News / Webvertorial

ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ฝันร้ายของธุรกิจยุคดิจิตอล

Advertisement

โลกกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มตัว ไม่เพียงเปลี่ยนวิถีชีวิตผู้คนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ยังก่อให้เกิดการโจมตีรูปแบบใหม่ที่คนทั้งโลกไม่อาจมองข้าม นั่นคือ การโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งนับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทั้งในแง่ความถี่และความรุนแรง

หลายคนอาจตั้งคำถามว่า อะไรคือชนวนสำคัญที่ทำให้เหล่าอาชญากรบนโลกออนไลน์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว? หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญ คือ เทคโนโลยีการเชื่อมต่อทางอินเทอร์เน็ตที่เข้ามาทำให้โลกใบนี้สะดวกสบายมากขึ้น จนทำให้ตัวเลขการใช้งานอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ (Internet of Things หรือ IoT) มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของ การ์ทเนอร์ (Gartner, Inc.) บริษัทวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศชั้นนำของโลกพยากรณ์ว่าในปี 2563 จะมีการใช้งานอุปกรณ์ IoT จำนวนสูงถึง 20,000 ล้านชิ้น

สิ่งที่น่ากลัวคือ อุปกรณ์เหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกติดตั้งหรือออกแบบมาให้มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่ดีพอ ทำให้ผู้ประสงค์ร้ายสามารถเจาะระบบเพื่อควบคุมอุปกรณ์ดังกล่าวมาใช้เป็นเครื่องมือในการโจมตีได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากการโจมตีผ่าน IoT สามารถทำให้ไวรัสกระจายตัวได้อย่างกว้างขวาง และรวดเร็ว สร้างความเสียหายได้มากกว่าการโจมตีแบบเดิมๆ แถมยังยากต่อการติดตามร่องรอยไปถึงต้นตอ ยกตัวอย่าง การกลับมาระบาดอีกครั้งของมัลแวร์ที่มีชื่อว่า “Hajime” เมื่อปีที่แล้ว มีรายงานว่ามัลแวร์ตัวนี้ได้โจมตีอุปกรณ์ไฟฟ้าที่สามารถต่อเชื่อมกับอินเทอร์เน็ตถึง 300,000 เครื่องทั่วโลก ที่น่าตกใจคือ ประเทศไทยถือเป็นอันดับ 3 ของโลก ที่มีอุปกรณ์ติดมัลแวร์นี้มากที่สุด



อีกหนึ่งรูปแบบการคุกคามทางไซเบอร์ที่กำลังสร้างความหวั่นวิตกให้คนทั้งโลกในเวลานี้ คือ การโจมตีในรูปแบบมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) เนื่องจากสร้างได้ง่าย และสามารถทำเงินเป็นกอบเป็นกำให้เหล่าอาชญากรทางไซเบอร์ ซึ่งมักเรียกเก็บเงินเป็นบิตคอยน์ (bitcoin) ทำให้ติดตามได้ยาก

มีรายงานว่าเฉพาะเมื่อปีที่แล้ว ระบบคอมพิวเตอร์ของหลายบริษัททั่วโลกถูกไวรัสเรียกค่าไถ่เล่นงาน หนึ่งในการโจมตีที่ส่งผลกระทบมากที่สุดเป็นฝีมือของวายร้ายที่มีชื่อว่า “วันนาคราย (WannaCry)” มัลแวร์เรียกค่าไถ่ที่จู่โจมเข้าปิดล็อกระบบคอมพิวเตอร์กว่า 2 แสนเครื่องใน 150 ประเทศ เพื่อเรียกค่าไถ่เป็นเงินสกุลดิจิตอล “บิตคอยน์” มูลค่า 300-600 บิตคอยน์ ซึ่งตราบจนทุกวันนี้แม้แต่เอฟบีไอยังไม่สามารถตามจับตัวคนร้ายได้

ขณะที่ยูเครนกลายเป็นชาติแรกๆ ที่เจอพิษแรนซัมแวร์ "เพทย่า (Petya)” เล่นงาน และได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยพบว่า มัลแวร์ดังกล่าวทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของหลายบริษัทที่ใช้โปรแกรมวินโดว์ในประเทศ รวมทั้งท่าอากาศยานในกรุงเคียฟไม่สามารถใช้การได้ ส่วนที่โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เชอร์โนบิล เจ้าหน้าที่ต้องทำหน้าที่เฝ้าระวังระดับกัมมันตภาพรังสีด้วยตัวเอง เนื่องจากระบบตรวจวัดอัตโนมัติที่ใช้โปรแกรมวินโดว์ไม่สามารถใช้งานได้ โดยคอมพิวเตอร์ที่ถูกไวรัสดังกล่าวโจมตี จะถูกเข้ารหัส พร้อมปรากฏข้อความบนหน้าจอเรียกร้องเงินบิตคอยน์มูลค่า 300 เหรียญสหรัฐ เพื่อแลกกับการปลดล็อก

ฟากเอเชียก็ไม่น้อยหน้า เมื่อปีที่แล้วบริษัทในเกาหลีใต้ยอมจ่ายเงินถึง 1 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 30 ล้านบาท เพื่อแลกกับการปลดล็อกข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสเนื่องจากแรนซัมแวร์ "เพทย่า (Petya)” เช่นกัน

ฝันร้ายที่กำลังคุกคามองค์กรต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย กลายเป็นแรงผลักดันให้องค์กรยุคใหม่ ต้องหันมาลงทุนเพื่อการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างแข็งขัน ทั้งการพัฒนาบุคลากร,  ระบบและเครื่องมือ  เพราะจากรายงาน ของ “IDC IT Security MatureScape” ประจำปี 2017 พบว่า 95.6% ขององค์กรทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ดำเนินธุรกิจโดยขาดระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี

สอดคล้องกับผลการศึกษาของซิสโก้ (Cisco) เรื่อง “ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในภูมิภาคอาเซียน : ความจำเป็นในการดำเนินการอย่างเร่งด่วน (Cybersecurity in ASEAN: An Urgent Call to Action)” พบว่าความเสี่ยงทางด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในภูมิภาคอาเซียนกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่สวนทางกับตัวเลขการลงทุนด้านเทคโนโลยีต่ำกว่าที่ควรจะเป็นในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม หลายครั้งที่เมื่อพูดถึงความปลอดภัยจากการถูกคุกคามบนโลกไซเบอร์ หลายองค์กรยังคงพุ่งเป้าไปที่การจัดการกับคอมพิวเตอร์พีซี และระบบของเครือข่ายองค์กรเป็นหลัก มองข้ามอุปกรณ์นอกสายตาอย่าง “เครื่องพิมพ์ (Printer)” ซึ่งปัจจุบันถูกพัฒนาให้เป็นมากกว่าอุปกรณ์สำหรับพิมพ์เอกสารเท่านั้น แต่มาพร้อมฟังก์ชั่นที่สามารถทำงานได้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ทั้งสแกน แฟกซ์ และส่งอีเมล 



ความสามารถที่ครบครันของเครื่องพิมพ์ยุคใหม่นี้เอง กลายเป็นช่องโหว่สำคัญให้เหล่าอาชญากรใช้เป็นช่องทางสร้างความปั่นป่วนในองค์กรต่างๆ  เพราะเมื่อใดก็ตามที่องค์กรปล่อยให้อุปกรณ์ใดก็ได้ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสามารถสั่งพิมพ์งานจากเครื่องพิมพ์ได้โดยขาดนโยบายด้านความปลอดภัยอย่างจริงจัง นั่นหมายความว่า คุณกำลังเปิดประตูให้แฮกเกอร์เป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญเข้ามาขโมยข้อมูลสำคัญขององค์กรที่ถูกสำเนาไว้ในเครื่องพิมพ์ หรือสั่งพิมพ์ข้อความปลุกระดมเพื่อสร้างความปั่นป่วนในองค์กรคุณได้ด้วยปลายนิ้ว

เอชพี อิงค์ ในฐานะผู้นำในด้านธุรกิจการพิมพ์ พร้อมเป็นผู้ช่วยของผู้นำรุ่นใหม่ ได้ผนวกรูปแบบการบริการจัดการเครื่องพิมพ์และทีมงานเทคนิคมืออาชีพ (HP Management Print Services - MPS) เพื่อเสริมเกราะระบบการพิมพ์และความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับองค์กรต่างๆ ด้วยระบบการพิมพ์ที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก พร้อมปกป้องอุปกรณ์และข้อมูลของคุณด้วยโซลูชั่นด้านการรักษาความปลอดภัยให้การพิมพ์มากกว่า 250 คุณลักษณะที่มีอยู่ในตัวเครื่อง โดยเอชพีได้เพิ่มความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัยเข้าไปในระบบปฏิบัติการพร้อมติดตามและแจ้งรายงานสถานะของเครื่องพิมพ์ตรงไปยังทีมงาน MPS เพื่อให้สามารถเห็นสถานะการพิมพ์ และสามารถตรวจหาแนวทางปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัยที่ดีที่สุดได้ นอกจากนี้ยังสามารถจัดการการรักษาความปลอดภัยได้อัตโนมัติ สามารถตรวจจับ ยับยั้ง และซ่อมแซมตัวเองจากการถูกโจมตีได้ทันท่วงที

สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://ssl.www8.hp.com/h41268/live/index.aspx?qid=28266

 


Admin System Web
Administrator

Update : 28 กุมภาพันธ์ 2561

View : 93,606



Most Popular
1

วิวาห์แห่งปี "ลูกสาวเจ้าสัวซีพี" ควง "ดร

Update : 07 พฤศจิกายน 2557

view : 122,819

2

กลโกงอีคอมเมิร์ซจีน ส่งพัสดุที่ไม่ได้สั่

Update : 15 ธันวาคม 2560

view : 118,898

3

SC ASSET คำตอบของทุกความคุ้มค่าเหนือกาลเ

Update : 13 กุมภาพันธ์ 2561

view : 114,528


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
ภารไดย ธีระธาดา
Mentor Coach focused on Personal Executive Development
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader