people / COVER STORY

คีรี - กวิน กาญจนพาสน์ คู่พ่อลูกต่อยอดขับเคลื่อนธุรกิจ

คีรี กาญจนพาสน์ เจ้าพ่อ BTS เทหมดหน้าตักปฏิวัติขนส่งมวลชนไทย ด้วยโครงการรถไฟฟ้าสายแรกเมื่อ 25 ปีก่อน มาในวันนี้การลงทุนผลิดอกออกผลเหนือคาด สู่บริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์กว่าแสนล้านบาท พร้อมติดสปีดการเติบโตหลังช่วงชิง 2 โครงการใหม่ ‘สายสีชมพูและสีเหลือง’ มูลค่าการลงทุนนับ 1.05 แสนล้านบาท โดย คีรี กาญจนพาสน์ ซึ่งยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดที่ 27.49% (ณ สิงหาคม 2559) และประธานกรรมการ บมจ. บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) โดย มีบริษัทในเครือคือ บมจ. ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) เป็นผู้ได้รับสัมปทานจากกรุงเทพมหานครในการให้บริการรถไฟฟ้าในระบบขนส่งมวลชนสายหลักในชื่อ BTS

“ตอนที่เราเริ่มสร้างรถไฟฟ้า BTS นั้น คนกรุงเทพฯ ยังไม่คิดถึงการอยู่อาศัยในตึกคอนโดมิเนียมสูงๆ เท่าไหร่ แต่ตอนนี้ผู้คนไม่ใช่แค่เพียงยอมรับแต่ยังต้องการมีไลฟ์สไตล์แบบนั้นเหมือนกับในมหานครที่ทันสมัยอื่นๆ” คีรีย้ำและความจริงก็เป็นเช่นนั้นเพราะไม่ว่ารถไฟฟ้าจะวิ่งผ่านไปทางไหนก็มักมีตึกสูงผุดตามเป็นทิวแถวตลอดแนว โดยผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ยินดีที่จะควักกระเป๋าซื้อที่ดินในราคาแพงกว่าปกติอย่างมากเพื่อพัฒนาโครงการในทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบัน BTS จับมือกับพันธมิตรแถวหน้า ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ของไทยอย่าง บมจ. แสนสิริ ร่วมกันพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย 5 โครงการตามแนวสถานีรถไฟฟ้าทั้งเส้นที่เปิดบริการแล้วหรือกำลังจะเปิดซึ่งทุกโครงการล้วนขายดีเป็นเทน้ำเทท่าล่าสุด

ณ มกราคม 2560 BTS มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) กว่า 1 แสนล้านบาท และตัวเลขผลประกอบการงวดไตรมาส 2/2560 (30 กันยายน 2559)  มีรายได้รวม 4.26 พันล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 1.1 พันล้านบาท นับตั้งแต่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อธันวาคม 2542 จนถึงปัจจุบัน (ธันวาคม 2559) BTS มีจำานวนผู้โดยสารใช้บริการแล้ว กว่า 2.5 พันล้านเที่ยวคน ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนผู้โดยสารเกือบ 700,000 คน/วัน จากท้ังสองเส้นทางในปัจจุบันคือ สายสุขุมวิทและสายสีลมที่มีระยะทางรวมกว่า 36 กิโลเมตร

เมื่อสถานีปลายทางของเจ้าพ่อ BTS ไม่จำกัดแค่เพียงความสำเร็จด้านตัวเลขรายได้เท่านั้น คีรียังเร่งสร้างการเติบโตให้แข็งแกร่งด้วย การดึงบรรดายักษ์ใหญ่ในธุรกิจผนึกกำลังกันปฏิวัติขนส่งมวลชนไทย ภายใต้ชื่อกลุ่ม กิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (BSR Joint Venture) ซึ่งประกอบด้วย BTS บมจ. ซิโน-ไทย เอ็น จีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) และ บมจ. ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) โดยถือหุ้น 75% 15% และ 10% ตามลำดับพร้อมคว้าชัยในการประมูลสัมปทานการลงทุนออกแบบและก่อสร้างงานโยธาการจัดหาระบบรถไฟฟ้า การให้บริการเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุงรักษา โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรงที่มีมูลค่าลงทุนรวมกว่า 1.05 แสนล้านบาทนี้

“พันธมิตรทั้งสามรายต่างเป็นบริษัทชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์มายาวนาน ผมจึงมองว่า BSR จะเป็นกิจการร่วมค้าที่มีคุณภาพ จริงใจ และมั่นใจว่าจะดำเนินการพร้อมส่งมอบบริการให้แก่ประชาชนได้ตามที่ รฟม. กำหนดไว้คือ 39 เดือน นับจากวันที่เซ็นสัญญา” คีรี กล่าว

อย่างไรก็ตาม โครงการรถไฟฟ้าทั้งสองสายนี้เป็นการลงทุนในลักษณะ PPP Net Cost (Public Private Partnership) โดยภาครัฐลงทุนค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินสำหรับการก่อสร้างงานโยธารวมทั้งให้เงินสนับสนุนค่าก่อสร้างงานโยธาโดยจำกัดวงเงินสนับสนุนสำหรับสายสีชมพูไว้ไม่เกิน 2.01 หมื่นล้านบาท และสายสีเหลืองไม่เกิน 2.24 หมื่นล้านบาท ส่วนเอกชนผู้รับสัมปทานจะเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างงานโยธาจัดหาระบบรถไฟฟ้าและขบวนรถไฟฟ้าสำหรับสายสีชมพูนั้นใช้วงเงินลงทุนทั้งหมด ราว 5.35 หมื่นล้านบาท (ประกอบด้วยค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ค่างานโยธา และค่าระบบไฟฟ้า) และสายสีเหลืองใช้วงเงินประมาณ 5.18 หมื่นล้านบาท โดยสัญญาสัมปทานจะมี อายุ 33 ปี 3 เดือน (ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี 3 เดือน และระยะเวลาเดินรถ 30 ปี)

ขณะที่ในส่วนของต้นทุนการก่อสร้างที่มีความสำคัญยิ่งกับการลงทุน เมื่อมี STEC หนึ่งในบริษัทก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย และ RATCH ที่มีความรู้ความชำนาญในเรื่องไฟฟ้าและระบบควบคุมมาร่วมงาน โดยนอกจากจะร่วมลงทุนในโครงการทั้ง 2 นี้แล้วยังมีส่วนทำให้ต้นทุนค่าก่อสร้างนั้นสามารถแข่งขันได้

อย่างไรก็ดี เพื่อให้โครงการมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น กิจการร่วมค้า BSR ได้ยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมจากขอบเขตโครงการเดิมโดยสำหรับสายสีชมพูนั้นได้มีการเสนอให้มีการขยายระยะทางเพิ่มประมาณ 2.8 กิโลเมตรจากสถานีศรีรัช (PK10) บนถนนแจ้งวัฒนะ เข้าไปยังเมืองทองธานี เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีประชากรอยู่หนาแน่น มีส่วนงานราชการอยู่เป็นจำนวนมาก

ด้านสายสีเหลืองนั้น กิจการร่วมค้า BSR เสนอให้มีการต่อขยายเส้นทางออกไปอีกประมาณ 2.6 กิโลเมตร ซึ่งเริ่มจากสถานีรัชดา (YL01) ไปทางทิศเหนือตามถนนรัชดาภิเษกและสิ้นสุดบริเวณแยกรัชโยธินซึ่งจะเชื่อมต่อ กับสถานี N10 (บริเวณปากซอยพหลโยธิน 24) ของรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (จาก หมอชิตไปคูคต โดยอยู่ระหว่างการก่อสร้าง)

“พื้นที่สายสีชมพูและสีเหลืองนั้นมีจำนวนประชากรอาศัยอยู่มากถึง 3 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของคนกรุงเทพฯ รวมถึงกลุ่มคนในย่านนี้กว่า 50% ยังใช้รถไฟฟ้าเป็นพาหนะในการสัญจรอีกด้วย” คีรี ยืนยัน



ถึงวันนี้อะไรต่อมิอะไรก็ดูสดใสสวยงาม ถึงแม้ว่า BTS จะได้สัมปทานยาว ถึง 30 ปี จนสิ้นสุดในปี 2572 แต่โครงการในช่วงแรกที่ครอบคลุมระยะทางแค่ 23.5 กิโลเมตรก็ยังมีกำไรต่ำมาก ปัจจุบันรถไฟฟ้า BTS มีระยะทางยาวกว่าเดิมถึงเท่าตัวและจากงบไตรมาสล่าสุดปรากฏว่าทำรายได้ให้กับบริษัทคิดเป็น 37% ของรายได้รวมของทั้งเครือส่วน ซึ่งธุรกิจที่ทำรายได้ถึง 41% ของรายได้รวมคือธุรกิจสื่อซึ่งรวมทั้งสื่อโฆษณาและสื่อออนไลน์ด้วย

เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับกวิน เพราะธุรกิจสื่อนี้ดำเนินการโดย VGI ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ BTS และเป็นโครงการที่กวิน ปั้นขึ้นมากับมือตั้งแต่ต้น “มันคืองานแรก ของผม” กวินพูดถึง VGI ธุรกิจสื่อเป็นหนึ่งในสี่เสาหลักของ BTS ประกอบด้วย รถไฟฟ้า อสังหาริมทรัพย์ และ การให้บริการด้านอื่นๆ ซึ่งในส่วนของธุรกิจสื่อนอกจากการโฆษณาภายในสถานีรถไฟฟ้า ขบวนรถไฟฟ้า และป้ายโฆษณา ขนาดใหญ่บนอาคารสำนักงาน และหรือ ทำเลอื่นๆ ทั่วกรุงเทพฯ แล้ว ยังรวมถึงบัตร Rabbit Smartcard ด้วย  ภาพของผลกำไรของบริษัทที่เกิดขึ้นยังสะท้อนถึงศักยภาพดังกล่าว โดยกำไรจากธุรกิจสื่อคิดเป็น 48% ของกำไรรวมของ BTS ในขณะที่กำไรจากธุรกิจรถไฟฟ้าคิดเป็น สัดส่วน 42%


อย่างไรก็ตาม กวินบอกว่ากำไรจากธุรกิจสื่อของ BTS ยังสามารถเติบโตได้ถึง 33% จากปีก่อนหน้า และน่าจะเติบโตต่อได้อย่างแข็งแกร่ง เมื่อ Forbes Asia ถามคีรีถึงเรื่องการเปลี่ยน ผ่านสู่ระบบออนไลน์ของ BTS เขาบอกกลั้ว หัวเราะว่า “เรื่องนี้ผมแล้วแต่กวินเขา...หรือ ไม่อย่างนั้นผมก็ต้องถามพวกลูกๆ หลานๆ”
 

 

โพสต์ที่แชร์โดย Forbes Thailand Magazine (@forbesthailand) เมื่อ


นอกจากนี้ ธุรกิจสื่อของ BTS ยังได้ขยายกิจการก้าวไกลไปถึงต่างประเทศด้วย ในขณะที่ธุรกิจรถไฟฟ้ากำลังมองโอกาสในการเข้าลงทุนที่ประเทศจีน รวมถึงแผนพัฒนาเส้นทางรถไฟไทย-จีน orologi replica cartier แต่ธุรกิจสื่อไปไกลกว่านั้น โดยบริษัทได้ตั้ง joint venture ร่วมกับ Titanium Compass เพื่อดูแลสื่อโฆษณาในสถานีรถไฟฟ้า 31 แห่งของ Mass Rapid Transit Corp. ในประเทศ มาเลเซียซึ่งเริ่มเปิดในปลายปีที่ผ่านมา

กระนั้น การเติบโตแท้จริงของบริษัทอยู่ที่กรุงเทพฯ และคีรีก็ยินดีที่จะวางมือให้ลูกชาย ก้าวขึ้นมาเป็นผู้กุมบังเหียนกิจการในอนาคต คีรีเชื่อว่ารัฐบาลยุคนี้เอาจริงในเรื่องระบบขนส่งมวลชน “ประเทศไทยเห็นประโยชน์ของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน” เขาบอกและทิ้งท้ายว่า “ถ้าไม่มีมันคุณก็ไม่สามารถที่จะโตได้เร็วและกรุงเทพฯ ก็กำลังโตอยู่ในขณะนี้” โดย BTS ยังมีส่วนร่วมในแผนระบบขนส่งมวลชนของรัฐบาลที่จะเพิ่มระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอีกกว่า 508.4 กิโลเมตรภายในปี 2572

เรื่อง: ชญานิจฉ์ ดาศรี และ Ron Gluckman เรียบเรียง: พิษณุ พรหมจรรยา ภาพ: กิตติเดช เจริญพร และ Luke Duggleby/Redux Pictures for Forbes


อ่านเพิ่มเติม: ย้อนรอย คีรี กาญจนพาสน์ ขับเคลื่อนมังกรสยามเชื่อมมหานคร


อ่านเพิ่มเติม: กวิน กาญจนพาสน์ “ผมชอบธุรกิจที่ไม่มีคู่แข่ง”

คลิกอ่านฉบับเต็ม "คีรี กาญจนพาสน์ ขับเคลื่อนมังกรสยามเชื่อมมหานคร" ได้ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับ มีนาคม 2560


ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor

Update : 05 พฤษภาคม 2560

View : 4,535



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 10,863

Most Popular
1

วาสนา ลาทูรัส, NaRaYa กระเป๋าผ้าพันล้าน

Update : 27 กุมภาพันธ์ 2558

view : 26,927

2

ศรีตรังนำทัพยางไทย แจ้งเกิดแบรนด์ระดับโล

Update : 12 กันยายน 2559

view : 24,130

3

ไพบูลย์ อังคณากรกุล สู่ทศวรรษใหม่อาซีฟาห

Update : 05 เมษายน 2560

view : 21,728

top list

การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสและความเสี่ยงต่อกล..

Update : 26 เมษายน 2560

view : 1,949

เศรษฐกิจไทยปีระกา 2017 ท่ามกลางความเสี่ยงของนโยบาย..

Update : 28 กุมภาพันธ์ 2560

view : 3,797

Investor searching for yield, Beware real sector

Update : 24 กุมภาพันธ์ 2560

view : 1,363


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย
กิติชัย เตชะงามเลิศ
นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน
กันติพัฒน์ วงศ์สุคนธ์
Head of Wealth Advisory บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทิสโก้
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)