people / COVER STORY

ธิดา แก้วบุตตา สาวแกร่งแห่ง SAWAD

ศรีสวัสดิ์ยกระดับสู่สถาบันการเงินทางเลือกใหม่ในการกำกับของแบงก์ชาติ ภายใต้ผู้นำสาวและผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ธิดา แก้วบุตตา ร่วมบริหารกิจการปล่อยสินเชื่อรายย่อย ตั้งเป้าหมายสินเชื่อโตปีละ 20-30% สถาบันการเงินทางเลือกใหม่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คือบทบาทที่ บมจ. ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น หรือ SAWAD ซึ่งมี ธิดา แก้วบุตตา หรือ “ไนล์” ผู้บริหารหญิงวัย 35 ปี ที่เป็นทั้งผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่งในสัดส่วน 31.28% (ณ เดือนพฤษภาคม 2560) และผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร กำหนดทิศทางเพื่อวางรากฐานธุรกิจ หลังผ่านอุปสรรคและขวากหนามถึง 38 ปี จนกลายเป็นบริษัทมหาชนที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดกว่า 5.4 หมื่นล้านบาท (ณ มิถุนายน 2560)

“เราเชื่อว่าการเป็นสถาบันการเงินภายใต้การดูแลของแบงก์ชาติเป็นเรื่องดีกับองค์กรในระยะยาว ทั้งด้านพนักงานก็ถือว่าได้ทำงานกับสถาบันการเงิน ส่วนทางลูกค้าก็สบายใจว่าได้ใช้บริการกับสถาบันการเงินที่เป็นมาตรฐาน ขณะที่นักลงทุนก็เชื่อมั่นตรงที่เราสามารถปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ได้อย่างไม่มีข้อกังขา” ธิดากล่าว

เมล็ดพันธุ์แห่ง SAWAD งอกงามขึ้นในนาม บริษัท ศรีสวัสดิ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (SI) โดยครอบครัวแก้วบุตตาที่มีหัวเรือใหญ่อย่างฉัตรชัย แก้วบุตตา ผู้เป็นบิดาของธิดาและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SAWAD ซึ่งก้าวสู่เส้นทางให้บริการสินเชื่อในจังหวัดเพชรบูรณ์ตั้งแต่เมื่อปี 2522 ในรูปแบบสินเชื่อ โดยใช้ทะเบียนกรรมสิทธิ์รถทุกประเภทเป็นหลักประกัน หรือสินเชื่อจำนำทะเบียนรถขยายธุรกิจ หลังฝ่ากำแพงแห่งความท้าทาย บริษัทเดินหน้าพัฒนาความแข็งแกร่ง พร้อมเริ่มต้นศรีสวัสดิ์รุ่นสอง โดยเส้นทางการเข้ามารับช่วงบริหารกิจการของครอบครัวอย่างเต็มตัว
 

ธิดา เริ่มต้นในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2557 จากการดูแลค่าใช้จ่ายการพัฒนาธุรกิจ และเป็นตัวแทนพบนักวิเคราะห์ นักลงทุน ทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมถึงสื่อมวลชน ขณะที่ ดวงใจ แก้วบุตตา วัย 37 ปี ผู้ถือหุ้นอันดับ 3 และกรรมการของ SAWAD ผู้เป็นพี่สาวของธิดา ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวคนสำคัญได้ร่วมสร้างธุรกิจเคียงบ่าเคียงไหล่โดยรับผิดชอบงานบริหารรายวัน ต้นทุน กู้เงิน และออกหุ้นกู้

สองพี่น้องแก้วบุตตามุ่งมั่นสร้างการเติบโตให้ธุรกิจจนสามารถนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเสนอขายหุ้นให้แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรกเมื่อปี 2557 ในนามบมจ. ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 ก่อนปรับโครงสร้างเป็นบริษัทโฮลดิ้งในนาม บมจ. ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น หลังควบรวม บมจ. บริษัทเงินทุน (บง.) ศรีสวัสดิ์ (เดิมคือ บมจ. บริษัทเงินทุนกรุงเทพธนาธร) เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มในเดือนเมษายน ปี 2560 ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างขออนุมัติจาก ธปท.เพื่อจัดตั้งกลุ่มธุรกิจการเงินเป็นสถาบันการเงินทางเลือกใหม่ เพื่อให้บริการสินเชื่อสำหรับคนในชุมชนที่ต้องการใช้เงินด่วน ภายใต้การกำกับดูของธปท.

ขณะที่บริษัทวางแผนขยายการให้บริการครอบคลุมทุกตำบลในประเทศจากปัจจุบันที่มีจำนวน 2,290 สาขา (ณ สิ้นเดือน มิถุนายน 2560) เป็น 3,500 สาขาในอีก 3-5 ปีข้างหน้า เพื่อให้เข้าถึงชุมชนในวงกว้างและดูแลผู้ใช้บริการได้ใกล้ชิดขึ้น

“เรามีนโยบายขยายสาขาเพิ่มไปยังชุมชนเพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าได้ใกล้ชิดมากขึ้นและทำให้ลูกค้าสบายใจแวะเวียนเข้ามาใช้บริการที่สาขาของเรามากขึ้น รวมถึงเราวางแผนเสริมบริการให้ครบถ้วนทุกความต้องการ ให้สมกับสโลแกนของเราว่าที่ว่า ‘ถ้าเดือดร้อนเรื่องเงินให้มาหาเรา’ ซึ่งเราให้ความสำคัญในเรื่องความเร่งด่วน และแม้ไม่มีประวัติเครดิตก็สามารถมาหาเราได้เช่นเดิม”


 

เพิ่ม บง. บริการครบเครื่อง

บง. ศรีสวัสดิ์ ซึ่งเป็นน้องใหม่ของเครือศรีสวัสดิ์ที่เข้าไปถือหุ้นในอัตรา 36.35%นับเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนเป้าหมายเร่งยอดเงินฝากในอนาคตของกลุ่ม SAWAD ดังที่ธิดาให้เหตุผลว่า เพราะต้องการเติบโตอย่างมั่นคง ซึ่งจะสนับสนุนให้ SAWAD นำเสนอบริการทางการเงินได้เต็มรูปแบบอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเมื่อสามารถรับฝากเงินจากประชาชนได้ภายใต้ใบอนุญาตของ บง. ศรีสวัสดิ์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการอนุมัติของ ธปท.เพื่อออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในรูปแบบเงินฝากระยะยาว ซึ่งดอกเบี้ยเงินฝากมากกว่า 1 ปีขึ้น เจาะกลุ่มผู้มีรายได้ระดับ 10 ล้านบาทขึ้นไป


ทั้งนี้ บริษัทมีแผนขยายจำนวนผู้ใช้บริการเป็น 2-3 ล้านรายภายใน 3-5 ปีข้างหน้าโดยพึ่งพาความหลากหลายของผลิตภัณฑ์เป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งจะเน้นขยายกลุ่มรายย่อยเพิ่มขึ้น และตั้งเป้าสินเชื่อเติบโตที่ 20-30% ต่อปี เช่นเดียวกับในปีนี้ที่น่าจะมียอดปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น 20 -30% หรือเป็นสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นอีก 2 หมื่นล้านบาท ขณะที่มียอดสินเชื่อรวมปัจจุบันอยู่ที่ราว 2 หมื่นล้านบาท


อย่างไรก็ตาม ในการประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อรายย่อย ภายใต้เครื่องหมายการให้บริการ “ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ” ปัจจุบันมีฐานผู้ใช้บริการอยู่ราว 4 แสนรายซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มลูกค้ารายย่อยที่มียอดสินเชื่อระหว่าง 7,000 ถึง 10,000 บาทประมาณ 15% กลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กที่เป็นเจ้าของกิจการทั่วไปที่ยอดสินเชื่ออยู่ที่ 100,000-200,000 บาท ประมาณ 75% และกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางที่ยอดสินเชื่ออยู่ที่ 3,000,000 – 60,000,000 บาท ประมาณ 10% ซึ่งผู้ใช้บริการจะยังคงอัตราส่วนเดิมต่อไปในอนาคตขณะที่ฝั่งสินเชื่อสามารถแบ่งเป็น 5 ธุรกิจหลัก ได้แก่ 1. สินเชื่อรายย่อยแบบมีหลักประกันประเภท ทะเบียนรถเก่า ทุกประเภท บ้าน และโฉนดที่ดิน 2. สินเชื่อรายย่อยแบบไม่มีหลักประกันภายใต้การกำกับ 3. บริหารสินทรัพย์ 4. รับจ้างติดตามหนี้ 5. บริการที่ปรึกษาและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำธุรกิจสินเชื่อ

“ภาพรวมโครงสร้างธุรกิจในปัจจุบันนับว่าเป็นรากฐานที่ดีเพียงพอต่อการเติบโตในอนาคต กล้าพูดได้ว่าเรามีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ครบเครื่องแล้ว นั่นคือถ้ามีความต้องการใช้เงินก็มาหาเราได้ เช่นเดียวกับที่หากเงินเหลือก็มาฝากที่สำนักงานสาทรของ บง. ศรีสวัสดิ์ได้” ธิดาเสริม

ชิงโอกาส CLMV

จากความเชื่อมั่นว่า SAWAD ยืนหยัดในเมืองไทยได้อย่างแข็งแกร่งแล้ว บริษัทจึงวางแผนสยายปีกเพื่อลงหลักปักฐานสร้างการเติบโตในตลาดประเทศเพื่อนบ้านกลุ่ม CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาและเวียดนาม) ด้วยความเชื่อที่ว่ามีความต้องการเงินอยู่ในทุกพื้นที่ของกลุ่ม CLMV และวิถีการดำเนินชีวิตของประชากรยังมีความใกล้เคียงกับประเทศไทยด้วย

“ธุรกิจใน CLMV มีโอกาสเติบโตในทิศทางที่ดี ซึ่งในช่วงแรกจะเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ถ้ามั่นใจแล้วเราจะขยายการเติบโตมากขึ้น จากปัจจุบันอัตราส่วนธุรกิจกลุ่ม CLMV อยู่ที่ราว 1%เราตั้งเป้าหมายขยายเพิ่มเป็น 15-20%ภายใน 5 ปีข้างหน้า”

นอกจากเปิดกิจการในเครือที่เวียดนามแล้ว ล่าสุดบริษัทได้ลงทุนและเปิด บริษัทศรีสวัสดิ์ สินเชื่อ (ลาว) จำกัด ที่สปป.ลาวพร้อมร่วมมือกับกลุ่มตัวแทนจำหน่ายของ Kubota ที่เมียนมา ด้วยการให้สินเชื่อแก่บริษัทดังกล่าวโดยตรงเพื่อนำไปปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ใช้บริการรายย่อย

จากรูปแบบการบริหารธุรกิจของกลุ่ม SAWAD ที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบตามนโยบายที่วางไว้ บทบาทหน้าที่ของธิดาจึงเน้นหนักที่การควบคุมดูแลให้องค์กรขับเคลื่อนตามระบบอย่างเต็มที่ โดยดูแลในลักษณะเครือญาติ ซึ่งความเป็นผู้บริหารหญิงได้มีส่วนทำให้เข้าใจทีมงานมากขึ้นทำให้บริษัทสามารถเดินตามเป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างดีที่สุด


นอกจากนั้น ธิดาเห็นว่า ในปัจจุบันผู้หญิงได้รับการยอมรับให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับสูงขององค์กรมากขึ้น โดยความแตกต่างระหว่างเพศไม่ได้ส่งผลต่อการบริหารงานหรือดำเนินธุรกิจ แต่ช่วยเพิ่มความหลากหลายในการทำงาน ซึ่งหากทุกคนพยายามแข่งขันทำงาน ด้วยความเท่าเทียม ท้ายที่สุดจะนำมาซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวม

“การเป็นผู้บริหารหญิงไม่ได้มีข้อได้เปรียบหรือเสียเปรียบอะไร ทุกเพศสามารถทำงานได้ใกล้เคียงกันถ้าตั้งใจจริง และเราเชื่อมั่นในระบบที่วางไว้ และยังสามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและไม่น่ามีจุดเสี่ยง เพราะเราก็ตั้งใจทำงานเพียงแต่ด้วยความเป็นผู้หญิงทำให้เรานุ่มนวลกว่า และชอบเจรจากับลูกค้ามากกว่าผู้ชาย” เธอกล่าวสรุป


คลิกเพื่ออ่าน "ธิดา แก้วบุตตา สาวแกร่งแห่ง SAWAD" ฉบับเต็มได้ในรูปแบบ e-Magazine 


ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor

Update : 19 กันยายน 2560

View : 1,441




vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 16,677

Most Popular
1

วาสนา ลาทูรัส, NaRaYa กระเป๋าผ้าพันล้าน

Update : 27 กุมภาพันธ์ 2558

view : 30,073

2

ศรีตรังนำทัพยางไทย แจ้งเกิดแบรนด์ระดับโล

Update : 12 กันยายน 2559

view : 26,977

3

ไพบูลย์ อังคณากรกุล สู่ทศวรรษใหม่อาซีฟาห

Update : 05 เมษายน 2560

view : 23,120

top list

ประธานเฟดคนใหม่ และทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่อา..

Update : 03 พฤศจิกายน 2560

view : 1,160

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 5,387

ความผันผวนที่มากขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แต..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 1,770


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย