people / FABULOUS 40s & 50s

ธีรวัต อมรธาตรี พา BM เข้าใกล้พันล้าน

อาจารย์ด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่ค้นพบโอกาสจากยุคเฟื่องฟูของธุรกิจอสังหาฯ ร่วมลงขันกับเพื่อนตั้งกิจการผลิตเหล็กแปรรูปพัฒนาแบบไม่ย่อท้อจึงทำให้ต่อยอดเป็น บมจ.บางกอกชีทเม็ททัล หรือ BM ที่ตั้งเป้าทำรายได้แตะพันล้านบาทในปี 2561

ในยุคที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยโชติช่วงชัชวาลเมื่อปี 2538 บรรดาเพื่อนๆ ที่เป็นวิศวกรมืออาชีพและคร่ำหวอดในงานวิศวกรรมหลายด้านทั้งฝั่งไฟฟ้าและเครื่องกล จึงตัดสินใจร่วมหัวจมท้ายริเริ่มกิจการผลิตสินค้ากลุ่มรางร้อยสายไฟฟ้า ภายใต้ตราสินค้า “BSM” เพื่อป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างในนามบริษัท บางกอกชีทเม็ททัล จำกัด และแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนเมื่อปี 2558

โดยเริ่มจากเช่าอาคารมินิแฟคตอรี่ เพื่อเป็นฐานการผลิตอยู่ที่ย่านถนนสุขสวัสดิ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ต่อมากิจการมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว จึงเริ่มก่อสร้างโรงงานเป็นของตัวเองบนเนื้อที่ 3 ไร่ ร่วมกับผู้ถือหุ้นเกือบ 10 คน และยังเป็นพื้นที่ของบริษัทและฐานการผลิตหลักของบริษัทในปัจจุบัน

ปัจจุบัน BM มีสถานะเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็ก ได้แก่ รางเดินสายไฟฟ้า ตู้สื่อสาร ตู้ไฟฟ้า โลหะและแผงควบคุมไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ขึ้นรูปอื่นๆ จากโลหะตามความต้องการของลูกค้าและยังเป็นผู้จำหน่ายท่อร้อยสายไฟฟ้าที่มีรายได้กว่า 800 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเติบโตขึ้น 10% ภายในปีนี้และสามารถสร้างรายได้แตะ 1 พันล้านบาทภายในปี 2561รวมถึงเดินหน้าขยายธุรกิจในต่างประเทศเพิ่มขึ้น พร้อมกับมีแผนงานนำเสนอสินค้าที่เป็นแบรนด์ของบริษัทเข้าไปสู่ตลาดลูกค้ากลุ่มครัวเรือนหรือ B2C ในอนาคต

“เมื่อผลิตตู้ไฟฟ้าได้สักพักก็เริ่มมองว่าน่าจะผลิตสินค้าที่เป็น one stop service ให้แก่ลูกค้าได้ จึงเริ่มผลิตแผงควบคุมไฟฟ้าหรือ electrical switchboards ที่ถูกนำไปใช้ในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน”

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในวิวัฒนาการสำคัญฉากหนึ่งของ BM คือได้มีส่วนวางระบบเครื่องปั๊มน้ำสำหรับงานปรับปรุงชั้นดินรองรับทางขึ้นลงของเครื่องบิน (runway) ที่สนามบินสุวรรณภูมิ คิดเป็นพื้นที่ราว 400,000 ตารางเมตร ที่ภายหลังได้ต่อยอดสู่ธุรกิจโลหะเชื่อมประกอบจากการนำเครื่องยนต์ของ Kubota มาประยุกต์ใช้เป็นพลังหลักของเครื่องปั๊มในครั้งนั้นซึ่งทำให้บริษัท Kubota มองเห็นถึงศักยภาพของ BM ที่จะสามารถทำเครื่องปั่นไฟให้แก่ Kubota ที่ต้องใช้เวลาพัฒนาราว 1 ปีจึงจะนำออกวางจำหน่ายยังประเทศเวียดนามเมื่อปี 2548

หลังผลิตเครื่องปั่นไฟให้แก่ Kubota วางขายได้ราว 5 ปี BM ต้องตีโจทย์เพื่อสร้างหนทางแห่งความอยู่รอดอีกครั้งเมื่อตลาดไม่ร้อนแรงดังเดิม ธีรวัตจึงตกลงร่วมกันกับผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ ว่าจะเริ่มเดินหน้าสู่การเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ รวมไปถึงรถเกี่ยวนวดข้าวขนาด 80 แรงม้าที่ผลิตโดย BM จึงเริ่มวางจำหน่ายเมื่อปี 2557 ที่ยอดขายเริ่มแรกอยู่ที่เพียงไม่กี่ล้านบาทต่อปีก็สามารถเติบโตจนทำรายได้เกือบ 200 ล้านบาทต่อปีในปัจจุบัน หรือนับเป็นการแจ้งเกิดธุรกิจผลิตชิ้นส่วนโลหะของบริษัทอย่างเต็มตัว

ปั้นแรงงานฝีมือ

จากภาวะสมองไหลของบริษัท ทำให้ BM ต้องพัฒนานวัตกรรมในการบริหารคนและรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กร จึงนำมาสู่การพัฒนาระบบค่าวิชาชีพ ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงานที่แม้ไม่ได้จบปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์ก็มีรายได้จากค่าวิชาชีพได้และยังสามารถเติบโตในสายงานปฏิบัติการขึ้นไปถึงระดับผู้จัดการฝ่าย ทำให้ BM มีความจำเป็นต้องพัฒนาแรงงานฝีมือขึ้นเองโดยการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมทักษะที่จำเป็นในแต่ละด้านเพื่อให้สุดท้ายแล้วพนักงาน 1 คนจะมีความเชี่ยวชาญในงานประเภทต่างๆ ได้ไม่ต่ำกว่า 4 งาน

ส่องโอกาส CLMV

บริษัทเริ่มค้นหาโอกาสขยายธุรกิจจากตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศ CLMV โดยจะเริ่มจากการลงทุนร่วมกับพันธมิตรจากทั้งเมียนมา (ซึ่งเป็นตัวแทนนำเข้าสินค้าของ BM ในเมียนมา) ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ เข้าไปปักธงเปิดโรงงานผลิตสินค้าเช่นเดียวกับในไทยที่กรุง Yangon ในประเทศเมียนมา ซึ่งน่าจะเริ่มเดินเครื่องอย่างเป็นทางการในปี 2562 นอกจากนี้ BM ยังวางแผนที่จะปรับสัดส่วนรายได้จากการขายและบริการแยกตามประเภทลูกค้าระหว่างกลุ่มลูกค้าผู้รับเหมา (บริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่) และกลุ่มลูกค้าภาคส่วนธุรกิจหรือ B2B (ลูกค้าแบรนด์สินค้าต่างๆ ที่บริษัทรับจ้างผลิต) ให้อยู่ในอัตรา 50:50 จากเดิมที่อยู่ราว 60:40

ธีรวัตเล่าเพิ่มเติมแรงขับเคลื่อนที่จะทำให้ BM ถึงเป้าหมายสร้างรายได้เติบโต 10% ในปีนี้ว่า ในส่วนกลุ่มผู้รับเหมามีแนวโน้มการเติบโตดีในปีนี้จากการก่อสร้างขนส่งมวลชนระบบรางจึงมีการขยายตัวของรายได้อยู่ที่ราว 5-10% โดยเฉลี่ย ขณะที่ในส่วนกลุ่มลูกค้า B2B จะแผ่วลงจากปกติที่ทำรายได้เพิ่มเฉลี่ย 5-10% ในปีที่ผ่านมา เนื่องจากตัวเลขการผลิตรถเกี่ยวนวดข้าวที่ Kubota ส่งมาลดลงกว่าช่วงก่อนนี้ จึงทำให้จากที่เคยคาดหวังว่าจะโตได้กว่า 10% ในปีนี้คงมาอยู่ที่ 10%

แม้ยอดการเติบโตของรายได้ในปีนี้อาจไม่ได้ร้อนแรงดังหวัง แต่บริษัทก็เตรียมพร้อมรับมือกับตัวเลขสั่งสินค้าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตไว้ จึงเตรียมเดินเครื่องการผลิตสำหรับโรงงานแห่งใหม่เพื่อรองรับความต้องการสินค้าจากกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่จะนำไปใช้กับโครงการถไฟฟ้าสายต่างๆ

อย่างไรก็ตามเป้าหมายสำคัญสุดของการขยายโรงงานใหม่ในครั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานสามารถทำ flexible manufacturing หรือสามารถผลิตสินค้าได้ 3 ประเภทภายในไลน์การผลิตเดียวจึงจะสามารถตอบโจทย์ให้ลูกค้าได้อย่างแท้จริง ตามแนวทางที่ต้องการสร้างให้ BM เป็นผู้ผลิตสินค้าโลหะแปรรูปที่ให้บริการได้แบบ one stop service “การเปิดโรงงานแห่งใหม่ยังมีส่วนสำคัญทำให้เรามีรายได้แตะ 1 พันล้านบาทได้อย่างแน่นอนในปีหน้า”

ภาพ: อรรคพล คำภูแสน


อ่านฉบับเต็ม "ธีรวัต อมรธาตรี พา BM เข้าใกล้พันล้าน" ได้ใน นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับ ธันวาคม 2560 ในรูปแบบ E-Magazine


ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor

Update : 23 มกราคม 2561

View : 1,684


Most Popular
1

วาสนา ลาทูรัส, NaRaYa กระเป๋าผ้าพันล้าน

Update : 27 กุมภาพันธ์ 2558

view : 40,990

2

ศรีตรังนำทัพยางไทย แจ้งเกิดแบรนด์ระดับโล

Update : 12 กันยายน 2559

view : 31,422

3

ชัยวัฒน์-วนัส แต้ไพสิฐพงษ์ สองรุ่นร่วมสร

Update : 24 กุมภาพันธ์ 2560

view : 29,650


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group