News / THAILAND

แม่ทัพเศรษฐกิจยุค คสช. ‘สมคิด จาตุศรีพิทักษ์’ กำลังวางหมากอย่างไรในยุคปฏิวัติดิจิทัล

“ไทยแลนด์ 4.0” “New S-Curve” “เศรษฐกิจดิจิทัล” คำเหล่านี้เกิดขึ้นในยุครัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่กำลังพยายามจะขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ยุคใหม่ทางเศรษฐกิจโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมนำหน้า

แต่สิ่งที่รัฐบาล คสช. กำลังทำอยู่คืออะไร มีแนวทางและเป้าหมายอย่างไร คงไม่มีใครสรุปได้ดีเท่า สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี แม่ทัพเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งสมคิดได้กล่าวสรุปรวบยอดพร้อมกระตุ้นขอให้ภาคเอกชนร่วมทำงานกับรัฐบาลบนเวทีงาน Digital Intelligent Nation 2018 จัดโดย AIS หรือ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส

ท่ามกลางเอกชนจากหลากหลายบริษัทและพนักงาน AIS เต็มฮอลล์ของ GMM Live House รองนายกฯ สมคิดเริ่มต้นย้ำตัวเลขประมาณการณ์การเติบโตของจีดีพีประเทศไทยโดยสภาพัฒน์ว่า ปี 2561 จะโต 4.1% ถ้าหากรัฐบาลลงงบประมาณได้เต็มที่ตามเป้า บริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนด้วยความเชื่อมั่น และภาคการส่งออกขยายตัวดี

“แต่ ต้อง ‘แต่’ คำใหญ่ๆ ว่าตัวเลขจะทะยานได้ยังมีขีดจำกัด เพราะประเทศไทยพึ่งพาเครื่องยนต์เดิมมา 30 กว่าปีแล้ว มันเริ่มเก่าและทำงานไม่ได้ การส่งออกของไทยเราดูได้เลยว่ามีสินค้าไม่กี่ประเภทซึ่งเราไม่ได้ได้เปรียบตลาดอีกแล้ว” สมคิดกล่าว

สิ่งที่รัฐบาล คสช. กำลังทำจึงวางเป้าให้เศรษฐกิจไทยเติบโตด้วยเทคโนโลยีโลกดิจิทัล และต้องเติบโตแบบลดความเหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้นด้วย โดยรัฐมองว่าเทคโนโลยีเป็นทั้ง “โอกาส” และ “ความเสี่ยง”  

ในมุมของความเสี่ยง สมคิดกล่าวว่ายุคนี้คือ “รุ่งอรุณของการปฏิวัติดิจิทัล” หมายถึงใครที่ช้าก็จะล้าหลัง ซึ่งประเทศไทยถือว่า “ตื่นสาย” ในการเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัล เพิ่งจะตื่นตัวกันในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ฝั่งโอกาสนั้นหมายถึง ถ้าประเทศไทยก้าวทันยุค การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีจะทำให้ไทยโตแบบก้าวกระโดดเหมือนอย่างประเทศจีน

 

Digital for All

แม้บนเวทีเดียวกัน AIS จะประกาศตัวเลขการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของคนไทยว่าอยู่ที่ 45 ล้านคนหรือคิดเป็น 67% ของประเทศ แต่นั่นอาจยังไม่เพียงพอ รัฐบาลจึงกำลังผลักดันให้ไทยเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลโดยเน้นเป็น 3 แนวทาง

หนึ่งคือ Digital for All ด้วยพลังของอินเทอร์เน็ตซึ่งเข้าถึงข้อมูลได้หลากหลายและเร็ว ย่นระยะเวลาการหาความรู้อย่างใดอย่างหนึ่งลงได้หลายเท่า หากอินเทอร์เน็ตเข้าถึงทุกพื้นที่ของไทย ความเหลื่อมล้ำน่าจะลดลง

“เราอยากให้เกิด Digital for All คือไม่ใช่เป็นแค่เรื่องของคนหนุ่มสาว เพราะแต่เดิมคนไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงมาก ถ้าในยุคนี้ยังมีคนที่เข้าไม่ถึงดิจิทัลอีก ช่องว่างระหว่างชนชั้นจะยิ่งถ่างออก ดังนั้นโครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้านจึงเกิดขึ้น ทุกหมู่บ้านต้องมีและต้องฝึกให้คนหาประโยชน์จากมันควบคู่กันไป อย่างน้อยอินเทอร์เน็ตต้องไปถึงทุกพื้นที่สำคัญ เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล การที่หมู่บ้านมีอินเทอร์เน็ตจะทำให้เขาต่อยอดไปสู่สิ่งอื่นได้ง่ายขึ้น เช่น อี-คอมเมิร์ซ ค้าขายโดยตรงได้เลย หรือประชาสัมพันธ์ให้หมู่บ้านเป็นแหล่งท่องเที่ยว”

 

Digital Driven

“การส่งออกของเราจะไม่ใช่มีแค่ 10 อย่าง มัน ยาง ข้าว มีอยู่เท่านี้” รองนายกฯ สมคิดกล่าวอย่างเผ็ดร้อนบนเวทีให้ภาคเอกชนเร่งทำธุรกิจแบบดิจิทัล ให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นกราฟเอ็กซ์โพเนนเชียล ให้การค้าของไทยส่งออกไปได้มากกว่านี้ และใช้เทคโนโลยีมาลดต้นทุนการผลิต โดยหวังว่าองค์กรเอกชนขนาดใหญ่จะเป็นโต้โผในการนำเศรษฐกิจไทย เหมือนอย่างที่จีนมี Baidu, Tencent หรือ Alibaba

“แต่รัฐก็ไม่ได้สนับสนุนแต่บริษัทใหญ่ เพราะ SMEs บ้านเรามีเป็นล้าน พวกเขานี่แหละที่เราอยากสนับสนุน ดังนั้นทุกจังหวัดจะต้องมี SMEs Center ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างให้ SMEs เข้าไปใช้งาน ให้ประเทศไทยมีนักธุรกิจที่ยืนขึ้นมาได้อีก” โดยรองนายกฯ เสริมว่าบริษัทใหญ่ของจีนดังกล่าวข้างต้นคือแกนนำที่ทำให้เกิดบริษัทใหม่ขึ้นมาอีกหลักล้านราย เพราะมีธุรกิจสืบเนื่องจากแพลตฟอร์มที่บริษัทเหล่านั้นสร้างขึ้น


สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี 

การที่รัฐผลักดันระบบอี-เพย์เมนต์ หรือตัดสินใจมุ่งเน้นสนับสนุนสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่มีสาขาการเรียนด้าน STEM (S=วิทยาศาสตร์, T=เทคโนโลยี, E=วิศวกรรมศาสตร์, M=คณิตศาสตร์) และด้านศิลปะการออกแบบ (Art Design) ด้วยการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อสร้างบุคลากรที่จำเป็น ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางนี้

สำหรับงานของรัฐบาลเองที่จะเป็น Digital Driven คือ รัฐบาลจะใช้เทคโนโลยี Big Data รวมศูนย์ข้อมูลทุกอย่างจากทุกหน่วยงานไว้ในจุดเดียว และเป็นแบบ Open Data คือถ้าหากข้อมูลนั้นไม่ใช่ความลับสุดยอดจะต้องเปิดให้สาธารณชนเข้าถึง

“ยกตัวอย่างเช่น ทูตพาณิชย์แต่ละประเทศต้องส่งข้อมูลจากประเทศของตนกลับมารวมที่กระทรวงพาณิชย์ แล้วถ้ารัฐยังทำการวิเคราะห์และแสดงผลให้ smart ไม่ได้ ก็เปิดให้เอกชนมาดูเองได้เลย อย่างน้อยเอกชนจะได้วิเคราะห์เองได้ จะส่งสินค้าไปประเทศไหน ย่านไหน ตลาดเป็นอย่างไร เห็นได้แบบชัดเจนทันทีโดยไม่ต้องร้องขอ” สมคิดกล่าว

 

Digital Democracy

ปิดท้ายที่ “การเมือง” ท่ามกลางกระแสโหยหาประชาธิปไตย แม่ทัพเศรษฐกิจ คสช. มองว่าเทคโนโลยีโลกดิจิทัลคือคำตอบหนึ่งสำหรับการเมือง

“ผมมองแพลตฟอร์มออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียจะทำให้คนมีส่วนร่วมในการออกเสียง เสนอแนะ โดยไม่ต้องผ่านตัวแทนคือ สส. แล้ว แต่บางทีสิ่งที่เป็น evil ในการหาข้อมูลได้เร็วคือมันทำให้เราไม่หยุดคิดไตร่ตรอง และเราจะเลือกไม่คุยกับฝ่ายที่คิดไม่เหมือนกัน ดังนั้นเครื่องมือแบบนี้ก็ต้องมีการควบคุมให้ on the right track ด้วยเพื่อไม่ให้ประเทศแตกแยก”

“คนรุ่นใหม่ ถ้าใครพร้อมขอให้เข้าสู่การเมืองเลย มันเป็นยุคของคนหนุ่มสาวแล้ว ถ้ามีแต่คนเก่าๆ จะเป็นประเทศที่ตาบอดคลำช้างกันหรือ!" สมคิดกล่าวปิดท้าย


พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer

Update : 27 กุมภาพันธ์ 2561

View : 1,498




vdo

Forbes Thailand Forum 2018: The Next Tycoons

Update : 27 กรกฎาคม 2561

View : 1,113

Most Popular
1

วิวาห์แห่งปี "ลูกสาวเจ้าสัวซีพี" ควง "ดร

Update : 07 พฤศจิกายน 2557

view : 123,753

2

กลโกงอีคอมเมิร์ซจีน ส่งพัสดุที่ไม่ได้สั่

Update : 15 ธันวาคม 2560

view : 119,183

3

SC ASSET คำตอบของทุกความคุ้มค่าเหนือกาลเ

Update : 13 กุมภาพันธ์ 2561

view : 114,933


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group