน เชื่อถือได้ มั่นคง และให้บริการที่ดีเช่นเดียวกับที่แรงเชียร์จากเซลและลูกค้าเก่าก็มีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้าด้วย”

แม้ว่าปฐมาจะยังไม่ได้มาร่วมงานกับธุรกิจของครอบครัวในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 แต่เหตุการณ์นี้ก็ส่งผลต่อธุรกิจของ บมจ.ฐิติกร เมื่อครั้งที่ชุมพลยังดูแลกิจการอยู่ ซึ่งในครั้งนั้นทำให้มีผลขาดทุนราว 3 พันล้านบาท จากที่ลูกค้าไม่สามารถชำระหนี้ได้เป็นเหตุหลัก อย่างไรก็ตามวิกฤตในครั้งนั้นได้กลายเป็นแรงขับสำคัญที่ครอบครัวเล็งเห็นโอกาสสร้างฐานทุนที่แข็งแกร่งจากการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย กระทั่งปฐมาเข้ามาดูแลกิจการแล้ว จึงสานต่อภารกิจผันกิจการของครอบครัวสู่บริษัทมหาชนและเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนครั้งแรกเมื่อปี 2546

พลิกบทลูกจ้างสู่ผู้นำหญิง

ก่อนที่ปฐมาในฐานะทายาทรุ่น 4 จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกำลังสำคัญในการบริหารกิจการของครอบครัวนั้น เธอได้เริ่มเก็บประสบการณ์ในแวดวงสถาบันการเงินนับตั้งแต่เรียนจบคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนกระทั่งปี 2544 ปฐมาจึงตัดสินใจนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมาสานต่อธุรกิจของครอบครัว ซึ่งเริ่มต้นจากการศึกษาธุรกิจและรับหน้าที่ดูแลงานในธุรกิจต่างๆ เช่น งานจำหน่ายรถยนต์ Toyota และ Lexus จนในปี 2546

ปฐมาได้รับมอบหมายให้สืบทอดกิจการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อจักรยานยนต์และรถยนต์อย่างเต็มตัวในฐานะกรรมการผู้จัดการ

“พ่อบอกแต่แรกแล้วว่าต้องไปหาประสบการณ์จากธุรกิจอื่นๆ ก่อน และที่บ้านไม่ได้บังคับให้ต้องกลับมาบริหารธุรกิจของครอบครัว แต่สภาพแวดล้อมก็มีส่วนให้เราเลือกเรียนด้านการเงิน แล้วเมื่อวันที่ครอบครัวประสบปัญหาจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ต้องให้ลูกๆ มาช่วย เลยตัดสินใจมาทำงานกับที่บ้านแทนที่จะไปอยู่กับสถาบันการเงินในต่างประเทศ”

โดยภารกิจที่รอกรรมการผู้จัดการหญิงให้เข้ามาต่อเติมคือการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และระดมทุนได้ 1.1 พันล้านบาท สำหรับความท้าทายที่รอปฐมาให้ขับเคลื่อนไปสู่จุดหมายขยายธุรกิจไปยังกลุ่มประเทศในแถบอาเซียนโดยเริ่มจากไปปักธงที่กลุ่ม CLMV

ปฐมาเน้นอีกว่า หนึ่งในเป้าหมายที่สำคัญของเธอในฐานะผู้นำสูงสุดคือต้องการดูแลให้พนักงานมีความสุขกับการทำงานที่ TK ส่วนเป้าหมายด้านตัวเลขนโยบายของบริษัทยังยึดมั่นการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ที่แม้ไม่เร็วมากแต่มั่นคง

“แนวทางที่เราใช้เพื่อครองใจพนักงานให้อยู่กับเราคือการทำงานแบบมืออาชีพ แต่ดูแลกันเหมือนคนในครอบครัว ที่มีความสัมพันธ์แบบใกล้ชิดและช่วยเหลือกัน”

ขณะนี้ฐานลูกค้าหลักของ บมจ.ฐิติกรมีรายได้เฉลี่ยที่ 25,000 บาท/เดือน และผ่อนชำระเฉลี่ยที่ราว 2,000 บาท/งวด และกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทยแบ่งเป็นกรุงเทพฯ ที่ราว 25% และต่างจังหวัด 75% ทั้งนี้รายได้หลักของบริษัทจะมาจากการให้บริการเช่าซื้อจักรยานยนต์ที่ราว 80% ขณะที่รายได้จากรถยนต์ยังไม่ถึง 2% ส่วนรายได้ที่เหลือมาจากส่วนอื่น เช่น จัดเก็บหนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ 20%

“ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ลูกค้าส่วนใหญ่ของเราอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลราว 70% แต่เรามีเป้าหมายว่าอยากปรับสัดส่วนใหม่ให้มีฐานลูกค้าในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น ซึ่ง 10 ปีหลังจากนั้นเราก็ทำได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ”

สำหรับแผนงานในช่วง 3 ปีนับจากนี้ (ภายในปี 2563) TK ตั้งเป้าขยายตัวเลขให้สินเชื่อรวมจะเติบโตแตะ 1.3 หมื่นล้านบาทเนื่องจากบริษัทมีแผนขยายตลาดสินเชื่อในต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่ม CLMV เพิ่มขึ้น ทั้งจากการขยายสาขาและซื้อกิจการที่ให้สินเชื่อแก่ประชากรกลุ่มประเทศ CLMV

ปฐมาทิ้งท้ายถึงข้อดีของการเป็นผู้บริหารหญิงว่า ด้วยคุณสมบัติหลักๆ ของสตรีที่มักมีความละเอียดรอบคอบ รวมถึงไม่ต้องรู้สึกลำบากใจที่จะสอบถามหรือขอข้อมูลจากบุคคลอื่นๆ จึงนับเป็นข้อดีที่เหมาะสมกับธุรกิจด้านการเงินอย่างการให้บริหารเช่าซื้อ

“ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไรก็ตามถ้าได้เห็นว่ามีตัวเลขเติบโตดีขึ้น ก็รู้สึกมีความสุขที่เราสามารถทำได้ และลูกค้าพอใจกับบริการของเรา แต่สิ่งที่เราภูมิใจคือสามารถรับไม้บริหารธุรกิจต่อจากพ่อแม่ได้”

ภาพ: กิตติเดช เจริญพร


อ่านฉบับเต็ม "ปฐมา พรประภา เร่งเครื่อง TK ปล่อยกู้แตะ 1.3 หมื่นล้าน" ได้ใน นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับ มกราคม 2561 ในรูปแบบ E-Magazine


ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor

Update : 16 กุมภาพันธ์ 2561

View : 785




vdo

การแถลงข่าวจัดการประชุมกรอบความร่วมมือเอเชียภาคธุรกิจ” (ACD ..

Update : 14 ธันวาคม 2560

View : 4,695

Most Popular
1

วาสนา ลาทูรัส, NaRaYa กระเป๋าผ้าพันล้าน

Update : 27 กุมภาพันธ์ 2558

view : 31,285

2

ศรีตรังนำทัพยางไทย แจ้งเกิดแบรนด์ระดับโล

Update : 12 กันยายน 2559

view : 28,085

3

ชัยวัฒน์-วนัส แต้ไพสิฐพงษ์ สองรุ่นร่วมสร

Update : 24 กุมภาพันธ์ 2560

view : 23,931

top list

ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลดลงทั่วโลกเป็นโอกาสหรือความเสี..

Update : 19 กุมภาพันธ์ 2561

view : 490

การปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯ กับทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ..

Update : 09 มกราคม 2561

view : 887

สรุปภาพการลงทุนปี 2017..

Update : 18 ธันวาคม 2560

view : 1,075


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง