News / THAILAND

KTC ย้ำกำไรโต 10% ปูทางสู่สังคมไร้เงินสด

บัตรกรุงไทย หรือ KTC ยังไม่ละทิ้งเป้าหมายกำไรเติบโตขึ้น 10% ในปี 2560 สานต่อประสานคู่ค้าเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ ล่าสุดเดินหน้าสู่สังคมไร้เงินสดเต็มตัวโดยยกเครื่อง TapKTC ให้โดนใจสมาชิกบัตรกว่าเดิม หวังขยายกลุ่มผู้ใช้เป็น 2 ล้านรายภายในกรกฎาคม 2561

ผลกำไรในปี 2560 ที่คาดว่าจะเติบโตขึ้น 10% จากปีก่อนหน้าคือหนึ่งในเป้าหมายที่ ระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บัตรกรุงไทย หรือ KTC เน้นย้ำว่าอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ด้วยเพราะยังคงความสามารถในการสร้างรายได้และผลกำไรจากการเติบโตของธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ยังขยายตัวต่อเนื่องรวมถึงยังควบคุมให้สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ในระดับใกล้เคียงเดิมหรือไม่ทะลุ 1% แม้จะต้องพบกับความท้าทายใหม่ๆ จากหลายปัจจัยก็ตาม

“เราเชื่อในเรื่องการประสานความร่วมมือกับคู่ค้าเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบจึงนับเป็นปีที่เรามีโอกาสดีกว่าคนอื่นช่วยให้ KTC ปรับสู่สถานะที่ดีกว่าเดิมพร้อมมุ่งมั่นทำการตลาดด้วยการใช้เทคโนโลยีเป็นพื้นฐาน”

สำหรับแผนธุรกิจในปี 2561 จากการเปิดเผยของระเฑียรระบุว่า ยังเน้นขยายความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในธุรกิจนั้นๆ แบบไร้ขีดจำกัดไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรทางการตลาด กลุ่มสตาร์ทอัพ ฟินเทค หรือกลุ่มร้านค้าที่มีจุดแข็ง ซึ่งพร้อมที่จะทำงานร่วมกับ KTC เพื่อนำเสนอบริการและรองรับธุรกรรมการเงินที่ผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น

“เรามีแผนปรับกลยุทธ์การตลาดในธุรกิจหลักคือ บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล และร้านค้า เพื่อสร้างโอกาสจากมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย ในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายใหม่และรักษาฐานสมาชิกเดิมให้อยู่กับแบรนด์ KTC อย่างยั่งยืน”


ระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บัตรกรุงไทย
ด้านแผนการตลาดของ KTC ที่เดินหน้าร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจต่างๆ เพื่อสรรหาสิทธิพิเศษที่เป็นประโยชน์ต่อทุกหมวดการใช้จ่ายที่จำเป็นและตอบสนองทุกเทรนด์ของไลฟ์สไตล์ที่จะเกิดขึ้น เช่น หมวดกีฬาท่องเที่ยว ของเล่น ของสะสม สัตว์เลี้ยงและคอมมูนิตี้ต่างๆ รวมทั้งจะมุ่งสร้างการรับรู้ผ่านสื่อต่างๆ และช่องทางออนไลน์เพื่อเพิ่มโอกาสในการใช้จ่ายผ่านบัตร รวมถึงพัฒนาช่องทางออนไลน์ให้สมาชิก KTC ทำธุรกรรมต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง ผ่าน “Click KTC” บน www.ktc.co.th โฉมใหม่ หรือผ่านโมบายล์แอพพลิเคชั่น “TapKTC”

ส่วนธุรกิจสินเชื่อบุคคลซึ่งน่าจะมีการแข่งขันสูงและมีความท้าทายมากขึ้นกว่าเดิมในปีหน้า จากกฎเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา บริษัทจึงจะขยายฐานสมาชิกใหม่ไปยังกลุ่มเป้าหมายศักยภาพที่มีรายได้ 30,000 บาทมากขึ้นเพราะไม่มีการจำกัดวงเงินและจำนวนสถาบันการเงิน อีกทั้งนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้กับผู้มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาท ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญของบริษัท โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งจบการศึกษาและมีงานประจำทำ รวมทั้งบริหารจัดการพอร์ตลูกหนี้ที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสูดและผูกพันกับ KTC ด้วยโปรแกรมการตลาดรูปแบบใหม่ๆ ที่แตกต่างและตรงกับความต้องการของสมาชิก เช่น การแบ่งเบาภาระหนี้และค่าครองชีพ

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ KTC มีศักยภาพที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะหยิบยกกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีทางการเงินมาเป็นทัพหน้านำพาบริษัทไม่ให้ตกขบวนสู่เส้นทางสังคมไร้เงินสด (cashless society) ดังแผนธุรกิจในปี 2561 นั้น ระเฑียรระบุว่า KTC มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีโดยยึด 3 แนวทางหลัก คือ 1. ระบบต้องมีความเสถียร 2. โมเดลธุรกิจที่จับต้องได้และ 3. กระบวนการทำงานถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

“เราศึกษาและทดสอบระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นบริการที่มีนวัตกรรมดีที่สุดและเหมาะสมมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลซึ่งเป็นธุรกิจหลักของเรา” ระเฑียรเล่าถึงจุดยืนในการพัฒนาเทคโนโลยีของบริษัทไม่เพียงเท่านั้นยังดำเนินการควบคู่ไปกับการศึกษาพฤติกรรมความต้องการของลูกค้าจากฐานข้อมูล (big data) และวิเคราะห์ปัญหา (pain points) ที่มาจากลูกค้าจริงๆ เพื่อให้แน่ใจว่านวัตกรรมที่นำเสนอลูกค้าเป็นประโยชน์ มีความเสถียรรวดเร็ว ใช้งานง่าย และปลอดภัยที่สุด รวมถึงเมื่อลูกค้ามีการใช้จ่ายบัตรเครดิตผ่านทางออนไลน์มากขึ้น ก็ต้องแน่ใจว่าบริษัทมีระบบดีที่สุดสำหรับร้านค้าในการรองรับธุรกรรมที่จะเติบโตมากขึ้นด้วยเช่นกัน ที่สำคัญต้องนำเสนอประสบการณ์ที่ดี (CX-Customer Experience) และ เหนือความคาดหมายของผู้ถือบัตรเครดิตในการทำธุรกรรม

ทั้งนี้ KTC จะเปิดให้บริการ QR code บนบัตรเครดิตเพื่อชำระเงินภายในไตรมาส 4 ของปี2560 ซึ่งนับเป็นบัตรเครดิตรายแรกของประเทศไทย โดยที่ผ่านมาบริษัทมีการยื่นขออนุญาตทำการทดสอบบนนวัตกรรมการเงินที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ (Regulatory Sandbox) กับ ธปท. แล้ว

โดยเริ่มจากนำระบบดังกล่าวมาใช้ได้ ภายในบริษัท เมื่อ ธปท. อนุมัติแล้วทำให้บริษัทสามารถนำระบบ QR code มาใช้กับฐานลูกค้าของบริษัท และขยายออกไปสู่ลูกค้าของธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (non-bank) อื่นๆ ได้ ทั้งนี้ด้วยบริการ QR code จะส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการชำระเงินที่สะดวกมากขึ้น แม้ช่วงแรกอาจจะยังไม่เห็นยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้นมากนัก เพราะผู้ใช้บัตรอาจยังไม่คุ้นชินกับระบบดังกล่าว แต่ในระยะยาวน่าจะเป็นตัวที่เพิ่มการใช้จ่ายผ่านบัตรได้


TapKTC ที่ปรับปรุงใหม่ให้ใช้งานสะดวกง่ายดายขึ้น

อย่างไรก็ตาม KTC ได้ขับเคลื่อนไปอีกขั้นด้วยการปรับปรุงแอพพลิเคชั่น TapKTC เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ดีขึ้น ซึ่งสุดท้ายแล้วจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้ TapKTC ที่ปัจจุบันมีอยู่ราว 6 แสนราย เพิ่มเป็น 2 ล้านรายภายในเดือนกรกฎาคม 2561 ด้วยการปรับปรุงผ่าน 3 แนวทางหลัก คือ

1. Smart Design ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้ทันสมัย เรียบง่าย และสบายตา เมนูการใช้งานอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม จึงพบข้อมูลและฟังก์ชั่นที่ต้องการได้รวดเร็วและเลือกใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย
2. Smart Process เน้นการใช้เวลาในทุกขั้นตอนบนแอพพลิเคชั่นให้น้อยที่สุดโดยทุกฟังก์ชั่นจะทำสำเร็จด้วยการกดเพียงไม่กี่ครั้ง
3. Smart Move ใช้หลัก Business Agility คือ ปรับเปลี่ยนและอัพเดตแอพพลิเคชั่นอย่างสม่ำเสมอ รวดเร็ว และต่อเนื่อง รวมถึงการเพิ่มฟีเจอร์การใช้งานใหม่ๆ เป็นระยะทว่าจุดเด่นของ TapKTC น่าจะอยู่ที่ระบบความปลอดภัยที่ช่วยเพิ่มทางเลือกในการยืนยันตัวตนหรืออัตลักษณ์ (Biometrics)

นอกเหนือจากการใช้รหัส (Pin) และการสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint) ด้วยเทคโนโลยีสแกนม่านตา (Iris) ผ่านบริการซัมซุง พาส (Samsung Pass) ซึ่ง KTC ยืนยันว่าเป็นสถาบันการเงินรายแรกและรายเดียวของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และที่ 3 ของโลกที่เริ่มใช้เทคโนโลยีนี้ โดยผู้ใช้สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy ที่มีอินฟราเรดสแกนม่านตาจะสามารถใช้เทคโนโลยีนี้ได้แล้ว

โดยที่ข้อมูลทางชีวภาพของสมาชิกจะถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยที่คลาวด์ในชื่อ FIDO (Fast Identity Online) เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของ ธปท.


ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor

Update : 12 มกราคม 2561

View : 1,348




vdo

Forbes Thailand Forum 2018: The Next Tycoons

Update : 27 กรกฎาคม 2561

View : 1,111

Most Popular
1

วิวาห์แห่งปี "ลูกสาวเจ้าสัวซีพี" ควง "ดร

Update : 07 พฤศจิกายน 2557

view : 123,751

2

กลโกงอีคอมเมิร์ซจีน ส่งพัสดุที่ไม่ได้สั่

Update : 15 ธันวาคม 2560

view : 119,183

3

SC ASSET คำตอบของทุกความคุ้มค่าเหนือกาลเ

Update : 13 กุมภาพันธ์ 2561

view : 114,932


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group