people / COVER STORY

ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ รังสรรค์นวัตกรรม สร้าง TOA ให้ยั่งยืน

ผู้ก่อตั้งอาณาจักรสี TOA พิสูจน์ความเชื่อนวัตกรรรมนำธุรกิจสู่ความรุ่งเรือง จนสืบต่อมายาวนาน และยังคงสถานะบริษัทค้าสีที่คนไทยเป็นเจ้าของมาถึงกว่า 50 ปี มียอดขายทะลุ 1.6 หมื่นล้าน วันนี้ TOA เดินหน้าสู่สังเวียนการค้ากลุ่ม AEC พร้อมเปิดฉากใหม่สู่สถานะบริษัทมหาชนที่เสนอขายหุ้นไอพีโอที่ 507 ล้านหุ้น

120,000 บาท คือทุนตั้งต้นที่ เกี่ยว แซ่ลี้ ผู้เป็นแม่ของ ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ วัย 73 ปี ประธานกรรมการแห่ง บมจ. ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) หรือ TOA เก็บหอมรอมริบจากกิจการค้าของชำแถวคลองรังสิต มอบให้แก่ลูกๆ เพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์บ่มเพาะกิจการร้านขายสีและฮาร์ดแวร์ขนาดคูหาเดียวที่ย่านมหานาคของกรุงเทพมหานคร เมื่อปี 2498

แต่เพื่อให้ธุรกิจสามารถสร้างรายได้เพิ่ม ประจักษ์และพี่น้องอีก 2 คน จึงเริ่มคิดการใหญ่ผลิตสินค้าสีทาไม้ยี่ห้อปลาฉลามและนำเข้ากาวลาเท็กซ์ จนแข็งแรงถึงจุดหนึ่ง ประจักษ์ ในฐานะผู้ประกอบการที่เล็งเห็นการณ์ไกลจึงขอแจ้งเกิดธุรกิจขายสีขึ้นเมื่อปี 2507 สู่ TOA ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายสีแห่งเดียวที่มีเจ้าของเป็นคนไทยและทำรายได้ต่อปีกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท รวมทั้งกำลังจะเดินหน้าสู่บริษัทมหาชนด้วยการเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 507 ล้านหุ้นภายในเดือนตุลาคม 2560

ครองฐานะผู้นำ

นับจากเมื่อราว 50 ปีก่อนจนถึงวันนี้ ด้วยจิตวิญญาณของผู้ประกอบการที่เชื่อมั่นในเรื่องการขายและการตลาดอย่างประจักษ์จึงสร้างให้ TOA เติบโตมาอย่างมั่นคง แม้ต้องเผชิญอุปสรรคบ้างในบางช่วง แต่ในวันนี้ชื่อเสียงของ TOA ก็เป็นที่ยอมรับทั้งในไทยและต่างประเทศ กระทั่งเขาได้ส่งไม้การบริหารสู่ทายาทรุ่นสองอย่าง จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารตั้งแต่เมื่อปี 2544

“ตอนทำสินค้าญี่ปุ่นใหม่ๆ เขาอยากให้เราไปหัดทำสีที่ญี่ปุ่น แต่เราไม่ไป เพราะผมมองว่าแพ้ชนะอยู่ที่ marketing and sale สุดท้ายเขาก็เข้าใจ เรื่องนี้พิสูจน์ว่าเราคิดถูกและเอาตัวรอดมาได้ เพราะหลังจากนั้นพอสงครามโลกครั้งที่ 2 จบแล้วญี่ปุ่นแพ้ เขาย้ายและปิดโรงงานกลับประเทศไป”

ปัจจุบัน TOA เป็นธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร และผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบผิวและผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นสำหรับผู้ใช้งานประเภทลูกค้าทั่วไป โดยครองตำแหน่งเป็นผู้ผลิตสีทาอาคารรายใหญ่สุดของประเทศไทยด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 48.7% และมีส่วนแบ่งการตลาดผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบผิวในเขตประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ประมาณ 13% จากข้อมูลของ Frost & Sullivan (S) Pte. Ltd. เมื่อปี 2559



ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์หลักของ TOA แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ 1. ผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร ในทุกเกรด รวมประมาณ 9,106 หน่วยเก็บสินค้า (SKUs) ภายใต้ตราสินค้าต่างๆ จำนวน 114 ตราสินค้า 2. ผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบผิวและผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบผิวสำหรับงานไม้ ผลิตภัณฑ์เคมีก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์สีที่มีความทนทานสูง ผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์และผลิตภัณฑ์อื่นๆ รวมประมาณ 2,730 หน่วยเก็บสินค้า (SKUs) ภายใต้ตราสินค้าต่างๆ จำนวน 88 ตราสินค้า

โดยมีฐานการผลิต 8 แห่งใน 6 ประเทศ ทั้งในไทยและต่างประเทศได้แก่ เวียดนาม สปป.ลาว มาเลเซีย เมียนมาและกัมพูชา คิดเป็นกำลังการผลิตรวมประมาณ 88.0 ล้านแกลลอนต่อปี (ไม่รวมโรงงานผลิตในกัมพูชาภายใต้ TOA Skim Coat (Cambodia) Co., Ltd. ที่อยู่ระหว่างขอรับใบอนุญาต) แบ่งเป็นจากแหล่งผลิตในไทย 74 ล้านแกลลอนและต่างประเทศ 13.9 ล้านแกลลอน อย่างไรก็ตาม TOA มีรายได้จากช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านผู้ค้าปลีกคิดเป็นสัดส่วน 73.4%ของรายได้จากการขายรวม ณ วันที่ 31 มีนาคม 2560 มีเครือข่ายร้านค้าปลีกประมาณ 6,217 ร้าน ซึ่งครอบคลุม 77 จังหวัด ประมาณ 790 อำเภอทั่วประเทศ



นวัตกรรมสร้างชื่อ

การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเปรียบประหนึ่งเข็มทิศที่นำไปสู่การสร้างให้ชื่อเสียงของ TOA เป็นที่ยอมรับในวงกว้างและนำไปสู่การเติบโตของรายได้ที่มั่นคงตลอด 50 ปีที่ผ่านมา “จุดสำคัญของการสร้างนวัตกรรมคือเราต้องคิดก่อนคนอื่นให้ออกและลงมือทำให้เกิดผล เพื่อให้เราเป็นผู้นำทางด้าน R&D” ประจักษ์กล่าว

จุดเปลี่ยนสำคัญของ TOA ในมุมมองของประจักษ์นั้นเริ่มขึ้นเมื่อปี 2520 ที่ส่งให้ TOA เป็นบริษัทสีรายแรกของไทยที่ไม่มีสารปรอทและสารตะกั่วในสีที่วางจำหน่าย ซึ่งอีกสองปีต่อมา พัฒนานวัตกรรมสี SuperShield ด้วย Self-Cleaning Technology เป็นรายแรกของไทย

โดยในยุคปัจจุบัน 2558 เสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สีเขียนได้ลบได้ สู่ตลาด สีรองพื้นเหล็กกันสนิมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น รวมไปถึงการพัฒนานวัตกรรมเครื่องผสมสี เมื่อปี 2544 มาช่วยในการบริหารจัดการ ทั้งด้านต้นทุนที่เหมาะสมและลดการจัดเก็บสินค้าที่ร้านค้า เพิ่มความหลากหลายของเฉดสีให้กับผู้บริโภคได้มากขึ้น

ประจักษ์ถ่ายทอดเรื่องราวของการสร้างธุรกิจสีให้ประสบความสำเร็จจนเป็นผู้นำของตลาดว่า “ความยากของธุรกิจนี้อยู่ตรงนวัตกรรม ผมให้ความสำคัญกับเรื่อง R&D มาก รวมถึง marketing and sale ซึ่ง TOA ดีตรงที่เจ้าของทำ marketing and sale ด้วย”

เจาะตลาด AEC

“เมืองไทยเริ่มมีข้อจำกัด เพราะเราเป็นเบอร์ 1 มา 40 ปีแล้วและยังชนะ Top 5 ของโลกในแง่นวัตกรรม ดังนั้นเวลาเราไปต่างประเทศก็ไม่ได้ด้อยกว่าคู่แข่ง แถมเรายังใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพกว่ารายอื่น เพราะเรามีมุมมองในการทำธุรกิจแบบเจ้าของไม่ใช่แบบลูกจ้าง”

สินค้าที่ TOA เลือกเป็นทัพหน้าออกไปทำศึกตลาด AEC นั้น เริ่มจาก Construction Chemical (เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง) ที่ครอบคลุมตั้งแต่งานก่อสร้างใหม่-งานเก่า ตั้งแต่ฐานราก ตัวบ้านหลังคา ดาดฟ้า มีความจำเป็นต้องใช้เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคตรวมถึง Protective Coating (สีที่มีความทนทานต่อสภาวะรุนแรง) ซึ่งเน้นตลาดสีทาพื้นที่ต้องการความทนทานสูง เช่นโชว์รูมรถยนต์ อู่ซ่อมรถ ที่ต้องการความทนต่อคราบน้ำมันเครื่อง หรืองานพื้นโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องรับแรงกระแทกและทนทานต่อกรด-ด่างได้เป็นอย่างดี

 



ในแง่การทำตลาด โดยทั่วไปบริษัทฯ เลือกจำหน่ายสินค้าผ่านวิธีการค้าส่งเป็นลำดับแรกเพื่อสร้างการรับรู้ในตราสินค้าและขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายไปสู่ตลาดใหม่ หลังจากนั้นกลยุทธ์ในการจัดจำหน่ายของบริษัทฯ จะถูกปรับไปตามคุณลักษณะของตลาดหลักๆ ในแต่ละประเทศ

ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานผลิตแห่งใหม่ในต่างประเทศอีก 3 แห่งได้แก่ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศกัมพูชา และมีแผนย้ายโรงงานจากเมืองย่างกุ้งไปอยู่ที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ Thilawa ในประเทศเมียนมา ดังนั้นคาดว่าจะส่งผลให้กำลังการผลิตรวมทั้งในไทยและต่างประเทศเพิ่มเป็น 103 ล้านแกลลอน

แบ่งปันสู่มหาชน

“เราต้องการแบ่งปันให้ผู้อื่นเข้ามาร่วมถือหุ้นในบริษัทสีแห่งเดียวที่มีคนไทยเป็นเจ้าของและจะได้รวยไปด้วยกัน” คือคำตอบของประจักษ์เมื่อถามถึงเหตุผลที่เลือกแปลงสถานะของ TOA สู่กิจการมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยหรือ SET หลังคงความเป็นธุรกิจคอบครัวมายาวนานกว่า 50 ปี โฉมใหม่ของ TOA หลังเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยแล้วนั้นประจักษ์เชื่อมั่นว่าควรจะเป็นไปในทิศทางที่ดีกว่าเดิมในทุกๆ มิติ

สำหรับเส้นทางสืบทอดกิจการของครอบครัวตั้งคารวคุณนั้น ปัจจุบันนอกจากจตุภัทร์ที่เป็นเจ้าภาพหลักดูแลกิจการ TOA และ บริษัท น้ำตาล เอราวัณ จำกัด แล้วในส่วนลูกชายคนโตคือวนรัชต์ ได้รับ มอบหมายให้ดูแลธุรกิจใหม่ของกลุ่มครอบครัวตั้งคารวคุณ คือ บริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจำหน่ายสายเคเบิ้ลจากสหรัฐอเมริกาที่เพิ่งซื้อกิจการมาและบริษัท เอ็ม เอ็ม ลอจิสติคส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทโลจิสติกส์ที่เน้นให้บริการลูกค้าที่เป็นบริษัทขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่งส่วนลูกชายอีกคน คือ ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ เลือกดูแลโครงการห้าง Don Quijote ที่ร่วมทุนกับญี่ปุ่น ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่สำนักงานใหญ่เดิมย่านทองหล่อ ขณะที่ลูกสาวคนสุดท้องคือ บุศทรี หวั่งหลี ให้ช่วยรับผิดชอบเรื่องการเงินและทำธุรกิจค้าที่ดิน



อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาแม้ว่าตัวเขาและ ละออ ตั้งคารวคุณ ผู้เป็นภรรยาไม่ได้วางเส้นทางเดินชีวิตให้ลูกๆ เพื่อเข้ามารับช่วงกิจการ แต่ในอดีตก็หาโอกาสให้ลูกๆ ได้มาซึมซับและสัมผัสประสบการณ์ในธุรกิจที่ TOA ตั้งแต่ยังเด็ก จึงค่อนข้างรู้ใจและเข้าใจว่าพ่อต้องการให้ทำอะไร โดยแทบจะไม่ต้องพูดอะไรมาก สำหรับทายาทรุ่น 3 หรือหลานๆ ที่แม้ตอนนี้ยังอยู่ในวัยเรียนประจักษ์ก็มองว่าถึงช่วงอายุหนึ่งก็ควรจะให้ลองมาเรียนรู้ที่โรงงานและเยี่ยมร้านค้าที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทบ้างเช่นกัน

“แต่ละธุรกิจที่มอบหมายให้ลูกๆ ดูแล ผมไม่ได้บังคับหรือเลือกให้ แต่ละคนตัดสินใจทำกันเอง ไม่ต้องมาแย่งกัน”


คลิกเพื่ออ่าน "ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ รังสรรค์นวัตกรรม สร้าง TOA ให้ยั่งยืน" ฉบับเต็มในรูปแบบ e-Magazine


ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor

Update : 15 ธันวาคม 2560

View : 5,382


Most Popular
1

วาสนา ลาทูรัส, NaRaYa กระเป๋าผ้าพันล้าน

Update : 27 กุมภาพันธ์ 2558

view : 40,990

2

ศรีตรังนำทัพยางไทย แจ้งเกิดแบรนด์ระดับโล

Update : 12 กันยายน 2559

view : 31,422

3

ชัยวัฒน์-วนัส แต้ไพสิฐพงษ์ สองรุ่นร่วมสร

Update : 24 กุมภาพันธ์ 2560

view : 29,650


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group