News / THAILAND

FedEx Express เผยข้อมูลเจาะลึกพฤติกรรมการส่งออกและนำเข้าของผู้ประกอบการ SMEs ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลก

เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (FedEx Express, FedEx) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุรายใหญ่ที่สุดของโลก และอยู่ในเครือของ เฟดเอกซ์ คอร์ปอเรชั่น (FedEx Corp.) เผยผลวิจัยว่าผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางชี้ว่าได้รับประโยชน์จากการเติบโตของการส่งออกสินค้าไปยังตลาดอื่นๆ โดยเป็นที่มาของรายได้กว่าสองในสาม ร้อยละ 68 และร้อยละ 47 ของผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางต่างคาดการณ์ว่ารายได้ของพวกเขาที่มาจากการส่งออกภายในภูมิภาคน่าจะเติบโตได้ในระดับเฉลี่ยที่น่าพึงใจมากถึงร้อยละ 22  ในอีก 12 เดือนข้างหน้า

“งานวิจัยเจาะลึกชิ้นนี้เผยให้เห็นว่า แม้ในสภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังประสบกับความท้าทาย ธุรกิจของเอสเอ็มอีในเอเชียแปซิฟิกยังคงรักษาการเติบโตไว้ได้ ด้วยการเข้าไปจับตลาดอื่นๆ ในเอเชียเพื่อเพิ่มโอกาสการขยายตัวของธุรกิจ” Karen Reddington ประธาน บริษัท เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวและเสริมว่า “สิ่งที่จะได้เห็นคือภาพรวมที่จะดีขึ้นในทางบวก โดยธุรกิจส่งออกระดับเอสเอ็มอีในภูมิภาคต่างก็วางแผนที่จะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ และแนวคิดเศรษฐกิจยุคดิจิตอลมาปรับใช้ เพื่อช่วยรองรับความท้าทายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น หรือการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น”



e commerce
ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้เกิดการเติบโต เนื่องจากเป็นสิ่งที่ช่วยให้ธุรกิจเอสเอ็มอีสามารถเจาะเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น โดยผู้ส่งออกเอสเอ็มอีถึงร้อยละ 80 ของภูมิภาคนี้ได้มีการใช้อีคอมเมิร์ซเพื่อขายสินค้าและบริการของตนไปยังตลาดอื่นๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และร้อยละ 44 ในกลุ่มนี้เชื่อว่าจะสามารถสร้างรายได้เพิ่มมากยิ่งขึ้นจากอีคอมเมิร์ซในช่วงอีก 12 เดือนข้างหน้า

ภายใต้แนวทางนี้ ทำให้เกิดการซื้อขาย e commerce ขึ้นมา 2 แบบคือ M commerce คือ การซื้อขายผ่านทางอุปกรณ์มือถือ และ Social commerce คือ การซื้อขายผ่านทางโซเชียลมีเดีย ทั้งนี้ในปัจจุบัน ร้อยละ 68 ของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กกำลังขายสินค้าผ่านทางโมบายแอพพลิเคชั่นและร้อยละ 67 เพิ่มช่องทางให้ลูกค้าซื้อสินค้าผ่านทางโซเชียลมีเดีย เช่น facebook โดยทั้ง M commerce และ Social commerce เป็นช่องทางที่ทำให้เกิดรายได้ของการส่งออกให้กับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและเล็กถึงร้อยละ 21 และ ร้อยละ 22 ตามลำดับ และเชื่อว่าทั้ง M commerce และ Social commerce ยังคงเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้เกิดการเติบโตของรายได้ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เกือบครึ่งของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กคาดว่า M commerce (ร้อยละ 47) และ Social commerce (ร้อยละ 49) จะช่วยให้รายได้เพิ่มสูงขึ้นต่อไปในอีก 12 เดือนข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในเอเชียแปซิฟิกจะยอมรับว่าเศรษฐกิจยุคดิจิตอลช่วยเปิดโอกาสให้พวกเขา แต่ก็ยังตระหนักด้วยว่าจะเป็นการปูทางไปสู่การแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน อันที่จริงแล้ว กว่าหนึ่งในสาม หรือร้อยละ 38 ของเอสเอ็มอีในเอเชียแปซิฟิกระบุว่า การแข่งขันในระดับสากลที่เพิ่มสูงขึ้นถือเป็นความท้าทายทางธุรกิจอันดับต้นๆ และในทางกลับกัน พวกเขาก็มองว่าเทคโนโลยีจะเป็นหนทางในการจัดการกับความท้าทายนี้ รวมถึงความท้าทายทางธุรกิจด้านอื่นๆ ด้วย โดยร้อยละ 37 กล่าวว่าพวกเขาวางแผนที่จะลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อจัดการกับความท้าทายทางธุรกิจที่พวกเขากำลังประสบอยู่ และเกือบสองในสาม (ร้อยละ 65) เชื่อว่าการทำเช่นนั้นจะช่วยให้พวกเขาสามารถส่งออกได้มากขึ้นในอนาคต

