people / DINE WITH THE BOSS

สมฤดี ชัยมงคล “ภารกิจคืนความแข็งแกร่งให้ บ้านปู”

บมจ. บ้านปู ก่อตั้งขึ้นวันที่ 16 พฤษภาคม 2526 และเดือนพฤศจิกายนในปีเดียวกัน บริษัทเล็กๆ มีโอกาสต้อนรับสมาชิกใหม่ที่ชื่อ สมฤดี ชัยมงคล บัณฑิตป้ายแดงสาขาบัญชีจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สาวไฟแรงอุทิศแรงกายทำงานอย่างแข็งขันไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ฝากชีวิตไว้กับบริษัทยาวนานถึง 33 ปี และแล้ววันหนึ่งในเดือนเมษายนปี 2558 ความมุมานะของเธอก็เป็นที่ประจักษ์ต่อ ชนินท์ ว่องกุศลกิจ นายใหญ่ของบริษัท ที่ตัดสินใจมอบตำแหน่งประธาน เจ้าหน้าที่บริหารให้กับเธอ

Forbes Thailand  นัดพบกับสมฤดีที่สำนักงานใหญ่ ณ อาคารธนภูมิ ชั้น 27 แถวถนนเพชรบุรี เธออยู่ในชุดสีดำไว้ทุกข์ เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต บวกกับผมดำขลับที่ปล่อยยาวและใบหน้าที่สงบนิ่ง ทำให้ซีอีโอหญิงดูเคร่งขรึม แต่เมื่อบทสนทนาเริ่มขึ้นภาพเหล่านั้นก็เลือนหายไป กลับกลายเป็นภาพของผู้บริหารที่เป็นมิตร อัธยาศัยดี รอบรู้และมองโลกในแง่ดี เธอบอกกับพวกเราว่าบ้านปูเป็นงานแรกและงานเดียวในชีวิตของเธอ อีกทั้งยังเป็นงานที่ท้าทาย ซึ่งตลอดช่วงเวลากว่า 3 ทศวรรษ บริษัทพลังงานแห่งนี้ได้หยิบยื่นโอกาสให้กับเธอ และนี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เธอไม่เคยคิดที่จะจากองค์กรไปที่ใด

สตรีวัย 55 ปีเข้ามารับตำแหน่งสูงสุดของบ้านปูในช่วงที่ราคาถ่านหินตกต่ำ อันเป็นเหตุให้บริษัทขาดทุนหนัก หลายคนจึงมองว่าเธอเข้ามาในช่วงที่จังหวะไม่สู้ดีนัก เพราะต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากทางการเงิน ทว่าเธอกลับไม่คิดเช่นนั้น และเชื่อว่ามันเป็นจังหวะที่ “ดีที่สุด” เนื่องจากราคาถ่านหินคงไม่ตกต่ำไปกว่านี้แล้ว และนับเป็นช่วงเวลาที่จะได้พิสูจน์ความสามารถของตนในการพัฒนาบริษัทให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งหนึ่ง

“อยู่กับองค์กรมาตั้งแต่เด็ก ผูกพันกับองค์กร รักองค์กร และอยากเห็นองค์กรเติบโต มีความฝันว่า ถ้ามีความสามารถเพียงพอและได้เป็นผู้นำองค์กรเมื่อไร ก็อยากสานต่อจากคุณชนินท์ เพื่อให้เห็นว่าคนที่คุณชนินท์สร้างขึ้นมานั้น มีความพร้อมและจะตอบแทนบริษัท” เธอกล่าว

รักบ้านปู

บมจ. บ้านปู เดิมชื่อ บริษัท เหมืองบ้านปู จำกัด ก่อตั้งโดยบุคคลในตระกูลว่องกุศลกิจและเอื้ออภิญญกุล มีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าทำสัญญาเช่าช่วงการทำเหมืองถ่านหินที่เหมืองบ้านปู (BP1) อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน โดยในยุคบุกเบิกนั้น บริษัทมีพนักงานเพียงไม่กี่ชีวิตและสมฤดีก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอเริ่มต้นในตำแหน่งพนักงานต้อนรับ แต่ในความเป็นจริงนั้นเธอต้องทำงานเกือบทุกอย่างเนื่องจากบริษัทยังคงเล็กอยู่

หลังจากชนะการประมูลเหมืองบ้านปูในปี 2527 และบ้านปูเริ่มมีการขยายงาน เธอถูกโยกย้ายให้ไปรับผิดชอบงานหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะงานด้านบัญชี ซึ่งเธอได้แสดงความสามารถที่ได้ร่ำเรียนมาอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวางระบบบัญชี ระบบตรวจสอบภายใน หรือวางแผนกลยุทธ์ทางการเงิน ต่อมายังได้เข้าดูแลงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์อีกด้วย นอกจากนี้ ยังได้รับโอกาสเข้าไปศึกษาการทำงานในเหมืองต่างๆ ของบริษัท เพื่อให้เข้าใจถ่องแท้ถึงงานทุกส่วนของสายผลิต โดยตำแหน่งสุดท้ายก่อนขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคือประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน

“บริษัทขยายงานมากจึงได้ทำงานหลายๆ อย่างในองค์กร บางคนบอกว่าเป็นข้อเสียที่ทำงานบ้านปูเพียงที่เดียว แต่พี่มองว่าโชคดีเพราะมีโอกาสได้ทำงานหลายๆ ด้าน”

ทันทีได้เข้ารับตำแหน่ง เธอเริ่มลุยงานทันที สานต่อวิสัยทัศน์ของชนินท์ ผู้ต้องการให้บ้านปูเป็นบริษัทพลังงานที่แข็งแกร่งในภูมิภาคและเติบโตอย่างยั่งยืน เธอบอกว่า แนวทางบริษัทเน้นบริหาร “asset strategy” ใน 3 เสาหลักของบริษัทให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นคือ ธุรกิจต้นน้ำ คือ ถ่านหิน ธุรกิจกลางน้ำ คือ การบริหารการขนส่งถ่านหินและเชื้อเพลิงต่างๆ และธุรกิจปลายน้ำ คือ ธุรกิจไฟฟ้ายุทธศาสตร์ระดมทุน (funding strategy) โดยนำ บมจ.บ้านปู พาวเวอร์ ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้า เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซื้อขายวันแรก ในวันที่ 28 ตุลาคม 2559

นอกจากนี้ เธอยังจัดระเบียบโครงสร้างการเงินให้มีความแข็งแกร่งอีกด้วย การมีกระแสเงินสดจากธุรกิจไฟฟ้าเข้าช่วยเหลือนั้นจะทำให้สภาพคล่องทางธุรกิจดีขึ้น เนื่องจากกำไรของธุรกิจไฟฟ้านั้นคงที่ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีสัญญาการซื้อขายระยะยาว

“แนวทางนี้ทำให้งบการเงินของกลุ่มมีความมั่นคงขึ้น และยังจะส่งผลให้บริษัทมีเงินจ่ายปันผลได้ทุกปีให้กับผู้ถือหุ้น แม้ว่าราคาถ่านหินในช่วงที่ผ่านมาจะตกต่ำก็ตามที” เธอกล่าว

นอกจากนี้ เธอยังต้องเร่งสร้างภาพลักษณ์ของบ้านปู เพื่อให้คนทั่วไปเข้าใจว่าบ้านปูไม่ใช่เพียงแค่ทำธุรกิจถ่านหิน แต่เป็นบริษัทพลังงาน “ครบวงจร” และกำลังมุ่งเน้นพัฒนาพลังงานสะอาดให้เพิ่มมากขึ้น



สู่อนาคตอันสดใส

เมื่อราว 4 ปีที่แล้วขณะที่ราคาหินตกต่ำอย่างต่อเนื่องเพราะถ่านหินล้นตลาดและเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้บ้านปูได้รับผลกระทบจนมีผลประกอบการขาดทุน 1.53 พันล้านบาทในปี 2558 ราคาถ่านหินเฉลี่ยช่วงนั้นอยู่ที่ 54 เหรียญต่อตัน และในปี 2559 ก็ยังไม่ได้ขยับขึ้นมากนัก ด้วยเหตุนี้ สมฤดีจำเป็นต้องออกมาตรการรัดเข็มขัดเพื่อความอยู่รอด ในที่สุดเธอก็สามารถลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานได้ถึง 40% ส่งผลให้ผลประกอบการใน 3 ไตรมาสในปี 2559 พลิกมาเป็นบวกโดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 168.14 ล้านบาท

“ตอนที่เข้ามานั้นบริษัทขาดทุน แต่ก็ไม่ตกใจ พยายามสื่อสารกับนักลงทุนตลอดว่าไม่ให้ดูที่บรรทัดสุดท้ายในผลกำไร ให้ดูที่กระแสเงินสด ซึ่งบริษัทยังอยู่ที่ 500 ล้านเหรียญต่อปี แม้ช่วงราคาถ่านหินตกต่ำก็ตาม” เธออธิบาย

ในอนาคต เธอมองว่าบริษัทมีแนวโน้มสดใสเพราะราคาถ่านหินมีแนวโน้มขยับขึ้น สืบเนื่องมาจากซัพพลายจากผู้ผลิตเข้าสู่ตลาดลดน้อยลง ส่วนหนึ่งมาจากการปิดตัวของเหมืองถ่านหินเล็กๆ และที่ไม่ได้มาตรฐานในประเทศจีน สอดคล้องกับบทวิเคราะห์ของบริษัท หลักทรัพย์เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 ว่าบ้านปูยังเติบโตได้ในอนาคต คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2560 น่าจะอยู่ที่ 9.96 พันล้านบาท เพิ่มจากปี 2559 ที่คาดว่าน่าจะอยู่ที่ 3.08 พันล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตราว 224%

บ้านปูยังคงมุ่งไปข้างหน้าทั้งในธุรกิจถ่านหินและธุรกิจไฟฟ้า โดยเฉพาะธุรกิจถ่านหินยังคงเป็นพลังงานที่สำคัญของโลกในอีก 20 ปีข้างหน้า ขณะที่ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจะเป็นตัวหนุนในกลุ่ม ปัจจุบันโรงไฟฟ้าทั้งที่ผลิตจากถ่านหินและจากพลังงานทดแทนของบริษัทกระจายอยู่ในประเทศจีน ญี่ปุ่น ลาว และไทย มีกำลังผลิตทั้งสิ้นราว 1.9 พันเมกะวัตต์ซึ่ง คาดว่าในปี 2563 กำลังการผลิตจะเพิ่มเป็น 2.4 พันเมกะวัตต์ และเพิ่มเป็น 4.3 พันเมกะวัตต์ในปี 2568

บริษัทพยายามที่จะขยายการลงทุนธุรกิจไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานทดแทนเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันบริษัทมีโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นและจีน การผลิตของทั้งสองประเทศซึ่งมาจากพลังงานหมุนเวียนคิดเป็น 3% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด บริษัทคาดว่าการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจะโตขึ้นเป็นสัดส่วน 20% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดของบริษัทในปี 2563

การเดินทางของบ้านปูกำลังไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น สมฤดีบอกว่า ทุกสิ่งเกิดจากความร่วมมือของทุกคน โดยเฉพาะผู้บริหารที่ยอมเสียสละความสบายส่วนตัวเพื่อรักษาความแข็งแกร่งของบริษัทไว้ อย่างที่ผ่านมาก็ยินยอมที่จะนั่งชั้นประหยัดขณะบินไปทำงานต่างประเทศ หรือกรรมการบริษัทก็ยินที่จะให้ตัดเบี้ยประชุม หรือแม้แต่พนักงานก็ยินดีที่จะให้ตัดค่าใช้จ่ายด้านโทรศัพท์สื่อสารลง

“ที่นี่ไม่มีวันแมนโชว์ พวกเราทำงานกันเป็นทีม” เธอกล่าว พร้อมย้ำว่าทีมงานทุกคนพร้อมคืนความแข็งแกร่งให้กับบ้านปูและรวมใจเป็นหนึ่ง เพื่อพิชิตเป้าหมายที่จะเป็น “The Asian Face of Energy” ในอนาคตอันใกล้


คลิ๊กอ่านฉบับเต็ม "สมฤดี ชัยมงคล “ภารกิจคืนความแข็งแกร่งให้ บ้านปู”" ได้ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับ มกราคม 2560


บำรุง อำนาจเจริญฤทธิ์
Business Editor

Update : 17 กุมภาพันธ์ 2560

View : 3,747



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 10,051

Most Popular
1

วาสนา ลาทูรัส, NaRaYa กระเป๋าผ้าพันล้าน

Update : 27 กุมภาพันธ์ 2558

view : 26,560

2

ศรีตรังนำทัพยางไทย แจ้งเกิดแบรนด์ระดับโล

Update : 12 กันยายน 2559

view : 23,791

3

ไพบูลย์ อังคณากรกุล สู่ทศวรรษใหม่อาซีฟาห

Update : 05 เมษายน 2560

view : 21,341

top list

การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสและความเสี่ยงต่อกล..

Update : 26 เมษายน 2560

view : 1,181

เศรษฐกิจไทยปีระกา 2017 ท่ามกลางความเสี่ยงของนโยบาย..

Update : 28 กุมภาพันธ์ 2560

view : 3,606

Investor searching for yield, Beware real sector

Update : 24 กุมภาพันธ์ 2560

view : 1,264


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย
กิติชัย เตชะงามเลิศ
นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน
กันติพัฒน์ วงศ์สุคนธ์
Head of Wealth Advisory บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทิสโก้
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)