INVESTMENT OUTLOOK

ประธานเฟดคนใหม่ และทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่อาจเปลี่ยนไป


สหรัฐฯ ดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น โดยที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ ครั้งล่าสุด ณ เดือนกันยายนประกาศเริ่มลดขนาดงบดุลตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมเป็นต้นมา แม้ว่ามาตรการดังกล่าวจะมีผลให้ปริมาณเงินดอลลาร์ทั่วโลกค่อยๆ ลดลง แต่ตลาดกลับไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะนักลงทุนได้รับรู้ขอบข่ายการดำเนินการของมาตรการดังกล่าวมาแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายน อีกทั้งในช่วงแรกนี้ ขนาดการลดปริมาณเงินดอลลาร์ก็คิดเป็นเพียง 0.22% ของขนาดงบดุลเท่านั้น จึงไม่น่าจะส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์มากนัก


แม้ว่าตลาดยังไม่ได้ตระหนักถึงอิทธิพลของการลดขนาดงบดุลในช่วงแรก แต่มาตรการนี้ย่อมส่งผลต่อปริมาณเงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดการเงินโลกแน่นอน หากพิจารณาค่าสหสัมพันธ์ระหว่างขนาดงบดุลของเฟดและเงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดการเงินของตลาดเกิดใหม่พบว่า ขนาดงบดุลของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ถึง 96%-97% ขณะที่ขนาดงบดุลของประเทศมหาอำนาจอื่นๆ อย่างยุโรปและญี่ปุ่นมีอิทธิพลต่อเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่น้อยกว่า 


การลดขนาดงบดุลของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จึงชี้ให้เห็นถึงโอกาสที่เงินทุนต่างชาติจะไหลออกจากตลาดการเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่และตลาดไทย


 

สิ่งที่เหนือความคาดหมายของตลาดในการประชุมครั้งนั้น คือ สัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้งในปีนี้ ขณะที่ตลาดไม่คิดว่าอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ (PCE) ที่ต่ำเพียง 1.4% จากอัตราเป้าหมายที่ 2.0% จะทำให้เฟดตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 ของปี อย่างไรก็ตาม มติที่ประชุมดังกล่าว ทำให้ตลาดปรับคาดการณ์โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมมาอยู่ที่ประมาณ 80% สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดในระดับค่อนข้างสูง


ด้านตลาดล่วงหน้า นักลงทุนในปัจจุบันมองว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในอีก 1 ปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นมากกว่าที่มองไว้ 1 เดือนก่อนหน้านี้หรือก่อนการประชุม แต่ที่น่าสังเกต คือ หากหักลบการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมจะพบว่า นักลงทุนอาจยังไม่ได้คิดถึงการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในปีหน้าเลย เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯในอีก 1 ปีล่วงหน้าอยู่ที่เพียง 1.58% เท่านั้น ซึ่งอาจมาจากการลดขนาดงบดุลของเฟดเป็นหลัก



สาเหตุหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนยังไม่คิดถึงการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดอาจเป็นเพราะมีความไม่แน่นอนในองค์ประชุมนโยบายการเงินของสหรัฐฯ นอกเหนือจากประธานเฟดสาขาต่างๆ ที่จะหมุนเวียนเข้ามามีสิทธิออกเสียงในแต่ละปีแล้ว Janet Yellen ประธานเฟดคนปัจจุบันจะหมดวาระลงในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ทำให้ตำแหน่งประธานเฟดซึ่งเป็นผู้ชี้นำทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ว่างลง



 


ตามระเบียบการคัดเลือก ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีสิทธิเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมต่อตำแหน่งดังกล่าวเพื่อให้วุฒิสภารับรอง Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งมีท่าทีชัดเจนให้ดอกเบี้ยสหรัฐฯ อยู่ในระดับต่ำจึงอาจเลือกผู้ที่มีทัศนคติแบบเดียวกันเข้าเป็นผู้นำนโยบายการเงินสหรัฐฯ และนั่นอาจทำให้การขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐฯ จริงในปีหน้าน้อยกว่าที่คณะกรรมการชุดปัจจุบันตั้งไว้ที่ 3 ครั้ง


ปัจจุบัน รายชื่อผู้ที่มีโอกาสรับตำแหน่งเหลืออยู่เพียง 3 ชื่อ คือ

1. Janet Yellen ประธานเฟคคนปัจจุบัน ซึ่งหาก Yellen ได้รับตำแหน่งต่อไป อาจเพิ่มความเข้มงวดของระเบียบการเงินหลังวิกฤต (Post-crisis financial rules) ซึ่ง Trump คัดค้านอย่างชัดเจน

2. John Taylor อาจารย์จาก Stanford University และเจ้าของกฎเทย์เลอร์ที่มองว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ควรจะอยู่ที่ 3.75% ในระยะยาวแทนที่จะเป็น 2.75% อย่างที่เฟดปัจจุบันมองไว้ นั่นทำให้คาดว่าหาก Taylor ได้ตำแหน่งอาจทำให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นอีก

3. Jerome Powell หนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการชุดปัจจุบัน ซึ่งตลาดมองว่าทำให้เฟดชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย


จากการให้สัมภาษณ์และท่าทีของ Trump ทำให้ตลาดตัดคู่แข่งเหลือเพียง 2 คน คือ Taylor และ Powell โดยข้อมูลจาก Predictit ชี้ว่า Jerome Powell คือคนที่มีโอกาสได้รับตำแหน่งมากที่สุด ทั้งนี้ Powell ได้รับการสนับสนุนจาก Steven Mnuchin รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และคาดว่าแนวทางดำเนินนโยบายดอกเบี้ยต่ำจะทำให้มีเสียงสนับสนุนจากวุฒิสมาชิกฝั่งพรรครีพับลิกันมากที่สุด อย่างไรก็ตาม พรรคริพับลิกันมีเสียงข้างมากในวุฒิสภาเพียง 52 ต่อ 48 เสียง ทำให้ความไม่แน่นอนในการคัดเลือกผู้นำนโยบายการเงินสหรัฐฯ คนใหม่ยังมีต่อไป 


ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย

Update : 03 พฤศจิกายน 2560

View : 954



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 16,259

Most Popular
1

วิกฤตเศรษฐกิจโลก

Update : 24 มกราคม 2560

view : 8,456

2

แกะรอยที่มาของเงินบาทแข็งค่าและมุมมองในร

Update : 06 กันยายน 2560

view : 6,009

3

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 5,309

top list

ประธานเฟดคนใหม่ และทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่อา..

Update : 03 พฤศจิกายน 2560

view : 954

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 5,309

ความผันผวนที่มากขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แต..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 1,682


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย