News / THAILAND

"สยามโกลบอลเฮ้าส์" ประกาศแตะ 100 สาขาภายใน 5 ปี เปิด DC ระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติ 3 หมื่นตร.ม.


สยามโกลบอลเฮ้าส์ คาดปี 2560 รายได้เติบโต 10% ตามเป้าแม้ตลาดวัสดุก่อสร้างหดตัวแรง 8-10% ตั้งเป้าเปิด 100 สาขาในไทยภายในปี 2565 ใส่เกียร์บุกกัมพูชาประเดิมปีหน้าสาขาแรกที่ Phnom Penh เตรียมพร้อมศูนย์กระจายสินค้าระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติ 3 หมื่นตร.ม. จังหวัดอยุธยา


อภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร ประธานกรรมการ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL เปิดเผยเป้าหมายรายได้ปี 2560 ของบริษัทตั้งเป้าเติบโตจากปีก่อน 10% หรือคิดเป็นมูลค่าราว 2.14 หมื่นล้านบาท โดยครึ่งปีแรกมีรายได้แล้ว 1.09 หมื่นล้านบาท จึงคาดว่ายอดขายปีนี้จะเป็นไปได้ตามเป้า


อย่างไรก็ตาม อภิสิทธิ์มองว่าสภาวะตลาดโดยรวมของกลุ่มวัสดุก่อสร้างมูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท ปีนี้ซบเซาลงมาก คาดจะติดลบประมาณ 8-10% จากปกติตลาดวัสดุก่อสร้างหากหดตัวมักจะไม่มากไปกว่า 3-4% แต่สยามโกลบอลเฮ้าส์ยังเติบโตได้เนื่องจากมีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น



อภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร ประธานกรรมการ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) 


โดยปี 2560 บริษัทมีการลงทุนเพื่อเปิดสาขาใหม่ราว 2 พันล้านบาท เปิดตัวรวม 8-9 สาขา ยังเหลืออีก 3 สาขาที่จะเปิดช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ได้แก่ จ.พัทลุง, อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา และ ถ.เทพารักษ์ จ.สมุทรปราการ


“สำหรับปี 2561 เราก็ยังตั้งใจจะเปิดสาขาเฉลี่ย 8-10 สาขาเช่นเดิม เป็นกลยุทธ์ที่ทำให้บริษัทเติบโต ตอนนี้มีที่ดินและมีการก่อสร้างรออยู่แล้วสำหรับเตรียมเปิดปีหน้า และยังมีที่ดินอีกหลายสิบแปลงทั่วประเทศรองรับแผนในอนาคต เพราะฉะนั้นภายในปี 2565 เราจะมีสาขาในไทยใกล้เคียง 100 สาขาแน่นอน จากสิ้นปีนี้ที่บริษัทจะมีครบ 55 สาขา” อภิสิทธิ์กล่าว



ด้านธุรกิจของสยามโกลบอลเฮ้าส์ในต่างประเทศ มีการดำเนินการแล้วใน 3 ประเทศคือ บริษัท โปรวัน โกลบอล จำกัด ในเมียนมา เปิดแล้ว 5 สาขาใน Yangon Mandalay และ Mawlamyine, บริษัท สุวันนี โฮมเซ็นเตอร์ จำกัด ในสปป.ลาว มี 5 สาขาใน Vientiane และ Pakxan และที่ประเทศกัมพูชา โดยในเมียนมาและลาวเป็นลักษณะร่วมทุนกับบริษัทท้องถิ่น ให้บริษัทท้องถิ่นเป็นหลักในการบริหารจัดการ


ขณะที่โมเดลธุรกิจในกัมพูชาเป็นการร่วมทุนกับท้องถิ่นเช่นกันแต่สยามโกลบอลเฮ้าส์เข้าไปดำเนินการเองโดยตรงและใช้แบรนด์ Global House เหมือนในประเทศไทย ซึ่งทำให้วางแผนงานได้ดีกว่า และจะเป็นโมเดลสำหรับใช้บุกประเทศอื่นในอาเซียนต่อไป


อภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ปี 2561 สาขาของสยามโกลบอลเฮ้าส์ในต่างประเทศจะมีเพิ่มอีก 3 สาขา คือในประเทศลาว 2 สาขาที่เมือง Pakse และ Savannakhet และจะเปิดสาขาแรกที่ Phnom Penh ประเทศกัมพูชา ซึ่งกัมพูชาถือเป็นตลาดสำคัญของบริษัท มองว่ามีโอกาสเติบโตได้ถึง 20 สาขาทั่วประเทศ แต่ตั้งเป้าระยะ 5 ปี 10 สาขาไว้ก่อนเป็นเบื้องต้น



(ซ้าย) เกรียงไกร สุริยวนากุล และ (ขวา) วิทูร สุริยวนากุล


ด้าน วิทูร สุริยวนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สภาพเศรษฐกิจไทยมีผลกระทบกับตลาดวัสดุก่อสร้างโดยรวมในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทเองได้รับผลกระทบกับสาขาเดิมทำให้ยอดขายไม่เติบโตต้องอาศัยการเปิดสาขาใหม่ช่วยเร่งรายได้ โดยเฉพาะปีนี้ธนาคารเข้มงวดการอนุมัติสินเชื่อบ้านทำให้ผู้บริโภคซื้อบ้านใหม่น้อยลง อย่างไรก็ตาม บ้านเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่จึงเชื่อว่าวัสดุก่อสร้างที่เป็นธุรกิจเกี่ยวเนื่องจะยังเติบโตได้


วิทูรกล่าวต่อว่า เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคตบริษัทจึงลงทุนมูลค่า 600 ล้านบาท ก่อสร้าง ศูนย์กระจายสินค้าอัตโนมัติ (DC) ที่ อ.วังน้อย จ.อยุธยา มีเนื้อที่ 20 ไร่ พื้นที่เฟสแรก 3.8 หมื่นตารางเมตร แบ่งเป็น 2 รูปแบบคือ โกดังสินค้าระบบบริหารคลังสินค้าอัตโนมัติ (ASRS: Automated Storage Retrieved System) พื้นที่ 3 หมื่นตารางเมตร จัดเก็บได้ 4.3 หมื่นพาเลท พาเลทเก็บสินค้าได้ยาวที่สุด 2.40 เมตร และมีโกดังระบบปกติพื้นที่ 8 พันตารางเมตร สำหรับเก็บสินค้าหนักขนาดใหญ่ เช่น เหล็กเก็บได้สูงสุด 5 พันตัน กระเบื้องอีก 5 พันพาเลท



เฟสแรกของ DC วังน้อยสามารถกระจายสินค้าครอบคลุมได้ 80-100 สาขา นอกจากนี้ ยังนำระบบ ASRS ไปใช้กับร้านสาขาแล้ว 16 แห่ง ซึ่งทำให้ประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บมากขึ้น ลดขนาดร้านจากปกติ 2 หมื่นตารางเมตร เหลือ 1.4 หมื่นตารางเมตรต่อสาขา


เกรียงไกร สุริยวนากุล ซัพพลายเชน ไดเรกเตอร์ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ระบบ ASRS ดังกล่าวเป็นการพัฒนาระบบร่วมกันระหว่างสยามโกลบอลเฮ้าส์กับผู้ผลิต เป็นระบบที่ควบคุมผ่านคอมพิวเตอร์ โดยหุ่นยนต์คอมพิวเตอร์จะใช้การชั่งน้ำหนัก วัดปริมาตรสิ่งของ และ barcode ที่ติดบนกล่องคำนวณจำนวนสิ่งของในแต่ละพาเลท และคำนวณการจัดการเพื่อนำสินค้าเข้า-ออกในแต่ละเที่ยวของหุ่นยนต์หยิบสิ่งของให้มีประสิทธิภาพสูงสุด



ชั้นวางสินค้าสูง 11 ชั้นใน DC วังน้อย ใช้ระบบหุ่นยนต์หยิบและเก็บของได้อัตโนมัติ


ระบบ ASRS มีข้อดีคือ ทำให้ประหยัดแรงงานคนไปกว่า 60% และยังใช้พื้นที่แนวดิ่งได้มากขึ้นเพราะชั้นสินค้า (rack) สามารถสูงได้ถึง 11 ชั้น ทั้งยังทำให้แต่ละสาขาของ GLOBAL บริหารจัดการสินค้าได้ง่ายขึ้น สามารถสั่งผ่านระบบมายัง DC วังน้อยได้ทันทีจึงไม่ต้องสั่งสินค้าไปจัดเก็บที่สาขาไว้เป็นจำนวนมาก และบริษัทจะเสนอสินค้าได้หลากหลายขึ้นเพราะสินค้าบางชนิดที่มีความต้องการต่อสาขาไม่มากก็สามารถสั่งบิ๊กล็อตมารวมกันที่ DC ได้


ทั้งนี้ อภิสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบ ASRS อาจไม่ได้ลดต้นทุนของซัพพลายเออร์ที่จะส่งสินค้ามาจำหน่ายกับสยามโกลบอลเฮ้าส์ เพราะการส่งของเข้ามาจัดเก็บใน DC จะมีค่าใช้จ่าย แต่สิ่งที่ซัพพลายเออร์จะได้รับคือสินค้าของบริษัทนั้นๆ จะถูกเติมสู่โกดังของแต่ละสาขาได้ตลอดเวลา จึงไม่เสียโอกาสในการขาย เปรียบเทียบจากแต่เดิมที่ซัพพลายเออร์อาจจะต้องรอความคุ้มค่าในการขนส่งของไปในพื้นที่สาขานั้นก่อนทำให้เสียโอกาส




พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer

Update : 09 ตุลาคม 2560

View : 6,977



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 15,444

Most Popular
1

วิวาห์แห่งปี "ลูกสาวเจ้าสัวซีพี" ควง "ดร

Update : 07 พฤศจิกายน 2557

view : 119,414

2

พฤหัสนี้อาจชี้ชะตา Tesco จะขาย Lotus ในไ

Update : 21 ตุลาคม 2557

view : 49,967

3

ตลาดปลากระป๋องหดตัวครั้งแรกในรอบ 30 ปี “

Update : 11 สิงหาคม 2560

view : 47,584

top list

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 4,915

ความผันผวนที่มากขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แต..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 1,567

แกะรอยที่มาของเงินบาทแข็งค่าและมุมมองในระยะต่อไป..

Update : 06 กันยายน 2560

view : 5,795


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย