people / HEROES OF PHILANTHROPY / GLOBAL

บ่มเพาะต้นกล้าแห่งปัญญา

มหาเศรษฐีผู้ใจบุญ Vineet และ Anupama Nayar ทุ่มเงินเดิมพัน 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และหมายมั่นว่าอุปกรณ์สื่อการสอนอันเรียบง่ายไร้ซึ่งเทคโนโลยีระดับสูงจะช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเด็กในโรงเรียนแถบชนบทของอินเดียที่ขึ้นชื่อว่าไม่มีประสิทธิภาพ

เรื่อง: Anuradha Raghunathan เรียบเรียง: นวตา สันติวัฒนา

เครื่องมือสำคัญที่ช่วยไขความรูู้สู่การพัฒนาศักยภาพทางการเรียนคณิตศาสตร์ของเด็กเล็กในพื้นที่ทั้งยากจนและติดอันดับเมืองล้าหลังทางการศึกษาที่สุดแห่งหนึ่งในโลก กลับกลายเป็นเพียงอุปกรณ์สื่อการสอนอันเรียบง่ายธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นห่วงหลากสีร้อยด้วยเชือก ตัวต่อพลาสติกหลายขนาดและชิ้นส่วนรูปวงกลม สามเหลี่ยม และสี่เหลี่ยมแบบต่างๆ

“พวกเด็กๆ ให้ความสนใจกันมากเมื่อเราใช้อุปกรณ์เหล่านี้ พวกเขาเพลินจนไม่คิดว่ามันคือการเรียน” Revati Mathyal ครูจากโรงเรียนทางตอนเหนือของอินเดียซึ่งสอนเด็กในชั้นเรียนที่ประกอบด้วยนักเรียน 16 คนจากหลายระดับตั้งแต่เกรด 1 ถึงเกรด 5 แต่มานั่งเรียนรวมกันกล่าว

Vineet Nayar อดีตรองประธานกรรมการและ CEO ของ HCL Technologies บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและ Anupama ภรรยาของเขา คือผู้อยู่เบื้องหลังแรงผลักดันนี้ Sampark Foundation องค์กรเพื่อการกุศลใน New Delhi ของพวกเขา จัดหาอุปกรณ์ประกอบการสอนเหล่านี้ไปยังโรงเรียนรัฐกว่า 50,000 แห่ง ซึ่งเข้าถึงนักเรียนกว่า 3 ล้านคนใน Uttarakhand และรวมถึง Chhattisgarh รัฐยากจนอีกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ถัดไปทางตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทั้งวางแผนที่จะขยายโครงการให้ครอบคลุมโรงเรียนอีก 100,000 แห่งและนักเรียน 7 ล้านคนในอีก 2-3 ปีข้างหน้า องค์กรเผยว่าเงินทุน 100 ล้านเหรียญสำหรับโครงการมาจากการสนับสนุนของสองสามีภรรยาทั้งหมดเงินก้อนนี้คิดเป็นสัดส่วนราวครึ่งหนึ่งของมูลค่าทรัพย์สินของพวกเขา

“หัวใจสำคัญขององค์กรเพื่อสังคมคือการมุ่งเปลี่ยนแปลงและนี่คือการปฏิวัติทางสังคมครั้งใหญ่” Vineet วัย 54 ปีกล่าว “ผมต้องการเป็นศูนย์กลางของการปฏิวัติเพื่ออนาคต” เป้าหมายของ Nayar คือมุ่งยกระดับทักษะความรู้วิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษของเด็กชั้นประถมศึกษา เขาเชื่อว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ด้วยการทำให้ชั้นเรียนสนุกขึ้นโดยนำของเล่น เรื่องเล่าพื้นบ้าน นิทาน เกม สื่อประเภทเสียง บทเพลงและกิจกรรมภาคปฏิบัติมาประกอบการสอนเพื่อดึงดูดให้เด็กตั้งใจและมีสมาธิจดจ่อกับการเรียนนานขึ้น (ในชั้นเรียนแบบดั้งเดิมครูจะใช้เพียงหนังสือและกระดานดำประกอบการสอน)

ตัวอย่างเช่น ในการสอนภาษาอังกฤษ Sampark ได้พัฒนาสื่ออุปกรณ์การสอนด้วยเสียงและสร้างตัวมาสคอตที่ใช้ชื่อว่า Sampark Didi (มาจากภาษาฮินดีแปลว่า “พี่สาว”) อุปกรณ์นี้สามารถใช้ได้ประมาณ 15 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากในแถบชนบทมีไฟฟ้าไม่สม่ำเสมอ เมื่อกดปุ่มเปิดเครื่องจะมีเสียงผู้หญิงที่สดใสร่าเริงกล่าวทักทายด้วยความเป็นมิตร “สวัสดีตอนเช้าเด็กๆ” ฟังแล้วชวนให้นึกถึงดาราสาวจากภาพยนตร์ชื่อดังของอินเดีย จากนั้นเธอจะเปล่งเสียงเล่านิทานหรือคำกลอนในภาษาฮินดีพร้อมสอดแทรกศัพท์ภาษาอังกฤษไปด้วย



ประเด็นที่โครงการ Sampark ให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือสิ่งที่ Nayar เรียกว่า “นวัตกรรมแบบประหยัด” ดังนั้นจะไม่มีทั้ง iPad หรือแล็ปท็อปสุดล้ำ งบประมาณอยู่ที่ 1 เหรียญต่อเด็กหนึ่งคน และ 15 ล้านเหรียญสำหรับตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ “ถ้าไม่ประหยัดเราจะไม่สามารถเข้าถึงเด็กจำนวนมากได้” เขากล่าว “เราเป็นได้แค่ผู้ริเริ่มแนวคิด โครงการขนาดใหญ่ต้องมาจากการสนับสนุนของภาครัฐ”

Sampark มีพนักงานประมาณ 100 คนในสำนักงานที่ตั้งอยู่ในรัฐ 2 แห่งของอินเดียพนักงานส่วนใหญ่จบการศึกษาจาก Tata Institute of Social Sciences สถาบันชั้นนำของอินเดีย พวกเขามักเดินทางไปเยี่ยมเยียนตามชั้นเรียนเพื่อติดตามความก้าวหน้าของเด็กและทำให้แน่ใจว่าอุปกรณ์สื่อการสอนได้ถูกใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้มูลนิธิ Sampark ซึ่งมีความหมายในภาษาฮินดีว่า “ความสัมพันธ์” ยังได้เปิดศูนย์บริการช่วยเหลือที่ฝ่ายกระทรวงการศึกษาของรัฐซึ่งเปิดให้ครูสามารถติดต่อเข้าไปทางโทรศัพท์หากมีปัญหาหรือต้องการคำแนะนำ ถ้ามีการขอความช่วยเหลือมาจากพื้นที่เดียวกันในจำนวนมาก



Nayar
นั้นเติบโตที่ Uttarakhand แต่ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนเอกชนอย่าง Campus School ต่อมาเขาจบปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมศาสตร์จาก University of Pantnagar และหลังจากจบ M.B.A จาก XLRI (Xavier School of Management) เขาได้เข้าทำงานกับ HCL Ltd. เมื่อปี 1985 และลาออกจากงานในปี 1992 เพื่อก่อตั้ง Comnet บริษัทซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านดูแลพัฒนาระบบเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานจากที่ห่างไกล จากนั้นในปี 1998 บริษัทได้ควบรวมกับ HCL Tech โดยหุ้นใน Comnet ของเขาได้ถูกแปลงเป็นหุ้นของบริษัท HCL Tech เมื่อถึงปี 2005 Nayar พร้อมที่จะยุติอาชีพการทำงานในองค์กรธุรกิจและก้าวสู่การเป็นนักพัฒนาสังคม เขาก่อตั้ง Sampark ขึ้นในปีเดียวกัน แต่ Shiv Nadar มหาเศรษฐีจากวงการเทคโนโลยีซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง HCL Tech ขอให้เขาช่วยนั่งบริหารดูแลบริษัท ในช่วงเวลา 8 ปีหลังจากนั้น Nayar ทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น 6 เท่าทะลุ 4.7 พันล้านเหรียญต่อปี “ในปี 2005 ผมไม่ได้ร่ำรวยหรือมีชื่อเสียง ผมมีชีวิตระดับปานกลางและไม่ได้เป็นที่รู้จัก” เขากล่าว

ความก้าวหน้าสู่มิติใหม่ของ HCL และหนังสือของเขาที่ออกวางแผงเมื่อปี 2010 ในชื่อ Employees First, Customers Second: Turning Conventional Management Upside Down ซึ่งมียอดจำหน่ายกว่า 100,000 เล่ม หนุนให้เขากลายเป็นดาวเด่นในวงการบริหารธุรกิจ “ผมก้าวออกจากโลกธุรกิจ หลังจากได้แสดงความสามารถด้านสติปัญญาและแสดงศักยภาพว่าผมสามารถก่อตั้งองค์กรให้เติบโตจนมีมูลค่าทะลุ 1 พันล้านเหรียญ ตลอดจนพิสูจน์ว่าผมเองสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับองค์กรแบบดั้งเดิมที่ล้าสมัยได้” เขากล่าว

“แต่หลังจากบรรลุความสำเร็จ วงการธุรกิจกลับดูเหมือนวังวนที่ไม่สิ้นสุด เป้าหมายที่จะทำกำไรให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ได้ดึงดูดใจผมอีกต่อไป ผมเริ่มเบื่อที่จะอ่านรายงานผลประกอบการในแต่ละไตรมาสและบรรยากาศในที่ทำงาน เกิดคำถามว่าอะไรคือจุดมุ่งหมายของการมีชีวิตอยู่”

ในปี 2013 เขาลาออกจาก HCL และตั้งเป้าเดินหน้าที่จะสร้างรอยยิ้มให้กับเด็ก 1 ล้านคน และตอนนี้เป้าหมายขยับขึ้นเป็น 10 ล้านคน เขาอุทิศเวลา 80% ให้กับองค์กรการกุศลขณะที่ยังคงทำงานในตำแหน่งที่ปรึกษาทางธุรกิจ ซึ่งเขานำรายได้จากการทำงานเข้ามูลนิธิ (นอกจากนี้เขายังเป็นนักปีนเขาหิมาลัยตัวยงและทำสถิติไต่ถึงระดับความสูง 14,500 ฟุต และตั้งเป้าที่จะไปให้ถึง 19,000 ฟุต) “ภรรยาและตัวผมอยากทำเรื่องนี้ (องค์กรเพื่อการกุศล) กันมานานแล้ว” Nayar กล่าว “เราไม่เคยหลงใหลไปกับแสงสีในโลกธุรกิจ”


คลิ๊กอ่าน "บ่มเพาะต้นกล้าแห่งปัญญา" ฉบับเต็มได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ AUGUST 2016 ในรูปแบบ e-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 09 กันยายน 2559

View : 1,960



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 15,419

Most Popular
1

วาสนา ลาทูรัส, NaRaYa กระเป๋าผ้าพันล้าน

Update : 27 กุมภาพันธ์ 2558

view : 29,263

2

ศรีตรังนำทัพยางไทย แจ้งเกิดแบรนด์ระดับโล

Update : 12 กันยายน 2559

view : 26,268

3

ไพบูลย์ อังคณากรกุล สู่ทศวรรษใหม่อาซีฟาห

Update : 05 เมษายน 2560

view : 22,770

top list

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 4,888

ความผันผวนที่มากขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แต..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 1,563

แกะรอยที่มาของเงินบาทแข็งค่าและมุมมองในระยะต่อไป..

Update : 06 กันยายน 2560

view : 5,785


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย