News / THAILAND

FED เตรียม 'ปรับงบดุล' งดซื้อพันธบัตรลดสภาพคล่อง 2.2 ล้านล้านเหรียญ ผลกระทบต่อไทย?

ธนาคารกสิกรไทย จัดงานสัมมนา “เกาะติดสถานการณ์ไตรมาสสอง ทิศทางค่าเงินและอัตราดอกเบี้ย” โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารกสิกรไทยและสำนักงานเศรษฐกิจการคลังร่วมให้ข้อมูลอย่างคับคั่ง

ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดบนเวทีซึ่ง Forbes Thailand คัดเลือกมารายงานคือ ทิศทางนโยบายของสหรัฐอเมริกา ทั้งการปฏิรูปโครงสร้างภาษีของประธานาธิบดี Donald Trump การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) และการปรับงบดุล (balance sheet) ของสหรัฐฯ จะกระทบกับประเทศไทยอย่างไร?

เริ่มกันที่ วรดา ตันติสุนทร และ อัญชลี ซิงห์ สองผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกันวิเคราะห์สภาพเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาโดยพื้นฐาน พบว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯ เติบโต 1.9% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และมีแนวโน้มจะฟื้นตัวต่อเนื่อง เนื่องจากการลงทุนและการใช้จ่ายภายในประเทศเติบโตขึ้น, ตลาดแรงงานแข็งแกร่ง รายได้ต่อหัวสูงขึ้น, ประชาชนมีความมั่นใจในการจับจ่าย ทำให้ธุรกิจรีเทลฟื้นตัว

แต่ประเด็นคำถามที่รออยู่คือ ตั้งแต่ยุควิกฤตซับไพรม์เมื่อปี 2008 สหรัฐฯ มีการใช้มาตรการ QE (Quantitative Easing) ซื้อพันธบัตรจนทำให้งบดุลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก 9.96 แสนล้านเหรียญช่วงก่อนเกิดวิกฤต มาเป็น 4.46 ล้านล้านเหรียญในปี 2017 ดังนั้น FED จะต้องหาทางลดงบดุลหลังจากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามแผนสำเร็จ โดยกสิกรไทยเชื่อว่าระหว่างนี้อยู่ในช่วงทำแผนเพื่อปรับลดงบดุล ก่อนจะเริ่มใช้มาตรการจริงในปี 2018

ส่วนนโยบายของ Donald Trump ที่น่าสนใจคือการปฏิรูปโครงสร้างภาษี ซึ่งมีประเด็นสำคัญคือ 1)ลดภาษีนิติบุคคล เช่น ลดภาษีนิติบุคคลจาก 35% เหลือ 15%, เปลี่ยนการคำนวณภาษีบริษัทอเมริกันจากฐานรายได้ทั่วโลกมาเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นเฉพาะในสหรัฐฯ 2)ลดภาษีบุคคลธรรมดา เช่น ปรับอัตราขั้นบันไดภาษีใหม่เหลือเพียง 3 ระดับ และลดภาษีสูงสุดจาก 39.6% เหลือ 35%

แต่ประเด็นการปฏิรูปภาษีของ Trump มีข้อกังขาว่าในที่สุดจะผลักดันออกมาได้อย่างราบรื่นหรือไม่ หลังจากที่กฎหมายด้านสาธารณสุขฉบับใหม่ที่จะมาแทนที่ Obama Care ถูกคัดค้านแม้แต่จากพรรครีพับลิกันของ Trump เอง

 

หวั่นสหรัฐฯลดงบดุลเร็วเกินไป

ด้าน กอบสิทธิ์ ศิลปะชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED ถูกมองว่าจะมีผลทางอ้อมในการดึงดูดให้เงินทุนไหลกลับสู่สหรัฐฯ แต่กรณีที่ใหญ่กว่าคือการลดงบดุล ซึ่งจะทำให้เงินทุนในประเทศอื่นลดลงโดยตรง โดยการที่สหรัฐฯ จะหยุดเข้าซื้อพันธบัตรและตราสารหนี้ในประเทศต่างๆ เพื่อกำจัดสภาพคล่องส่วนเกินใน FED ที่มีกว่า 2.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ เท่ากับครึ่งหนึ่งของงบดุลในปัจจุบัน

ซึ่งการลดทรัพย์สินของ FED ถือเป็นความเสี่ยงเพราะการลดงบดุลเร็วเกินไปจะทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นมาก และอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหม่ได้ อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในช่วงปี 2012-2015

นอกจากนี้ กอบสิทธิ์ กังวลว่านโยบายปฏิรูปภาษีของ Trump เมื่อมีการลดภาษีแต่จะเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ Trump จะนำเงินส่วนไหนมาชดเชยรายได้ที่ลดลงไป เพราะงบประมาณรัฐบาลกลางสหรัฐฯยังคงอยู่ในภาวะขาดดุล รวมถึงหนี้สาธารณะสูงคิดเป็น 107% ของ GDP ซึ่งหากชี้แจงไม่ได้อาจจะทำให้นโยบายนี้ไม่ผ่านเป็นกฎหมาย

 

FED ลดงบดุล ผลกระทบต่อไทย?

ข้ามมาที่ ดร.พิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการส่วนการวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง มองว่าทั้งนโยบายจูงใจบริษัทอเมริกันให้กลับสู่ประเทศและการลดงบดุลด้วยการหยุดซื้อพันธบัตรและตราสารหนี้นั้น จะกระทบประเทศไทยไม่มากนัก

เนื่องจากสถิติปี 2016 การลงทุนทางตรง (FDI) ของสหรัฐฯ ในไทยมีมูลค่า 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 7.7% เป็นอันดับ 3 ของประเทศที่เข้ามาลงทุนทางตรง ยังน้อยกว่าสัดส่วนของญี่ปุ่นหรือสิงคโปร์ ซึ่งมีสัดส่วน FDI คิดเป็น 36.2% และ 14.8% ตามลำดับ

ส่วนการลงทุนที่เป็นหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ ยอมรับว่าค่อนข้างใหญ่ เพราะเป็นอันดับ 2 ด้วยมูลค่า 2.64 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็น 20.8% ของการลงทุนหลักทรัพย์ทั้งหมด แต่ผลกระทบอาจไม่มาก เพราะทุนต่างชาติเข้ามาถือครองหนี้สาธารณะไทยในรูปพันธบัตรประมาณ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ น้อยกว่าเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย อินโดนีเซีย ที่มีสัดส่วนสูง 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ รวมถึงประเทศไทยมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่งจากเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่สูง

 

ค่าเงินดอลลาร์จะขึ้นหรือลง

คำถามถัดมาในโลกการเงินคือ แต่ละมาตรการจะทำให้ค่าเงินเป็นอย่างไร คำตอบได้จาก กิตติ เจริญกิจชัยชนะ ผู้บริหารกลุ่มงานขายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ธนาคารกสิกรไทย

กิตติกล่าวว่า 1 เดือนที่ผ่านมาค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นอยู่ที่ 34.6 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐหลังจากสถานการณ์การเมืองในยุโรปผ่อนคลายลง ส่วนปัจจัยที่จะเป็นผลกระทบกับค่าเงินดอลลาร์จากนี้ ได้แก่

  • นโยบายปฏิรูปภาษี หากผ่านกฎหมายสำเร็จเชื่อว่าค่าเงินดอลลาร์จะแข็งขึ้นไปถึง 35-36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้ แต่หากมีแนวโน้มไม่สำเร็จ อาจกลับกันทำให้ค่าเงินดอลลาร์ร่วงลงเหลือ 30-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐแทน
  • การลดงบดุล หากเริ่มใช้นโยบายนี้จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้นมาก

“ส่วนตัวมองว่าการปฏิรูปภาษีจะทำได้ง่ายกว่ากฎหมายสาธารณสุขที่เคยมีปัญหา เพราะนี่คือประเด็นสำคัญในนโยบายประธานาธิบดี Trump ซึ่งเขาจะต้องทำให้สำเร็จให้ได้ และยังมีแผนรองรับหากเกิดอะไรขึ้น สหรัฐฯ สามารถพิมพ์เงินเข้ามาเติมในระบบได้ทันที” กิตติกล่าว

 

จับตาวิกฤตครั้งใหม่จะเกิดที่ใด?

กวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มาตรการดูแลงบดุลของสหรัฐฯ อาจกระทบไทยน้อยเพราะที่ผ่านมามีเงินทุนสหรัฐฯเข้าซื้อพันธบัตรน้อยจากความผันผวนทางการเมืองไทยตลอดหลายปี

ในขณะที่ประเทศเกิดใหม่อื่นๆ โดยเฉพาะประเทศจีนนั้นรับมาตรการ QE ของสหรัฐฯไปมาก และเศรษฐกิจจีนเองเติบโตมาเพราะค่าแรงที่ต่ำ แต่ปัจจุบันค่าแรงชาวจีนพุ่งเกินหน้าไทยแล้ว ดังนั้นเศรษฐกิจโลกต่อจากนี้ ขึ้นอยู่กับสองปัจจัยคือ การปรับงบดุลของสหรัฐฯ ที่จะต้องมีความสมดุล ไม่เร็วจนเกินไป และการปรับตัวของเศรษฐกิจจีนจะยังสามารถเติบโตต่อได้หรือไม่

อีกส่วนคือ การขึ้นดอกเบี้ยของ FED ที่คาดการณ์ว่าจะทำให้เงินทุนไหลออก แต่ปรากฏว่ามีเงินทุนต่างชาติเข้ามาที่ตลาดหุ้นไทยจำนวนมากแทน เนื่องจากนักลงทุนมีลักษณะเดียวกันหมดคือ Searching for yield เมื่อดอกเบี้ยสหรัฐฯปรับขึ้น ย่อมต้องการผลตอบแทนที่มากขึ้นในแหล่งลงทุนอื่นๆ จึงต้องยอมเสี่ยงเข้าสู่ตลาดหุ้นแทนที่การลงทุนพันธบัตร ซึ่งจะทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับขึ้นไปด้วย และกระทบถึงต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจที่แท้จริง (real sector)

“เป็นเรื่องที่น่ากลัวมากเพราะค่าใช้จ่ายของ real sector จะเพิ่มขึ้น ทั้งค่าน้ำมัน ค่าที่ดิน แต่โครงสร้างของไทยยังแข็งแกร่ง เชื่อว่าวิกฤตจะไปเกิดกับประเทศอื่นที่โป่งเป็นลูกโป่งรออยู่แล้ว อยู่ที่ว่าใครจะแตกก่อนกัน” กวีกล่าวปิดท้าย


พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer

Update : 16 พฤษภาคม 2560

View : 2,957



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 14,503

Most Popular
1

วิวาห์แห่งปี "ลูกสาวเจ้าสัวซีพี" ควง "ดร

Update : 07 พฤศจิกายน 2557

view : 119,032

2

พฤหัสนี้อาจชี้ชะตา Tesco จะขาย Lotus ในไ

Update : 21 ตุลาคม 2557

view : 49,735

3

ตลาดปลากระป๋องหดตัวครั้งแรกในรอบ 30 ปี “

Update : 11 สิงหาคม 2560

view : 46,237

top list

แกะรอยที่มาของเงินบาทแข็งค่าและมุมมองในระยะต่อไป..

Update : 06 กันยายน 2560

view : 5,130

ประเทศไทยกับปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ..

Update : 27 กรกฎาคม 2560

view : 2,720

ผลการเลือกตั้งอังกฤษไม่ส่งผลดีต่อ Theresa May..

Update : 28 มิถุนายน 2560

view : 1,174


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย