News / GLOBAL

5 พฤติกรรมที่ควร ‘เลิกทำ’ เพื่อประสบความสำเร็จในการทำงาน

แม้ว่าความอดทนจะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสำเร็จ แต่บางครั้งการ “เลิกทำ” บางสิ่งบางอย่างกลับมีประสิทธิภาพมากกว่า ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นโครงการที่ล้มเหลว งานที่ไม่ได้รับคำขอบคุณ หรือความสัมพันธ์ที่พังพินาศ การเลิกเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านั้นอาจจะเป็นคุณธรรมใหม่ที่คุณควรยึดถือ

บางคนรู้ดีว่าจังหวะไหนควรจะปฏิเสธ ในขณะที่อีกหลายคนนั้นช่างยากลำบากเหลือเกินกว่าจะพาตัวเองออกจากความอึดอัดมาได้ ดังนั้น การรู้จังหวะว่าเมื่อไหร่ที่ควรจะละความพยายามเสียทีถือเป็นความสามารถอย่างหนึ่ง ถ้าคุณมีแนวโน้มว่าจะยึดติดกับสิ่งใดอย่างยาวนานแม้เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นมันไม่ประสบความสำเร็จ ถึงเวลาแล้วที่คุณควรจะฝึกตัวเองให้ดีขึ้น

โชคดีที่ชีวิตให้โอกาสเราได้ฝึกปฏิเสธบ่อยครั้งกว่าที่คิด และนี่คือ 5 สิ่งที่เราควรจะเลิกทำเสียที

 

1. เลิกทำสิ่งเดิมๆ ซ้ำๆ และหวังว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไป

Albert Einstein กล่าวไว้ว่า ความบ้าบอหมายถึงการกระทำสิ่งเดิมๆ แล้วคาดหวังว่ามันจะให้ผลที่แตกต่าง ทั้งที่เขามีชื่อเสียงขนาดนั้นและคำกล่าวนี้ก็ตรงประเด็นอย่างยิ่ง แต่ก็ยังมีคนมากมายที่มุ่งมั่นจะทำให้สองบวกสองเท่ากับห้าให้ได้

ข้อเท็จจริงนั้นแสนง่ายดาย คือถ้าหากคุณยังใช้วิธีการแบบเดิม คุณก็จะได้ผลลัพธ์แบบเดิม ไม่ว่าคุณจะคาดหวังให้มันออกมาในทางตรงข้ามมากแค่ไหนก็ตาม ดังนั้นถ้าคุณต้องการผลลัพธ์ที่แตกต่าง คุณต้องเปลี่ยนวิธีการ แม้ว่ามันจะเป็นการกระทำที่เจ็บปวด

 

2. เลิกพูดว่า “ได้ค่ะ/ครับ”

ทุกครั้งที่คุณเอ่ยคำว่า “ได้ค่ะ/ครับ” การแลกเปลี่ยนได้เกิดขึ้นแล้ว เพราะการพูดว่า “ได้” ให้กับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง มันคือการปฏิเสธว่า “ไม่ได้” กับเรื่องอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น การพูดว่า “ได้” เมื่อเจ้านายขอให้อยู่ทำงานต่อจนถึงดึกดื่น อาจจะหมายถึงการเสียโอกาสที่คุณจะได้ไปออกกำลังกายที่ยิมหรือกลับบ้านไปใช้เวลากับครอบครัว

งานวิจัยโดย University of California, San Francisco ชิ้นหนึ่งเสนอว่า ยิ่งคุณพูดปฏิเสธว่า “ไม่” ได้ยากลำบากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งประสบกับความเครียด หมดไฟในการทำงาน หรือกระทั่งภาวะซึมเศร้ามากขึ้นเท่านั้น

การปฏิเสธไม่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งจึงเป็นเรื่องท้าทายสำหรับหลายคน แต่จริงๆ แล้ว “ไม่” คือคำอันทรงพลังที่คุณต้องกล้าใช้มันเป็นอาวุธ เมื่อถึงเวลาปฏิเสธ โปรดหลีกเลี่ยงการใช้วลีเดิมๆ ประเภท “ฉันไม่รู้ว่าฉันจะทำได้ไหม” หรือ “ไม่แน่ใจเหมือนกัน” เริ่มพูดปฏิเสธตรงๆ ให้กับพันธะใหม่ๆ ที่กำลังเข้ามาตั้งแต่ตอนนี้

เมื่อคุณเรียนรู้ที่จะพูดว่า “ไม่” คุณจะปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากข้อผูกมัดที่ไม่จำเป็น ทำให้คุณมีเวลาและพลังงานมากขึ้นสำหรับสิ่งสำคัญอื่นๆ ในชีวิต

 

3. เลิกไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเอง

Hewlett-Packard ทำการศึกษาที่น่าสนใจชิ้นหนึ่ง โดยพวกเขาวิเคราะห์กระบวนการที่พนักงานจะยื่นสมัครขอเลื่อนตำแหน่งในบริษัท ผลปรากฏว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่จะยื่นสมัครเมื่อพบว่าตนเองมีคุณสมบัติตรงกับที่ตำแหน่งนั้นกำหนด 100% เท่านั้น ในขณะที่ผู้ชาย หากมีคุณสมบัติเกิน 60% ของที่กำหนด พวกเขาก็จะร่อนใบสมัครกันแล้ว การศึกษานี้ได้สรุปสมมติฐานไว้ว่า หนึ่งในเหตุผลหลายข้อที่ทำให้ผู้ชายมีสัดส่วนมากกว่าผู้หญิงในตำแหน่งบริหารระดับสูงของบริษัทก็คือ พวกเขามีความสมัครใจและมั่นใจในตัวเองมากพอที่จะทดลองตำแหน่งใหม่ๆ มากกว่าผู้หญิง

ดังนั้น ความมั่นใจจึงมีบทบาทอย่างมากต่อความสำเร็จ มันอาจจะเป็นปราการเดียวที่ขวางทางคุณไปสู่อีกระดับ เคล็ดลับก็คือคุณต้องเชื่อในตัวเอง หากคุณสงสัยในความสามารถที่มี ความสำเร็จก็จะไม่เกิดขึ้น และแน่นอนว่าการเสแสร้งว่ามั่นใจก็ช่วยอะไรไม่ได้ คุณต้องมั่นใจจริงๆ เท่านั้น

 

4. เลิกผัดวันประกันพรุ่ง

การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องยาก การพัฒนาตนเองเป็นเรื่องยาก การเรียกความกล้าหาญออกมาเพื่อไขว่คว้าสิ่งที่ต้องการก็เป็นเรื่องยาก

เมื่อเรื่องยากๆ อยู่ตรงหน้า สิ่งที่ง่ายกว่าเสมอคือการตัดสินใจว่าจะสู้กับมันในวันพรุ่งนี้แทน แต่ปัญหาก็คือ พรุ่งนี้ไม่เคยมาถึง การบอกตัวเองว่าจะเริ่มทำวันพรุ่งนี้เป็นเพียงแค่ข้อแก้ตัว และในใจลึกๆ ของคุณคือ คุณอาจจะไม่ได้ต้องการความสำเร็จขนาดนั้น หรือต้องการผลลัพธ์โดยหลีกเลี่ยงงานหนักที่ต้องทำกว่าที่จะได้มันมา

 

5. เลิกคิดว่าทุกอย่างจะออกมาดีเอง

ช่างเป็นเรื่องเย้ายวนใจเหลือเกินที่จะขอเลือกปล่อยให้ทุกอย่างออกมาดีเองในตอนจบ แต่ความจริงก็คือ คุณต้องเป็นคนทำให้เรื่องต่างๆ ออกมาดีด้วยตนเองต่างหาก

เรื่องนี้ปรับใช้ได้กับหลายเหตุการณ์ เช่น อย่าหวังว่าหัวหน้าของคุณจะสังเกตเห็นเองว่าคุณพร้อมสำหรับการเลื่อนขั้นแล้ว อย่าหวังว่าเพื่อนร่วมงานจะเลิกเอางานมากองที่คุณถ้าคุณยังไม่เลิกทำท่าพอใจที่จะช่วยเหลืออยู่ และอย่าคิดว่าใครจะหยุดการกระทำดูถูกคุณถ้าคุณยังไม่เคยต่อต้านมันเลย ทุกอย่าง “ไม่มีทาง” ที่จะออกมาดีเองราวกับมีมนต์วิเศษ คุณต้องทำงานเชิงรุกและรับผิดชอบชีวิตตัวเองมากกว่านี้

 

จับทั้งหมดมารวมกัน

มีอุปสรรคมากมายระหว่างทางที่จะไปให้ถึงศักยภาพสูงสุดของตัวเรา เราเกิดความสงสัยในตัวเอง เรามองว่าบางอย่างยากเกินความสามารถ หรือเราบอกว่าขอรอเวลาอีกหน่อย แต่ถ้าคุณอยากจะประสบความสำเร็จ “จริงๆ” แทนที่คุณจะคิดแต่เรื่องที่คุณควรทำ คุณต้องไตร่ตรองให้ดีถึงสิ่งที่คุณควรจะเลิกทำต่างหาก

 

แปลและเรียบเรียงจาก 5 Things You Must Quit Doing To Be More Successful โดย Travis Bradberry / forbes.com ผู้ร่วมก่อตั้ง TalentSmart บริษัทที่ปรึกษาการฝึกหัดและทดสอบบุคลากรด้านความฉลาดทางอารมณ์


พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer

Update : 21 กุมภาพันธ์ 2561

View : 5,625


Most Popular
1

วิวาห์แห่งปี "ลูกสาวเจ้าสัวซีพี" ควง "ดร

Update : 07 พฤศจิกายน 2557

view : 122,553

2

กลโกงอีคอมเมิร์ซจีน ส่งพัสดุที่ไม่ได้สั่

Update : 15 ธันวาคม 2560

view : 118,764

3

SC ASSET คำตอบของทุกความคุ้มค่าเหนือกาลเ

Update : 13 กุมภาพันธ์ 2561

view : 114,392


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
ภารไดย ธีระธาดา
Mentor Coach focused on Personal Executive Development
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader