X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Property >
  • ไรมอน แลนด์ ยัน ‘ดีล’ ซื้อ KPNL ไม่ล่ม โอนสินทรัพย์เสร็จภายในสิ้นปี เดินหน้าเปิด 2 คอนโดฯ ร่วมทุนญี่ปุ่น

ไรมอน แลนด์ ยัน ‘ดีล’ ซื้อ KPNL ไม่ล่ม โอนสินทรัพย์เสร็จภายในสิ้นปี เดินหน้าเปิด 2 คอนโดฯ ร่วมทุนญี่ปุ่น

พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล

จากกระแสข่าว ‘ณพ’ ณรงค์เดช ยื่นฟ้องพี่น้องลักไก่ขายเคพีเอ็น แลนด์ ให้ไรมอน แลนด์ ‘Adrian Lee’ ยืนยันไม่กระทบดีล ทำถูกต้องตามกฎหมาย โอนสินทรัพย์เสร็จในสิ้นปี พร้อมเปิดตัวคอนโดฯ หรู 2 แห่งย่านพร้อมพงษ์-สาทร

Adrian Lee ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ RML ยืนยันว่า บริษัทยังคงดำเนินการซื้อสินทรัพย์จาก บริษัท เคพีเอ็น แลนด์ จำกัด ได้ตามปกติและจะดำเนินการโอนย้ายสินทรัพย์รวมถึงจัดสรรหุ้นเสร็จเรียบร้อยภายในสิ้นปี 2561 แม้จะมีการฟ้องร้องของ ณพ ณรงค์เดช หนึ่งในผู้ถือหุ้นเคพีเอ็น แลนด์ ต่อ กฤษณ์ และ กรณ์ ณรงค์เดช พี่น้องร่วมสายเลือด กรณีขาย เคพีเอ็น แลนด์ ให้ ไรมอน แลนด์ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

“เป็นเรื่องภายในครอบครัว ไม่เกี่ยวกับเรา ไม่ได้มีการฟ้องร้องบริษัทไรมอน แลนด์ และเรายืนยันว่าเราทำตามขั้นตอนทางกฎหมาย กรณีนี้จะไม่ส่งผลกระทบกับดีล และการโอนย้ายทรัพย์สินจะเป็นไปตามแผนเดิมโดยคาดว่าจะสิ้นสุดในปีนี้” Lee กล่าว

 

เปิดตัว ดิ เอสเทลล์ – เทตต์ ย่านพร้อมพงษ์ – สาทร

สำหรับไรมอน แลนด์ หลังจากเปิดตัวโครงการแรก เดอะ ลอฟท์ สีลมไปเมื่อช่วงต้นปี 2561 มูลค่าโครงการ 3.5 พันล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 90% และปลายปีนี้จะเปิดตัวอีก 2 โครงการมูลค่ารวม  9.2 พันล้านบาท รวมการเปิดตัวปีนี้ทั้งหมด 3 โครงการ มูลค่า 1.27 หมื่นล้านบาท

(ซ้าย) Kazuhiro Betsuno กรรมการผู้จัดการ Tokyo Tatemono Asia และ (ขวา) Adrian Lee ซีอีโอ ไรมอน แลนด์

 Lee กล่าวว่า 2 โครงการดังกล่าวเป็นการร่วมทุนกับ Tokyo Tatemono จากญี่ปุ่น ได้แก่ โครงการ ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์ มูลค่า 5 พันล้านบาท และ โครงการ เทตต์ ทเวลฟ์ มูลค่า 4.2 พันล้านบาท ทั้งคู่เป็นโครงการระดับไฮเอนด์จับกลุ่มลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติ

โครงการ ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์ มูลค่าโครงการ 5 พันล้านบาท


รายละเอียดโครงการ ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์ ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 26 ที่ดิน 1 ไร่ พัฒนาเป็นอาคารสูง 37 ชั้น ห้องชุดจำนวน 157 ยูนิต ไฮไลต์การออกแบบสไตล์ญี่ปุ่น ให้ส่วนกลางขนาดใหญ่ และที่จอดรถ 125% ของโครงการ พร้อมยูนิตพิเศษ 74 ห้องที่มีลิฟต์ส่วนตัว ราคาเริ่มต้น 3 แสนบาทต่อตร.ม. หรือ 15.5 ล้านบาทต่อยูนิต เปิดขายวันที่ 28 ตุลาคม 2561

โครงการ เทตต์ ทเวลฟ์ สาทร 12 มูลค่าโครงการ 4.2 พันล้านบาท

ขณะที่ เทตต์ ทเวลฟ์ ตั้งอยู่บนที่ดิน 2 ไร่ ทำเลซอยสาทร 12 อาคารสูง 40 ชั้น ออกแบบตึกทรงตัดเฉียงจับกลุ่มลูกค้าวัยทำงาน จำนวนห้องชุด 238 ยูนิต ไฮไลต์พื้นที่ส่วนกลางชั้นบนสุดให้ห้องยิมพื้นที่ 200 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.5 แสนบาทต่อตร.ม. หรือ 7.6 ล้านบาทต่อยูนิต เปิดขายวันที่ 3-4 พฤศจิกายน 2561

“มาตรการคุมเข้มสินเชื่อบ้านของแบงก์ชาติยังไม่เห็นผลกระทบในขณะนี้ แต่สภาพเศรษฐกิจนั้นมีผลกับเรา ทำให้เราต้องตั้งราคาในระดับที่แข่งขันได้ ตัวอย่างเช่นโครงการ ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์ ที่จริงเราสามารถตั้งราคาที่ 4 แสนบาทต่อตร.ม.ได้ แต่เราพิจารณาแล้วควรขายในราคา 3 แสนบาทต่อตร.ม.สำหรับภาวะตลาดนี้ แต่เราวางแผนให้ยังคงได้กำไรขั้นต้นอย่างน้อย 25% อยู่” Lee กล่าวและเสริมว่า เขาคาดหวังยอดขาย 30-40% สำหรับทั้งสองโครงการในช่วงพรีเซล

 

ข้อมูลการฟ้องร้องคดีแพ่งตระกูลณรงค์เดชและเคพีเอ็น แลนด์

ทั้งนี้ ณพ ณรงค์เดช ยื่นเอกสารฟ้องร้องทางแพ่ง 2 ฉบับ คดีหมายเลขดำที่ 5825/2561 และ คดีหมายเลขดำที่ 5863/2561 เมื่อวันที่ 9-10 ตุลาคม 2561 

เนื้อความฟ้องร้องคดีแพ่งทั้ง 2 ฉบับ ปรากฏชื่อจำเลย คือ บริษัท เคพีเอ็น โฮลดิ้ง จำกัด (ผู้ถือหุ้น 99% ในเคพีเอ็น แลนด์), บริษัท เคพีเอ็น แลนด์ จำกัด, กฤษณ์ ณรงค์เดช, กรณ์ ณรงค์เดช, ระวี ธาตุนิยม และธีรศักดิ์ ปัสสารี ด้วยข้อกล่าวหาขายทรัพย์สินของเคพีเอ็น แลนด์มูลค่า 4 พันล้านบาทโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากยังไม่ได้รับการอนุมัติจากเคพีเอ็น โฮลดิ้ง เคพีเอ็น แลนด์ยังไม่ได้ให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่เพียงพอต่อผู้ถือหุ้น และพฤติการณ์เบียดบังทรัพย์สินของเคพีเอ็น แลนด์โดยผู้บริหารบริษัทฯ

โดยณพได้ร้องขอต่อศาลแพ่งให้ระงับการใช้มติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของเคพีเอ็น แลนด์เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2561 ที่อนุมัติให้ซื้อขายกิจการแก่ไรมอน แลนด์ไว้ก่อน เพื่อระงับการโอนหุ้นและทรัพย์สินต่างๆ

ต่อมา เคพีเอ็น แลนด์ ได้ออกหนังสือแถลงการณ์ต่อสาธารณะวันที่ 11 ตุลาคม 2561 ชี้แจงว่า สินทรัพย์ที่ทำการขายมีมูลค่าเพียง 2.5 พันล้านบาท มิใช่ 4 พันล้านบาทตามที่ณพ ณรงค์เดชกล่าวอ้าง  ทั้งบริษัทได้ออกประกาศโฆษณาการประชุมไม่น้อยกว่า 7 วันตามกฎหมาย และ ณพ ณรงค์เดชได้มอบฉันทะให้ภัคพันธ์ ภัทรนันทกานต์เข้าประชุมแทนโดยมีเอกสารมอบฉันทะถูกต้อง และภัคพันธ์แจ้งต่อที่ประชุมว่าได้ศึกษาข้อมูลการซื้อขายสินทรัพย์ดังกล่าวมาแล้วก่อนร่วมประชุม

BACK TO TOP