Juan Guaido คือใคร ในวิกฤตการณ์เวเนซุเอลา - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Global
  • News >
  • Juan Guaido คือใคร ในวิกฤตการณ์เวเนซุเอลา

Juan Guaido คือใคร ในวิกฤตการณ์เวเนซุเอลา

พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล

ก่อนเดือนมกราคม 2019 แทบไม่มีใครนอกประเทศเวเนซุเอลาที่รู้จัก Juan Guaido แต่ปัจจุบันคนหนุ่มวัย 36 ปีรายนี้ได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีรักษาการของประเทศเพื่อสู้กับขั้วอำนาจเก่าฝั่ง Nicolas Maduro และได้รับการยอมรับจากประเทศฝั่งประชาธิปไตยกว่า 50 ประเทศ

วิกฤตทางเศรษฐกิจในเวเนซุเอลาเริ่มส่อเค้าตั้งแต่ปี 2015 และปะทุขึ้นตั้งแต่ปี 2016 หลังจากราคาน้ำมันดิบโลกดิ่งลงจาก 100 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เหลือ 30 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

เวเนซุเอลาที่เศรษฐกิจพึ่งพิงการส่งออกน้ำมันสูง และยังดำเนินนโยบายรัฐแบบประชานิยมที่ไม่ยั่งยืน ไม่มีวินัยการเงินการคลังที่ดีพอ เช่น กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา แปรสภาพธุรกิจค้าปลีกของเอกชนบางส่วนมาเป็นรัฐวิสาหกิจ (ซึ่งประสบปัญหาขาดทุนในภายหลัง) กดราคาขายสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริงจนทำให้เกิดตลาดมืด ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เกิดต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี ประเทศจึงถึงคราวหายนะทางเศรษฐกิจ

การพิมพ์เงินเพื่อแก้ปัญหากลายเป็นยิ่งทำให้เกิดเงินเฟ้อขั้นรุนแรงตามมาโดยสูงขึ้นถึง 80,000% ในปี 2018 เงินโบลิวาร์ของเวเนซุเอลากลายเป็นเศษกระดาษที่ประชาชนโปรยเกลื่อนตามท้องถนน อัตราอาชญากรรมพุ่งสูงจนมีการฆ่าชิงทรัพย์ 3 รายในทุกๆ 1 ชั่วโมง

Juan Guaido ประธานาธิบดีรักษาการ ประเทศเวเนซุเอลา ผู้มีตำแหน่งทับซ้อนกับ Nicolas Maduro ประธานาธิบดีคนก่อนที่ยังไม่ลงจากตำแหน่ง (PHOTO CREDIT: Post Today)

จนถึงปี 2019 นี้ สถานการณ์เวเนซุเอลายังไม่ดีขึ้น และนอกจากปัญหาทางเศรษฐกิจแล้ว ยังมีปัญหาขัดแย้งทางการเมืองที่เชื่อมโยงไปสู่การเมืองโลก

Juan Guaido คือชื่อใหม่ในหน้าประวัติศาสตร์เวเนซุเอลา หลังจากเขาขึ้นเป็นประธานาธิบดีรักษาการของประเทศเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2019 ทับซ้อนกับ Nicolas Maduro ประธานาธิบดีในตำแหน่งของเวเนซุเอลาซึ่งเพิ่งเข้าพิธีสาบานตนเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สองไปเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2019

Guaido ทำเช่นนั้นได้เนื่องจากเขาได้รับเลือกตั้งเป็นประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2019 ซึ่งเขาได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มพรรคฝ่ายค้านอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทำให้ต่อกรกับ Maduro ได้

โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติเริ่มต้นการต่อต้าน Maduro จากการลงมติว่า การเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคม 2018 ที่ Maduro ชนะการเลือกตั้งนั้นไม่เป็นธรรม ดังนั้น Maduro จึงไม่ใช่ประธานาธิบดีที่ได้รับการรับรอง

ตามด้วยการใช้อำนาจตามมาตรา 233 และ 333 ของรัฐธรรมนูญที่ระบุให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นประธานาธิบดีรักษาการโดยอัตโนมัติในระหว่างที่ประเทศไม่มีประธานาธิบดี

Nicolas Maduro ประธานาธิบดีคนก่อนที่ยังไม่ลงจากตำแหน่งของเวเนซุเอลา เขาขึ้นเป็นประธานาธิบดีสมัยแรกเมื่อปี 2013 และสมัยที่สองจากการเลือกตั้งปี 2018 (PHOTO CREDIT: Post Today)

ด้วยเหตุนี้ Juan Guaido จึงได้เป็นประธานาธิบดีรักษาการงัดข้อกับ Maduro ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพและประชาชนบางส่วน

ฟาก Guaido ไม่เพียงแต่ได้รับเสียงโหวตหนุนในสภา แต่นานาชาติฝ่ายประชาธิปไตยกว่า 50 ประเทศ เช่น สหรัฐฯ ประเทศส่วนใหญ่ในยุโรป ประเทศส่วนใหญ่ในอเมริกาใต้ (ยกเว้นอุรุกวัย โบลิเวีย และซูรินาเม) ยังให้การยอมรับว่าเขาคือประธานาธิบดีตัวจริงของเวเนซุเอลา รวมถึงเขายังเป็นผู้ปลุกระดมการประท้วงหลายครั้ง ดังนั้นแรงหนุนจากประชาชนคือข้อหลักที่ทำให้เขายังไม่ถูกจับกุมถาวรหรือต้องลี้ภัยการเมือง

 

Juan Guaido เป็นใคร?

คนหนุ่มวัย 36 ปีที่ก้าวขึ้นมานำประเทศรายนี้ เกิดในปี 1983 โดยเติบโตมาจากครอบครัวชนชั้นกลาง คุณพ่อของเขาเป็นนักบินของสายการบินเอกชน และคุณแม่เป็นครู

จุดพลิกที่ทำให้เขามีความสนใจด้านการเมืองและสังคม เป็นเพราะครอบครัวเผชิญภัยพิบัติอุทกภัยเฉียบพลันและดินถล่มที่เมือง Vargas ในปี 1999 เป็นภัยพิบัติที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 3 หมื่นราย Guaido และครอบครัวกลายเป็นคนไร้บ้านอยู่พักหนึ่งและเขาต้องสูญเสียเพื่อนไปหลายคน ขณะที่รัฐบาลในยุคนั้นภายใต้การนำของ Hugo Chavez ไม่สามารถแก้ไขปัญหาสาธารณภัยได้ดีพอ

ผมเห็นว่า ถ้าหากผมต้องการอนาคตที่ดีกว่าสำหรับประเทศนี้ ผมต้องลงมือทำงานและอุทิศชีวิตกับการบริการสังคม” Guaido เขียนถึงประวัติชีวิตตนใน The New York Times เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2019

ผู้ชุมนุมสนับสนุนพรรคฝ่ายค้านและต่อต้านเผด็จการในเวเนซุเอลา วันที่ 23 มกราคม 2019 (PHOTO CREDIT: Adriana Loureiro/Reuters)

เขาจบปริญญาตรีด้านวิศวกรรมอุตสาหการในปี 2007 จากมหาวิทยาลัย Andres Bello Catholic ก่อนจะเรียนต่อปริญญาโทด้านบริหารรัฐกิจ ในมหาวิทยาลัย George Washington ที่สหรัฐอเมริกา และที่ Instituto de Estudios Superiores de Administracion ในกรุง Caracas เมืองหลวงของเวเนซุเอลา

Guaido เป็นนักกิจกรรมตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรี เขาเป็นแกนนำนักศึกษาในการประท้วงรัฐบาล Hugo Chavez ซึ่งมีแนวโน้มไปสู่การเป็นรัฐบาลเผด็จการ

ต่อมาในปี 2009 Leopoldo Lopez ก่อตั้งพรรคการเมือง Popular Will ขึ้น โดย Guaido เป็นเหมือนศิษย์เอกของ Lopez และทำงานเป็นผู้ประสานงานพรรค ในขณะที่ Lopez เป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำพรรคฝ่ายค้าน Guaido ก็ได้รับการยอมรับในพรรคมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อ Lopez ถูกคุมขังในเดือนมกราคม 2019 Guaido จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าพรรค Popular Will แทนที่ เพื่อต่อต้านการปกครองของ Maduro และคืนประชาธิปไตยให้กับประเทศ

 

จุดยืนและความเคลื่อนไหวของ Guaido

Guaido มีบุคลิกภาพโดดเด่นและสามารถเป็นแกนนำให้ประชาชนลุกขึ้นมาต่อสู้กับเผด็จการ เขาและผู้นำพรรคฝ่ายค้านต่างๆ เห็นตรงกันถึงเป้าหมายทางการเมือง 3 ประการว่า หากต้องการคืนสู่ประชาธิปไตย จะต้องกวาดล้างการยึดอำนาจ มีรัฐบาลหมุนเวียน และมีการเลือกตั้งเสรี เขาถึงกับประกาศในการให้สัมภาษณ์กับ Euronews ว่าผมพร้อมที่จะตายเพื่อประเทศของผม

Guaido กลับประเทศเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2019 โดยมีกลุ่มผู้ชุมนุมและทูตจากประเทศในสหภาพยุโรปมารอต้อนรับ หลังจากเขาฝ่าฝืนคำสั่งศาล เดินทางออกนอกประเทศเพื่อขอความช่วยเหลือด้านอาหารและยา (PHOTO CREDIT: Manaure Quintero / Reuters)

หลังจาก Guaido ขึ้นเป็นประธานาธิบดีรักษาการ เขาฝ่าฝืนข้อห้ามเดินทางออกนอกประเทศจากศาลฎีกา เพื่อออกขอความช่วยเหลือด้านอาหารและเวชภัณฑ์จากต่างประเทศ ไล่ตั้งแต่โคลอมเบีย บราซิล ปารากวัย เอกวาดอร์ จนถึงการเข้าพบ Mike Pence รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

ความช่วยเหลือจากนานาประเทศมาถึงในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ Maduro เลือกที่จะปิดชายแดนและไม่อนุญาตให้มีการขนส่งอาหารและยาเข้ามาในเวเนซุเอลา ทำให้เกิดการจลาจลเนื่องจากประชาชนพยายามลักลอบขนอาหารและยาเข้ามาในประเทศ ขณะที่กองทัพยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางเข้าใส่ประชาชนที่ฝ่าฝืน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย

ในมุมของ Maduro นั้นมองว่า Guaido มีความใกล้ชิดกับสหรัฐฯ และกล่าวถึง Guaido ว่าเป็นหุ่นเชิดอเมริกัน ในทางกลับกัน Maduro เองถูกมองว่ามีความใกล้ชิดกับจีนซึ่งเป็นชาตินักลงทุนรายใหญ่ในประเทศเวเนซุเอลา รวมถึงชาติสังคมนิยม เช่นรัสเซีย คิวบา โบลิเวีย ตุรกี ด้วย ต่อกรณีนี้ Guaido จึงพยายามเข้าหาทั้งจีนและรัสเซียเพื่อให้ความมั่นใจว่าแม้ Maduro ไม่ได้เป็นรัฐบาล ทั้งสองประเทศจะยังมีความสัมพันธ์อันดีกับเวเนซุเอลาในเชิงเศรษฐกิจต่อไป

การเมืองภายในประเทศเวเนซุเอลาจึงขยายวงกว้างและถูกจับตาเป็นประเด็นการเมืองโลก ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจของประชาชนผู้ยากไร้ถึงขีดสุด

 

ที่มา:

BACK TO TOP