people / WOMEN / THAILAND

ดร. สุทธาภา อมรวิวัฒน์ SCB Abacus ปลดล็อก AI โลก

ก้าวใหม่ของสถาบันการเงินไทยในการสร้างแต้มต่อการสร้างความพึงพอใจให้ผู้ใช้บริการ ด้วยการไขรหัสความต้องการเฉพาะบุคคลผ่านกุญแจ AI พร้อมจัดทัพเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ครั้งแรกในภูมิภาค

ในช่วงเวลาที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามามีบทบาทด้านการเงินมากขึ้นทุกขณะ ธนาคารแห่งแรกของไทยที่มีอายุร่วม 111 ปี พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการจัดตั้งบริษัทที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างนวัตกรรม AI (Artificial Intelligence) โดยเฉพาะ เพื่อใช้ประมวลผล วิเคราะห์ข้อมูล และเรียนรู้พร้อมพัฒนาธุรกิจและการให้บริการ ภายใต้การนำของ ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี อบาคัส จำกัด (SCB Abacus) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือธนาคารไทยพาณิชย์

“เราประเมินความท้าทายไว้สูงมากในการเป็นผู้บุกเบิกระดับภูมิภาค โดยเราเป็นบริษัทแรกในกลุ่มธุรกิจทางการเงินและการธนาคารของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่แยกตัวออกมาจากธนาคารในการใช้พลังของ AI วิเคราะห์ข้อมูลมหาศาล แม้ประเทศไทยจะมี context (บริบทของข้อมูล) จำนวนมาก แต่ยังไม่ได้ใช้เครื่องมือตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีเท่าที่ควร ผู้บริหารจึงเห็นความจำเป็นในส่วนนี้”

จากประสบการณ์บนเส้นทางการเงินมากกว่าทศวรรษของ ดร.สุทธาภา ซีอีโอวัย 43 ปีมั่นใจในความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงความเชี่ยวชาญที่สั่งสม นับตั้งแต่ได้รับพระราชทานทุนเล่าเรียนหลวง (King’s Scholarship) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาคณิตศาสตร์ประยุกต์ ที่ Harvard University และระดับปริญญาเอก สาขาเศรษฐศาสตร์ การบริหารและนโยบาย สถาบัน MIT (Massachusetts Institute of Technology) สหรัฐอเมริกา ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้จากการได้รับพระราชทานโอกาสด้านการศึกษา จึงเป็นแรงผลักดันให้เธอมุ่งมั่นที่จะนำองค์ความรู้และประสบการณ์มาช่วยพัฒนาและผลักดันประเทศไทยให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

ตลอดระยะเวลาการทำงาน ดร.สุทธาภา ได้มีบทบาทในวงการการเงินและการธนาคารอย่างต่อเนื่องทั้งภาครัฐและเอกชนรวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่ นักเศรษฐศาสตร์ประจำกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ณ กรุง Washington D.C. ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้อำนวยการส่วนวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคของสำนักงานเศรษฐกิจ การคลัง กระทรวงการคลัง

“การดูแลรับผิดชอบโครงการใหญ่ เช่น กองทุนการออม กองทุนหมู่บ้าน หรือโครงการ 30 บาท ได้ช่วยหล่อหลอมให้เราเห็นภาพความต้องการเชิงนโยบายที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและธุรกิจ รวมถึงคลื่นของความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการปรับตัว ซึ่งในช่วง 10 ปีแรกเราทำงานด้าน economic policy มาตลอด ก่อนตัดสินใจทำงานภาคเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจธนาคารซึ่งเริ่มจากงานด้านบริหารความเสี่ยงของธนาคารแห่งหนึ่ง”

หลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านการเงินทั้งภาครัฐและเอกชน ดร.สุทธาภาเริ่มต้นทำงานกับธนาคารไทยพาณิชย์ในปี 2553 จากตำแหน่งรองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (EIC) และผู้บริหารสูงสุดของฝ่ายวิเคราะห์ความเสี่ยงของธนาคารไทยพาณิชย์ ทั้งยังเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมาธิการด้านการเงิน การธนาคาร และสถาบันการเงินในตลาดทุน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และเป็นกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์

“เดิม EIC เน้นการวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค เราได้ขยายบทบาทด้านการพัฒนาธุรกิจ การให้คำแนะนำองค์กรและกลยุทธ์เช่น การลงทุน การปล่อยสินเชื่อ การวางแผนธุรกิจ พร้อมพิจารณาเทรนด์ธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ธนาคารเตรียมการบริการทางด้านการเงินได้อย่างเหมาะสมกับทิศทางของธุรกิจ”

ภารกิจนำทัพนวัตกรรม

ผลงานกว่า 7 ปีที่ ดร.สุทธาภาร่วมทำงานเสริมทัพความแข็งแกร่งให้กับธนาคารไทยพาณิชย์ ด้วยความสามารถในการปรับตัวสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทั้งในประเทศและระดับโลก ทำให้เธอได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำการเดินเกมรุกด้านนวัตกรรม ด้วยการต่อยอดเทคโนโลยีด้าน AI ซึ่งเป็นแผนการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานองค์กรให้ก้าวสู่การเป็น “The Most Admired Bank”

“เราไม่ได้มองว่า เรามีเทคโนโลยีอะไรแต่ตั้งต้นจากปัญหาหรือความไม่สะดวก (pain point) ของลูกค้าคืออะไร และเราต้องใช้เทคโนโลยีอะไรตอบโจทย์หรือแก้ปัญหานั้น ซึ่งระหว่างทางอาจจะต้องใช้หลายเทคโนโลยีเพื่อตอบแค่โจทย์เดียวดังนั้น งานของเราคือ การหา pain pointของลูกค้าและวิธีการตอบโจทย์ลูกค้า”

ดังนั้น พันธกิจหลักของบริษัทจึงมุ่งไปยังการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง AI เป็นกุญแจสำคัญในการวิเคราะห์และเรียนรู้ข้อมูลเพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์และการบริการที่ตอบโจทย์ทั้งสำหรับธนาคารไทยพาณิชย์ และองค์กรธุรกิจต่างๆ รวมถึงความร่วมมือกับภาคธุรกิจและภาครัฐ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรมให้เกิดขึ้นในประเทศไทย พร้อมรองรับกับการแข่งขันในทุกมิติของการก้าวเข้าสู่ยุคการเงิน 4.0 และเติบโตอย่างยั่งยืน

ขณะที่ SCB Abacus กำหนดการพัฒนา 4 ด้านหลัก ได้แก่ ความเป็นผู้เชี่ยวชาญในเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อพลิกมุมมองในการพัฒนาธุรกิจ การสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจปลอดภัย และรวดเร็วยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้าการยกระดับมาตรฐานของไทยพาณิชย์ให้ก้าวไกลทัดเทียมระดับสากล และการสร้างองค์ความรู้และวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรมให้ประเทศไทยรุกหน้าก้าวทันยุคดิจิทัล

“เทรนด์โลกเปลี่ยนไปมาก ทั้งสภาพการแข่งขันและความต้องการของผู้ใช้งาน เราต้องสามารถตอบสนองความพึงพอใจและให้บริการอย่างรวดเร็วที่สุด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องใช้ข้อมูลมหาศาล โดย data analytics เพื่อทำความเข้าใจข้อมูลลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญและธนาคารไทยพาณิชย์เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องเดินหน้าวิทยาการเหล่านี้”

ดร.สุทธาภายกตัวอย่างเทคโนโลยี AI ใกล้ตัว ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างความได้เปรียบด้านการแข่งขันของธุรกิจตลอดจนการนำมาใช้ประโยชน์ในด้านการเงินและธนาคาร เช่น ระบบการจดจำใบหน้าบุคคล (Facial Recognition) โดยใช้บนโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook ระบบยานยนต์ไร้ผู้ขับขี่ (driverless car) สำหรับแวดวงการเงิน การลงทุน และธนาคาร ทั่วโลกได้พยายามประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI มากขึ้น เช่น การแยกธุรกรรมบัตรเครดิตที่น่าสงสัยว่าจะมีการทุจริต ใช้สำหรับการแนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินการลงทุน ที่เรียกว่า Robo-advisor

“เราเชื่อว่าตลาดประเทศไทยพร้อม จากสถิติการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เกือบจะสูงที่สุดในโลก และการปรับตัวด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่รวดเร็วของประเทศต่างๆ เช่น ตลาดจีนที่แทบจะไม่ซื้อขายด้วยเงินสด หรืออินเดียที่ใช้ QR code ซื้อขาย ดังนั้น การตอบรับของไทยเร็วแน่นอน นอกจากนั้น เทรนด์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ สิ่งสำคัญอยู่ที่การนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าทุกวันนี้คนใช้ชีวิตออนไลน์จำนวนมาก”

ทั้งนี้การเริ่มต้นและเดินหน้าบุกเบิกเส้นทางนวัตกรรม AI ได้อย่างแข็งแกร่งของ CSB Abacas ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนจากธนาคารไทยพาณิชย์ จาก บริษัท ดิจิทัลเวนเจอร์ส จำกัด (Digital Ventures) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อน  financial technology

นอกจากนั้น บริษัทยังได้รับการเสริมทัพโดยบุคลากรที่มีประสบการณ์ในบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับโลกร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่โดยมีการจัดตั้งคณะที่ปรึกษา ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคธุรกิจ ได้แก่ ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล, ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร, วิลาสินี พุทธิการันต์ และ Prof.Benjamin Van Roy ร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่รวมถึงความร่วมมือกับพันธมิตรต่างประเทศเช่น ข้อตกลงความร่วมมือกับสถาบัน MIT ในสหรัฐอเมริกา

ยกระดับบริการตอบโจทย์

ภายใต้ความมุ่งมั่นยกระดับบริการให้ตอบโจทย์ทางธุรกิจและสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า ดร.สุทธาภา พร้อมนำนวัตกรรมAI เป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคาร เช่น การพัฒนาระบบ Recommendation Engine ในแอพฯ SCB Easy ซึ่งทำให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการได้รวดเร็ว ตรงใจลูกค้ามากขึ้นรวมถึงระบบบริการด้านสุขภาพที่จะนำเทคโนโลยี Internet of Things หรือ IoT เข้ามาช่วยส่งเสริมไลฟ์สไตล์ด้านสุขภาพโดยใช้ AI ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันที่เหมาะสมเฉพาะแต่ละบุคคล เพื่อช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าใส่ใจดูแลสุขภาพและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ ยังมีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการระบบ call center ด้วยการนำ AI มาคาดการณ์ปัญหาของลูกค้าที่โทรเข้ามา เพื่อโอนสายไปยังผู้เชี่ยวชาญที่ตอบปัญหาได้ตรงจุด ทั้งยังสามารถยกระดับคุณภาพบริการและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า หรือที่เรียกว่า Sentiment Analytics

“My Deals เป็นโครงการที่เรานำเสนอผ่าน SCB Easy เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงโปรโมชั่นส่วนลดที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการซื้อ โดย AI จะช่วยเลือกว่าโปรโมชั่นหรือส่วนลดใดน่าจะถูกใจผู้ใช้งานแต่ละบุคคล ซึ่งเราเปิดทั้งโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าบัตรเครดิตและโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าไทยพาณิชย์ที่ไม่มีบัตรเครดิต”


ทีมงานใน SCB Abacus พร้อมผนึกกำลังใช้ความรู้และความถนัดในเทคโนโลยีเฉพาะด้านสร้างความเปลี่ยนแปลงผ่านนวัตกรรม AI

ส่วนหนึ่งในการก้าวผ่านความท้าทายอยู่ที่บุคลากร ซึ่ง ดร.สุทธาภาให้ความสำคัญกับการคัดเลือกทีมงาน “เราหาคนที่มี talent และ attitude ลักษณะ T-Shape หรือทำงานได้ทุกอย่างในหน่วยงาน เช่น แก้โค้ดแทนเพื่อน แต่ต้องมีส่วนที่ลึกหรือมีความเชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่ง เป็นแท่งของตัว T โดยข้างบนสามารถทำได้หมดด้วยทัศนคติที่ดีเราต้องการให้ทีมมีบรรยากาศของสตาร์ทอัพซึ่งเราโชคดีที่เพื่อนร่วมทีมมีความสามารถและประสบการณ์เสริมแนวคิดกัน”

สำหรับหลักการบริหารที่ผู้นำทัพนวัตกรรมเชื่อมั่นตลอดระยะเวลาการทำงานอยู่ที่การลดกำแพงทุกด้านให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการด้านเอกสาร ขั้นตอนการทำงานลำดับชั้นในโครงสร้างองค์กร เปิดโอกาสให้ทีมงานสามารถแสดงความคิดเห็น นำเสนอผลงาน หรือตัดสินใจให้บริษัทได้

ในฐานะหนึ่งในบุคลากรที่สำคัญของบริษัทรางวัลแห่งความสำเร็จในมุมมองของ ดร.สุทธาภาไม่อาจวัดได้เป็นตัวเลข ด้วยความมุ่งหมายจะขับเคลื่อน SCB Abacus เป็นองค์กรที่ช่วยเสริมศักยภาพในการให้บริการของธนาคารตอบโจทย์ความต้องการความรวดเร็ว และความปลอดภัย เพื่อก้าวสู่การเป็น “ The Most Admired Bank”

“เราเชื่อเรื่องการสร้างพันธมิตรทั้งในและนอกธุรกิจ ซึ่งนวัตกรรมที่เกิดขึ้นอาจเป็นหนึ่งในสมบัติของประเทศชาติหรือองค์ความรู้สำคัญ เราต้องการให้ SCB Abacus สามารถสร้างพันธมิตรในด้านนี้”

ภาพ: กิตติเดช เจริญพร


อ่านฉบับเต็ม "ดร. สุทธาภา อมรวิวัฒน์ SCB Abacus ปลดล็อก AI โลก" ได้ใน นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับ ธันวาคม 2560 ในรูปแบบ E-Magaizne


พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor

Update : 19 มกราคม 2561

View : 2,530


Most Popular
1

วาสนา ลาทูรัส, NaRaYa กระเป๋าผ้าพันล้าน

Update : 27 กุมภาพันธ์ 2558

view : 41,010

2

ศรีตรังนำทัพยางไทย แจ้งเกิดแบรนด์ระดับโล

Update : 12 กันยายน 2559

view : 31,436

3

ชัยวัฒน์-วนัส แต้ไพสิฐพงษ์ สองรุ่นร่วมสร

Update : 24 กุมภาพันธ์ 2560

view : 29,680


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group