ธุรกิจเอสเอ็มอียังมองเห็นคุณค่าของห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสนองตอบตามความคาดหวังของลูกค้า ช่วยให้เอสเอ็มอีสามารถชนะใจลูกค้ารวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ร้อยละ 91 ของเอสเอ็มอีในเอเชียแปซิฟิกเห็นพ้องว่าโลจิสติกส์มีบทบาทสำคัญในธุรกิจส่งออกของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเวลาที่อีคอมเมิร์ซเป็นแรงผลักดันให้เกิดความต้องการในการส่งมอบที่รวดเร็วขึ้น โดยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในเอเชียแปซิฟิกที่มีการทำธุรกรรมผ่านทางอีคอมเมิร์ซเป็นจำนวนสูงถึงร้อยละ 66 ระบุว่า พวกเขายินดีที่จะจ่ายสูงกว่าเพื่อบริการขนส่งที่รวดเร็วกว่า

“งานวิจัยชิ้นนี้ตอกย้ำความเห็นที่เรามีมานานแล้วว่า สำหรับเอสเอ็มอีแล้ว เทคโนโลยีและโซลูชั่นส์การขนส่งมีส่วนช่วยให้สามารถต่อสู้กับบริษัทขนาดใหญ่กว่า ทำให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กลงทุนในเทคโนโลยีมากขึ้นรวมถึงมองหาบริษัทเกี่ยวกับการขนส่งเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รวมถึงช่วยให้สามารถเจาะตลาดใหม่ๆ ในต่างแดน และสุดท้าย ก็เพื่อให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจของพวกเขาจะยังรักษาความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน” Karen กล่าวสรุป

งานศึกษาวิจัยอิสระในชื่อ “Global Trade in the Digital Economy: Opportunities for Small Businesses” ได้รับการจัดทำขึ้นโดย Harris Interactive ในนามของ FedEx เพื่อมอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโอกาสการส่งออกในระดับสากล และความท้าทายต่างๆ ที่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต้องประสบ งานวิจัยชิ้นนี้เสร็จสิ้นในเดือนกันยายน 2559 โดยเป็นการรวบรวมผลมาจากการสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูงในธุรกิจเอสเอ็มอีจำนวนทั้งสิ้น 9,000 คน จาก 17 ตลาด  ในพื้นที่สี่ภูมิภาคทั่วโลก  


ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor

Update : 10 ธันวาคม 2559

View : 924


vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 13,587

Most Popular
1

วิวาห์แห่งปี "ลูกสาวเจ้าสัวซีพี" ควง "ดร

Update : 07 พฤศจิกายน 2557

view : 118,614

2

พฤหัสนี้อาจชี้ชะตา Tesco จะขาย Lotus ในไ

Update : 21 ตุลาคม 2557

view : 49,547

3

ตลาดปลากระป๋องหดตัวครั้งแรกในรอบ 30 ปี “

Update : 11 สิงหาคม 2560

view : 44,764

top list

ประเทศไทยกับปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ..

Update : 27 กรกฎาคม 2560

view : 2,152

ผลการเลือกตั้งอังกฤษไม่ส่งผลดีต่อ Theresa May..

Update : 28 มิถุนายน 2560

view : 1,056

คำถามสำคัญปีนี้คือการลดสินทรัพย์ของเฟด..

Update : 31 พฤษภาคม 2560

view : 1,902


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย