people / COVER STORY

สหพัฒนพิบูล-ไอ.ซี.ซี. สองเสาหลักแห่งเครือสหพัฒน์

ทำความรู้จักกับสองเสาหลักแห่งเครือสหพัฒน์ที่ช่วยขับเคลื่อนอาณาจักรแสนล้านให้เดินหน้าอย่างมั่นคง

ความเพียรนำมาซึ่งความสำเร็จ คำกล่าวนี้ถูก  เทียม โชควัฒนา พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าจริงแค่ไหน เพราะภายใต้ความมุมานะทำงานอย่างหนัก เขาได้สร้าง “เครือสหพัฒน์” ให้เติบใหญ่กลายเป็นอาณาจักรสินค้าอุปโภคบริโภค ทั้งยังเป็นต้นธารแห่งความสำเร็จให้กับสายเลือด “โชควัฒนา” รุ่นลูกและหลานได้เดินหน้าขยายธุรกิจอย่างไม่หยุดยั้ง มีผู้นำคือ บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา และในส่วนของบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือเป็นสายธารที่ต่อยอดมาอย่างมั่นคงอยู่ภายใต้การบริหารของ บุญชัย-บุญเกียรติ โชควัฒนา

“คุณบุญชัยและคุณบุญเกียรติไปได้ดีในสายงานของเขา” คือประโยคที่บุณยสิทธิ์ในฐานะพี่ชายและนายใหญ่แห่งเครือสหพัฒน์เอ่ยสั้นๆ แต่เปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ

ย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นที่แท้จริงของเครือสหพัฒน์ เทียมได้รับการอบรมสั่งสอนเรื่องความอดทนและความขยันตั้งแต่ยังเด็ก เวลาว่างของเขาหลังเลิกเรียนที่โรงเรียนเผยอิงคือการกลับบ้านช่วยงานพ่อแม่ที่ร้านลี้เปียวฮะ แต่ต่อมาเมื่อไทยได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ลุกลามไปทั่วโลก ส่งผลให้ธุรกิจของครอบครัวต้องสะดุด เทียมในวัย 15 ปี จึงตัดสินใจออกจากโรงเรียนมาช่วยกิจการค้าขาย พร้อมกับเริ่มมองหาลู่ทางจำหน่ายสินค้าใหม่ อาทิ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ผ้าเช็ดตัว แต่ฮกเปียวไม่เห็นด้วย เทียมจึงตัดสินใจออกไปตั้งร้านเฮียบเซ่งเชียง ที่ย่านสำเพ็ง ซึ่งฮกเปียวให้ทุนมา 1 หมื่นบาท ส่วนพ่อตาของเทียมก็ให้ยืมเงิน 2 หมื่นบาทมาใช้เป็นเงินตั้งต้นซื้อสินค้า

ด้วยสถานการณ์ที่อยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เทียมจึงติดต่อซื้อสินค้าจากบริษัทในเครือของกลุ่ม Mitsui ประเทศญี่ปุ่น และติดต่อญาติๆ ที่ประเทศจีนเพื่อนำสินค้าเกษตรจำพวกถั่วต่างๆ เข้ามาจำหน่าย ก่อนจะตัดสินใจลงทุนร่วมกับเพื่อนชาวญี่ปุ่น โอกาดะ จนกิจการก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ และในปี 2495 เฮียบเซ่งเชียงก็เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด ซึ่งคำว่า “สห” “พัฒน”และ “พิบูล” มาจากชื่อร้าน “เฮียบเซ่งเชียง” มีความหมายว่า รวมกันเพื่อให้เกิดความถาวรวัฒนา “โตแล้วแตก-แตกแล้วโต"

สหพัฒนพิบูลในยุคของเทียมเติบโตจนกลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ เมื่อถึงจุดหนึ่งเทียมจึงใช้กลยุทธ์ “โตแล้วแตก-แตกแล้วโต” คือเขาเปิดโอกาสให้พนักงานที่อยู่มานานและมีฝีไม้ลายมือในการทำงานเป็นที่ไว้วางใจได้แยกไปเป็นผู้บริหารบริษัท โดยสหพัฒนพิบูลร่วมลงทุน

ส่วนกลยุทธ์ “แตกแล้วโต” ลูกๆ ของเทียมก็ได้นำมาใช้และกลายเป็นหัวใจหลักในการทำงาน นั้นคือ การก่อตั้งบริษัทที่เพิ่มขึ้นแต่ทั้งหมดล้วนอยู่ในเครือสหพัฒน์ ทว่าด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนผัน บุณยสิทธิ์ จึงตัดสินใจปรับกลยุทธ์ใหม่ หาก “แตกแล้วโต” ไม่ได้ผล เขาจะใช้วิธี “รวม” เพื่อทำให้ธุรกิจนั้นแข็งแรงพอจะสู้กับคู่แข่งขันได้

“ผมตัดสินใจให้บุญชัยเข้ามาบริหารเต็มที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงแก้ไข ปรับปรุงระบบใหม่ เนื่องจากผมสร้างมากับมือจะแก้ไขหรือจะปรับอะไรนี่มันทำไม่ลง บุญเกียรติก็มาช่วยกันประชุมกันบ่อยมากเพื่อแก้ปัญหา” บทสัมภาษณ์ส่วนหนึ่งที่เทียมเคยกล่าวไว้ในหนังสือ “สหพัฒน์ โตแล้วแตก และ แตกแล้วโต” ในช่วงที่เขาดึงบุญชัยและบุญเกียรติมาช่วยกู้สถานการณ์ขาดทุนของสหพัฒนพิบูลในราวปี 2528

บุญชัย งัดทุกตำราและประสบการณ์จากการเติบโตในครอบครัวค้าขายมาใช้จนกระทั่งคลี่คลายวิกฤตได้ในที่สุด จากนั้นก็ปรับระบบการทำงานภายในองค์กรให้ทันสมัย ปัจจุบันบุญชัย วัย 69 ปี ดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการของสหพัฒนพิบูล รับผิดชอบการกระจายสินค้ากว่า 600 รายการ ภายใต้แบรนด์สินค้ากว่า 90 แบรนด์

บุญชัยให้รายละเอียดกับ Forbes Thailand ว่าปีนี้สหพัฒนพิบูลตั้งเป้าหมายรายได้รวมเติบโตที่ราว 10% คิดเป็นรายได้ราว 3.6 หมื่นล้านบาท โดยปรับกลยุทธ์และรูปแบบการส่งเสริมการขายให้ทันกับตลาดรวมและคู่แข่ง เน้นการขายในตลาด AEC ให้มากขึ้น พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายใหม่โดยรุกเข้าสู่อีคอมเมิร์ซมากขึ้น

สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่เป็นหัวหอกของบริษัท บุญชัยบอกว่าปีที่ผ่านมาสัดส่วนรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คิดเป็นสัดส่วน 53.3% ของรายได้รวมซึ่งปี 2560 ก็จะยังให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์อาหารเช่นเดิม มุ่งเน้นที่บะหมี่และเส้นหมี่ที่เป็นผลิตภัณฑ์หลักเพื่อผลักให้สัดส่วนการขายเพิ่มขึ้น รวมทั้งหนุนน้ำแร่มองต์เฟลอ โยเกิร์ตริชเชส และริวองซอยเกิร์ต ส่วนผลิตภัณฑ์ของใช้จะเน้นผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อมเด็กและผงซักฟอก เนื่องจากมีการขยายโรงงานซึ่งจะเปิดในเดือนพฤษภาคมปีนี้ พร้อมรุกตลาดผลิตภัณฑ์ในช่องปากและผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงวัย

“พี่น้องของผมทุกคนยึดมั่นคำสอนของคุณพ่อมาตลอดในเรื่องที่จะไม่ทำธุรกิจผิดกฎหมายหรือผิดศีลธรรม แม้ธุรกิจเหล่านั้นจะทำให้รวยเร็วก็ตาม ต้องถือว่าธุรกิจของเราเติบโตน้อย เติบโตช้า พวกเราอยู่อย่างสมถะไม่ได้ต้องการความร่ำรวย ธุรกิจของเราเริ่มต้นอย่างเล็กๆ แล้วค่อยๆ ขยาย ลักษณะการเติบโตของเราจึงต่างจากธุรกิจของคนอื่น”


 

เปิดประตูสู่ ไอ.ซี.ซี.

ณ วันที่ 9 พฤษภาคม ปี 2559 ไอ.ซี.ซี. ยังคงเป็นบริษัทในเครือสหพัฒน์ 5 ลำดับแรก  โดยไอ.ซี.ซี. มีบริษัทย่อย 3 บริษัทได้แก่ บริษัท ดับเบิ้ลยู บี อาร์ อี จำกัดที่ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Amis Du Monde Sarl. ซื้อขายสินค้าในฝรั่งเศสและต่างประเทศ และบริษัท ไหมทอง จำกัด ซึ่งรับผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูป พร้อมทั้งยังมีบริษัทร่วมอีก 8 บริษัท

ปี 2558 ไอ.ซี.ซี. มีรายได้จากการขายราว 1.23 หมื่นล้านบาท จำนวนนี้แบ่งเป็นเครื่องแต่งกายสตรีมากสุด รองลงมาคือเครื่องแต่งกายบุรุษ เครื่องสำอางและเครื่องหอม ส่วนรายได้รวมของบริษัทในปี 2558 อยู่ที่ราว 1.29 หมื่นล้านบาท มีกำไรสุทธิราว 703 ล้านบาท และในไตรมาส 3/2559 มีรายได้รวมราว 9.9 พันล้านบาท มีกำไรสุทธิราว 826 ล้านบาท

“ปัจจุบันธุรกิจมีการแข่งขันในอัตราที่สูงขึ้นอย่างมากจากสินค้าต่างประเทศที่มีราคาสูงและคนไทยนิยมจะได้ลดกำแพงภาษีลงอย่างมีนัยสำคัญธุรกิจของไอ.ซี.ซี. ต้องปรับตัวให้มากขึ้นกว่าที่เคยทำมาก่อน มิฉะนั้นจะไม่สามารถสู้คู่แข่งจากต่างประเทศได้เพราะภาพลักษณ์ของแบรนด์ต่างประเทศดีกว่าและมีประสบการณ์ในการขายยาวนานกว่าเรา” บุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการ ไอ.ซี.ซี. บอกทุกวันนี้ ไอ.ซี.ซี. มีโชควัฒนา “รุ่น 3”ร่วมขับเคลื่อนองค์กร เช่น ธรรมรัตน์ ลูกชายของบุณยสิทธิ์ซึ่งนั่งในตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหาร หรือ กิตยาภรณ์ ชัยถาวรเสถียร ลูกสาวของบุญเกียรติที่รับบทบาทผู้อำนวยการฝ่าย

เมื่อเราถามถึง succession plan ขององค์กร บุญเกียรติกล่าวว่า “บริษัทมีแผนดังกล่าวแบบไม่เป็นทางการมาโดยตลอด ทั้งนี้ขึ้นกับศักยภาพของพนักงานและผู้บริหารที่ได้รับมอบหมายว่าจะรับไม้ต่อได้ดีเพียงไร”

ท่ามกลางมหาสมุทรแห่งธุรกิจที่คลื่นลมแปรปรวนรุนแรง เครือสหพัฒน์ภายใต้การบริหารของตระกูล “โชควัฒนา” จะยังคงแล่นเรือฝ่าไปให้ถึงจุดหมายแห่งความสำเร็จ

อ่านเพิ่มเติม: บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ตำนานสารพัดค้าสู่อาณาจักรสหพัฒน์


คลิ๊กอ่านฉบับเต็ม "สหพัฒนพิบูล-ไอ.ซี.ซี. สองเสาหลักแห่งเครือสหพัฒน์" ได้ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับ มกราคม 2560


สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor

Update : 12 มีนาคม 2560

View : 1,771



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 11,907

Most Popular
1

วาสนา ลาทูรัส, NaRaYa กระเป๋าผ้าพันล้าน

Update : 27 กุมภาพันธ์ 2558

view : 27,348

2

ศรีตรังนำทัพยางไทย แจ้งเกิดแบรนด์ระดับโล

Update : 12 กันยายน 2559

view : 24,603

3

ไพบูลย์ อังคณากรกุล สู่ทศวรรษใหม่อาซีฟาห

Update : 05 เมษายน 2560

view : 21,999

top list

คำถามสำคัญปีนี้คือการลดสินทรัพย์ของเฟด..

Update : 31 พฤษภาคม 2560

view : 1,625

การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสและความเสี่ยงต่อกล..

Update : 26 เมษายน 2560

view : 2,107

เศรษฐกิจไทยปีระกา 2017 ท่ามกลางความเสี่ยงของนโยบาย..

Update : 28 กุมภาพันธ์ 2560

view : 3,993


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย
กิติชัย เตชะงามเลิศ
นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน
กันติพัฒน์ วงศ์สุคนธ์
Head of Wealth Advisory บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทิสโก้
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)