ร่วงลงหรือลาลับ: 5 “เศรษฐีอเมริกัน” ผู้หลุดจากทำเนียบคนรวยที่สุดในสหรัฐฯ ปี 2018 - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Global
  • Leaderboard >
  • ร่วงลงหรือลาลับ: 5 “เศรษฐีอเมริกัน” ผู้หลุดจากทำเนียบคนรวยที่สุดในสหรัฐฯ ปี 2018

ร่วงลงหรือลาลับ: 5 “เศรษฐีอเมริกัน” ผู้หลุดจากทำเนียบคนรวยที่สุดในสหรัฐฯ ปี 2018

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
08 Jan 2019 | 9:30 am 1971

ในช่วงปีที่ผ่านมา มีมหาเศรษฐีอเมริกัน 17 คนที่หลุดจากรายชื่อ Forbes 400 ทำเนียบเศรษฐีที่รวยที่สุดในสหรัฐอเมริกา

การหย่าร้าง ยอดขายแซนด์วิชซึ่งลดฮวบ และความรักเพื่อนมนุษย์ เป็นสาเหตุให้เศรษฐี 3 คนต้องหลุดโผไป ส่วนเศรษฐีคนอื่นก็ยังรวยไม่ถึงเกณฑ์ จึงข้ามไม่พ้นเส้นแบ่ง 2.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อจะขึ้นมาเป็นเศรษฐีที่รวยที่สุด 400 อันดับแรกของสหรัฐอเมริกา

Forbes Thailand ขอนำเสนอ 5 เศรษฐีที่น่าสนใจ ผู้หลุดจากโผ Forbes 400 ไปในปีนี้เนื่องจากมูลค่าทรัพย์สินที่ลดลง หรือการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของเขา

 

Peter Buck
ธุรกิจ: ร้านอาหาร Subway
ทรัพย์สิน: 1.5 พันล้านเหรียญ

ทรัพย์จางSubway เชนร้านแซนด์วิชที่ก่อตั้งโดย Peter Buck กำลังพบช่วงเวลาลำบาก ยอดขายที่ตกมาหลายปีทำให้บริษัทต้องปิดร้านเกือบ 900 แห่งทั่วสหรัฐฯ ในปี 2017 และเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2018 บริษัทก็ต้องเริ่มมองหาซีอีโอคนแรกที่ไม่ใช่สมาชิกในตระกูลผู้ก่อตั้ง

ปัญหาของ Subway บวกกับการบริจาคเพื่อการกุศลทำให้สินทรัพย์ของ Buck ลดลง 35% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

 

Bill Gross
ธุรกิจ: บริษัทจัดการการลงทุน Pimco
ทรัพย์สิน: 1.5 พันล้านเหรียญ

เตียงหักชีวิตแต่งงานของ Bill Gross อดีตเจ้าพ่อนักลงทุนแห่ง Pimco ปิดฉากลงอย่างน่าเกลียดด้วยศึกชิงสินทรัพย์ระหว่างเขากับภรรยาชื่อ Sue ซึ่งยื่นฟ้องหย่าในปี 2016 ด้วยสาเหตุคือความขัดแย้งที่ไม่อาจประนีประนอมกันได้

ในที่สุดฝ่ายภรรยาก็เดินจากไปพร้อมสินทรัพย์ 1 พันล้านเหรียญ ซึ่งรวมถึงบ้านมูลค่า 36 ล้านเหรียญที่เมือง Laguna Beach รัฐ California งานศิลปะครึ่งหนึ่งจากคอลเล็คชั่นมูลค่า 56 ล้านเหรียญของทั้งคู่ และแมว 2 ตัวจาก 3 ตัว งานนี้เล่นเอาถลอกปอกเปิกไปไม่น้อย

 

Reid Hoffman
ธุรกิจ: LinkedIn
ทรัพย์สิน: 1.8 พันล้านเหรียญ

ยิ่งให้ ยิ่งหลุดโผ – Reid Hoffman ผู้ร่วมก่อตั้ง LinkedIn (ซึ่งเขาขายให้ Microsoft ไปเมื่อปี 2016) ชอบบริจาคเงินเหมือนที่ธุรกิจเก่าของเขาชอบส่งอีเมลไปทั่ว

Forbes ทราบมาว่าเขาบริจาคเงินอย่างเงียบๆ ไปแล้วถึง 1.5 พันล้านเหรียญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจนเหลือสินทรัพย์เพียง 1.8 พันล้านเหรียญ และในปีนี้ Hoffman ก็ยังลงนามกับโครงการ Giving Pledge ที่เป็นการประกาศต่อสาธารณชนว่าจะบริจาคทรัพย์สมบัติเกินครึ่งหนึ่งเพื่อการกุศล ซึ่งเขาใกล้จะทำสำเร็จแล้ว

 

Tom Benson
(อายุ 90 ปี, เสียชีวิต 15 มี..)
ธุรกิจ: ทีม NEW ORLEANS SAINTS
ทรัพย์สิน: 2.8 พันล้านเหรียญ

Tom Benson เริ่มต้นทำงานกับดีลเลอร์รถยนต์ก่อนจะกลายเป็นเจ้าของทีมกีฬาอเมริกันฟุตบอล New Orlens Saints ในลีก NFL และทีมบาสเก็ตบอล New Orleans Pelicans ใน NBA ซึ่งเขาเข้าซื้อในปี 1985 และ 2012 ตามลำดับ

นอกจากนี้ เขายังเป็นเจ้าของออฟฟิศบิลดิ้ง 26 ชั้น รวมถึง Champions Square แหล่งรวมความบันเทิงกลางแจ้งติดกับสนาม Superdome ของทีม The Saints

ก่อนหน้าที่เขาจะเสียชีวิต Benson ต้องเผชิญกับความขัดแย้งภายในครอบครัว จากการแก่งแย่งสมบัติของเขาระหว่างลูกสาวเขาเองและบรรดาหลานๆ โดยสมาชิกครอบครัวอ้างว่า Benson ไม่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์พอที่จะควบคุมดูแลทีม ซึ่งในที่สุด ความขัดแย้งจบลงด้วยการทำข้อตกลงลับร่วมกันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2017

Benson ล้มป่วยด้วยโรคไข้หวัดตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2018 และเสียชีวิตในโรงพยาบาลระหว่างรับการรักษาเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2018 ด้วยอายุ 90 ปี

 

Richard DeVos
(อายุ 92 ปี, เสียชีวิต 6 ..)
ธุรกิจ: บริษัทขายตรง AMWAY
ทรัพย์สิน: 5.4 พันล้านเหรียญ

DeVos คือผู้ร่วมก่อตั้ง Amway กับ Jay Van Andel เพื่อนสมัยมัธยมของเขา (เสียชีวิตเมื่อปี 2004) พวกเขาก่อตั้งบริษัทขายตรงนี้ขึ้นในปี 1959 เริ่มต้นจากการเคาะประตูขายน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ตามบ้าน

DeVos เกษียณอายุไปตั้งแต่ปี 1993 โดยธุรกิจยอดขาย 8.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปีนี้ ถูกส่งต่อให้ลูกหลานของ DeVos และ Andel ดูแลผ่านบริษัทชื่อ Alticor

ผู้ร่วมก่อตั้ง Amway และเจ้าของทีมบาสเก็ตบอล Orlando Magic จากไปเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2018 ในบ้านของเขาเอง จากอาการติดเชื้อในกระแสเลือด

 


คลิกอ่านรายชื่อเศรษฐีที่หลุดออกจากทำเนียบ Forbes 400 ทั้ง 17 คนได้จากนิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนธันวาคม 2561

BACK TO TOP