News / THAILAND

CIMB Thai เร่งโต 5% จุดพลุบริหารความมั่งคั่ง

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เร่งสร้างการเติบโตด้าน wealth management ควบคู่ตอบโจทย์ลูกค้านิยมลงทุนต่างแดน ตั้งเป้าเพิ่ม AUM อีก 25% และมีฐานลูกค้าขยับเป็น 75,000 ราย ภายในปีนี้ ส่วนภาพรวมหวังขยายสินเชื่อและเงินฝากให้เติบโตประมาณ 5% พร้อมคุม NPL ไม่เกิน 5%

Fast Forward เป็นโครงการที่เริ่มเดินหน้าตั้งแต่ปี 2561-2562 เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเป็นธนาคารระดับกลางที่แข็งแกร่งที่สุดด้านอาเซียนในประเทศไทย หลังจากมีการปรับฐานและปรับกระบวนการทำงานเมื่อปี 2560 จนสุดท้ายแล้วธนาคารจะมีต้นทุนที่ต่ำลงหรือมีรายได้เพิ่มขึ้นโดยลงแรงเท่าเดิม 

จากการเปิดเผยของ กิตติพันธ์ อนุตรโสตถิ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ที่ย้ำว่า

“ปีที่แล้วธนาคารได้ปรับฐานภายใน โดยค้นหาวิธีที่เพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน คู่ไปกับพัฒนาคนในองค์กร เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ส่วนในปี 2561 ธนาคารเข้าสู่โครงการ Fast Forward เต็มตัว และจะทยอยทำตามแผนที่วางไว้ แม้อาจไม่เห็นกำไรที่พุ่งขึ้นทันที แต่จะเริ่มส่งผลในปลายปี 2562-2563 ที่ผลประกอบการดีขึ้นเป็นลำดับ”

สำหรับเป้าหมายปี 2561 ธนาคารจะขยายสินเชื่อและเงินฝากให้เติบโตประมาณ 5% และจะรักษาระดับ NIM (net interest margin) ให้อยู่ราวๆ 3.8% พร้อมกับควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่เกิน 5%

“เราอยากโตแบบดูตาม้าตาเรือ โดยสร้างพอร์ตที่มีคุณภาพ และเน้นเรื่องการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด”

ทั้งนี้ หนึ่งในธุรกิจที่ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ทำผลงานได้อย่างดีตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คือ ธุรกิจรายย่อย ซึ่งด้านบริหารความมั่งคั่งหรือ wealth management สำหรับกลุ่ม CIMB Preferred หรือลูกค้าบุคคลธนกิจที่มีเงินฝากหรือเงินลงทุน ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป 

โดยเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ธนาคารให้ความสำคัญจนเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายหลักของตลาด ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย ซับซ้อนและตอบความต้องการของลูกค้าที่ต้องการทางเลือกใหม่ๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้นจากฝั่งธุรกิจบริหารเงิน

“จากที่เรามีลูกค้ากลุ่ม CIMB Preferred อยู่ที่ 12,000 ราย ตอนนี้เพิ่มขึ้นเป็น 65,000 รายแล้ว” 

อดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยถึงการเติบโตของธุรกิจ wealth management อีกว่าปัจจุบันธนาคารมีสินทรัพย์ภายใต้การดูแล (Asset Under Management: AUM) ในส่วนของ wealth management อยู่ที่ราว 2 แสนล้านบาท โดยลูกค้ามีเงินลงทุนเฉลี่ยกับธนาคารมากกว่า 3 ล้านบาทต่อราย

อย่างไรก็ตาม จุดที่ธนาคารมุ่งสร้างความแตกต่างเพื่อให้บริการ wealth management ตอบโจทย์ของลูกค้าคือผลิตภัณฑ์ และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ โดยหวังขยาย AUM เพิ่มขึ้นอีก 25% ในปีนี้ และมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 75,000 คน

“เราไปค้นหาแล้วพบว่า ที่ลูกค้าเกลียดคือวิธีการขายประกันที่ไม่บอกข้อมูลทั้งหมด และไม่ได้บอกว่าแต่ละกรมธรรม์ดีกับลูกค้าแต่ละรายอย่างไร”

ทั้งนี้อดิศรเปิดเผยอีกว่าจุดเด่นของด้าน wealth management ใน 3 ปีที่ผ่านมา คือ การพยายามนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ เช่น ตราสารอนุพันธ์ หุ้นกู้อนุพันธ์ ซึ่งธนาคารส่วนใหญ่มักจะเลือกไปขายให้กับนักลงทุนสถาบัน แต่ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เลือกที่จะมาขายให้แก่ลูกค้ารายย่อยและพยายามให้ข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ลูกค้าที่ลงทุนตั้งแต่ 5-10 ล้านบาทขึ้นไป จนมีการตอบรับต่อผลิตภัณฑ์ที่แม้จะมีความซับซ้อนเหล่านี้ได้ดีมากๆ

“ปีนี้จะเน้นเรื่องการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้นสำหรับกลุ่ม wealth management เช่น กองทุน ขณะที่แนะนำลูกค้าให้แก่เครือข่ายของกลุ่มธนาคารซีไอเอ็มบีในต่างประเทศที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกันในต่างประเทศแก่ฐานลูกค้าของเรา”

เช่นเดียวกับที่ทางธนาคารเองก็ให้น้ำหนักกับการเพิ่มพูนประสบการณ์ของฝั่งคนขายผลิตภัณฑ์ไปด้วยพร้อมๆ กัน ว่าก่อนนำเสนอผลิตภัณฑ์ด้าน wealth management จะต้องเข้าใจความต้องการของลูกค้าก่อนเป็นอันดับแรก 

ปัจจุบันธนาคารมีพนักงานที่ให้คำปรึกษาในการลงทุนรวม 200 คน โดยในปี 2561 ตั้งเป้าจะเพิ่มพนักงานส่วนนี้เพิ่มขึ้นอีก 150-200 คน

“เรื่อง wealth management เป็นเป้าหมายที่สำคัญของผมที่จะต้องทำรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตขึ้น 25%” 

สำหรับแนวทางในส่วนอื่นๆ ของฝั่งรายย่อยนั้น ธนาคารให้ความสำคัญกับเรื่อง digital banking และเตรียมการที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ โดยคาดว่าภายในกลางปีนี้น่าจะมีแอพพลิเคชั่นออกมาให้ลูกค้าได้ทดลองใช้ 

ขณะที่ภาพรวมสินเชื่อรายย่อยของธนาคารในปี 2561 มองว่าจะยังขยายตัวต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาซึ่งคาดว่าพอร์ตสินเชื่อรายย่อยจะเติบโตราว 5-6% จากปีก่อน

“ปัจจุบันมีผู้เล่นหลายรายทำกันไปบ้างแล้ว เช่นเดียวกับที่ทางธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ก็จะมีผลิตภัณฑ์หลักๆ ในแบบเดียวกัน เช่น การชำระเงินกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือแม้แต่เรื่อง QR code แต่จุดเด่นที่จะเน้นคือด้านสมัครสินเชื่อรายย่อย”

ขณะเดียวกัน ในฝั่งของสินเชื่อรายย่อย ธนาคารเป็นที่จับตาของตลาดจากจุดแข็งของการเดินหน้าทำ risk based pricing ทำให้สามารถตอบแทนลูกค้าที่มีวินัยทางการเงินด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง ดังนั้นธุรกิจรายย่อยถือเป็นตลาดที่ธนาคารมีศักยภาพในการแข่งขัน ธนาคารจะเดินหน้าบุกตลาดนี้ต่อไปภายใต้ความท้าทายที่มากขึ้นจากฐานลูกค้าที่ใหญ่ขึ้น

“ปี 2018 จะเป็นปีที่สำคัญของเราในการปรับฐานเพื่อให้แข็งแรงพร้อมออกไปสู้กับผู้เล่นอื่นๆ ในตลาดธนาคารพาณิชย์ของไทย” ยืนยันภารกิจหลักของธนาคารโดยกิตติพันธ์


ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor

Update : 15 พฤษภาคม 2561

View : 1,041


Most Popular
1

วิวาห์แห่งปี "ลูกสาวเจ้าสัวซีพี" ควง "ดร

Update : 07 พฤศจิกายน 2557

view : 124,956

2

กลโกงอีคอมเมิร์ซจีน ส่งพัสดุที่ไม่ได้สั่

Update : 15 ธันวาคม 2560

view : 119,544

3

SC ASSET คำตอบของทุกความคุ้มค่าเหนือกาลเ

Update : 13 กุมภาพันธ์ 2561

view : 115,314


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group