News / GLOBAL

Skinfood ถูกสั่งพิทักษ์ทรัพย์ บริษัทรายได้หดต่อเนื่อง 4 ปี หนี้สะสมพันล้าน

Skinfood อดีตแบรนด์เครื่องสำอางท็อป 3 ของเกาหลีช่วงยุค 2000s ถูกยื่นฟ้องพิทักษ์ทรัพย์ เจรจาปรับโครงสร้างหนี้ต่อลมหายใจกิจการ

สำนักข่าว Korea Herald ในเกาหลีใต้ รายงานว่า ช่วงต้นเดือนตุลาคม บริษัท iPEERS Cosmetics บริษัทแม่เจ้าของแบรนด์ Skinfood ถูกบริษัทคู่สัญญา 14 แห่งยื่นฟ้องร้องให้พิทักษ์ทรัพย์ต่อศาล Daegu District Court หลังจากที่ Skinfood ผิดนัดชำระหนี้ค่าสินค้ามูลค่า 2 พันล้านวอน (ประมาณ 58 ล้านบาท) ซึ่งศาลได้รับคำฟ้อง และเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2018 บริษัท Skinfood ได้รับคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์และให้มีการเจรจาประนอมหนี้แล้ว

“ถึงแม้ว่าบริษัทจะอยู่ระหว่างบริหารจัดการให้มีความคล่องตัวมากขึ้นหลังจากมีปัญหาหนี้สะสม แต่ด้วยแบรนด์อันเป็นเอกลักษณ์และผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพของ Skinfood เราเชื่อว่าการปรับโครงสร้างหนี้ในชั้นศาลจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย อันหมายรวมถึงเจ้าหนี้ด้วย” เป็นข้อความส่วนหนึ่งจากแถลงการณ์ของบริษัท

ทั้งนี้ การพิทักษ์ทรัพย์นับเป็นขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการล้มละลาย ในระหว่างนี้ Skinfood จะต้องเจรจาประนอมหนี้และดำเนินการชำระหนี้ให้เรียบร้อย โดยศาลอาจสั่งให้มีการทำแผนฟื้นฟูกิจการด้วย แต่ถ้าหากยังไม่สามารถชำระหนี้ได้ ศาลอาจสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลายและอายัดทรัพย์ต่อไป

Skinfood เป็นแบรนด์เครื่องสำอางที่เปิดตัวในตลาดเมื่อปี 2004 และมีชื่อเสียงเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยคอนเซปท์อันเป็นเอกลักษณ์จากการใช้วัตถุดิบที่รับประทานได้เป็นส่วนประกอบเครื่องสำอาง เช่น มะเขือเทศ อะโวคาโด น้ำผึ้ง และมีไลน์สินค้าทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น เครื่องประทินผิว ผลิตภัณฑ์บำรุงผม และเครื่องสำอาง

หากวัดจากยอดขาย Skinfood เคยอยู่ในอันดับ 3 ของตลาดเครื่องสำอางเกาหลีรองจากแบรนด์ Missha และ The Face Shop เมื่อปี 2012 ซึ่งปีนั้น Skinfood ทำรายได้ไปถึง 2 แสนล้านวอน (ราว 5.8 พันล้านบาท) และมีกำไรสุทธิ 1.5 หมื่นล้านวอน (ราว 437 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม Skinfood ได้รับผลกระทบมากขึ้นในระยะหลังเมื่อมีแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาบุกตลาดเครื่องสำอางจำนวนมาก และเข้าสู่จุดวิกฤตในปี 2015 เมื่อเกิดโรคเมอร์สแพร่ระบาดในเกาหลีใต้ ต่อด้วยปัญหาระหว่างประเทศของจีนกับเกาหลีใต้กรณีข้อพิพาทโครงการป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐฯ ในปี 2016 ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์นี้ทำให้นักท่องเที่ยวมาเยือนเกาหลีใต้ลดลงโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นกำลังซื้อสำคัญ

ทั้งนี้ Skinfood นั้นมีรายได้ลดลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2014 โดยปี 2017 นั้นรายได้ของบริษัทอยู่ที่ 1.27 แสนล้านวอน (ราว 3.7 พันล้านบาท) ลดลง 25% จากปีก่อนหน้า และมีหนี้สะสมแตะ 4.34 หมื่นล้านวอน (ราว 1.26 พันล้านบาท)

โดยที่ผ่านมาบริษัทมีความพยายามปรับโครงสร้างทางการเงิน จากการพิจารณาขายลิขสิทธิ์ดำเนินการบริหารแบรนด์และร้านค้าในต่างประเทศที่ Skinfood มีการขยายสาขาไปเปิดใน 19 ประเทศ ซึ่งรวมถึงสหรัฐฯ จีน และญี่ปุ่น รวมถึงการจับมือเป็นพันธมิตรกับ Amazon Korea เพื่อเปิดร้านค้าทางการบนเว็บไซต์ Amazon โดยหวังว่าจะช่วยดันรายได้จากต่างประเทศของ Skinfood ได้ นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังมองว่า Skinfood อาจจะต้องเริ่มปิดสาขาบางแห่งเนื่องจากสินค้าในสต๊อกขาดแคลน

 

ที่มา:


พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer

Update : 11 ตุลาคม 2561

View : 4,369




vdo

Forbes Thailand Forum 2018: The Next Tycoons

Update : 27 กรกฎาคม 2561

View : 1,692

Most Popular
1

วิวาห์แห่งปี "ลูกสาวเจ้าสัวซีพี" ควง "ดร

Update : 07 พฤศจิกายน 2557

view : 124,069

2

กลโกงอีคอมเมิร์ซจีน ส่งพัสดุที่ไม่ได้สั่

Update : 15 ธันวาคม 2560

view : 119,337

3

SC ASSET คำตอบของทุกความคุ้มค่าเหนือกาลเ

Update : 13 กุมภาพันธ์ 2561

view : 115,103


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group