INVESTMENT OUTLOOK

ประเทศไทยกับปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ

ในช่วงที่ผ่านมาทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ซึ่งตลาดก็ได้ปรับประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้นมา อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เศรษฐกิจโลกจะดีขึ้นแต่อัตราเงินเฟ้อของโลกกลับยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ โดยตลาดเองก็ได้มีการปรับประมาณการของอัตราเงินเฟ้อโลกลงมาที่ 3.0% จากเดิมที่ 3.2% ในปี 2017 ทั้งนี้ สาเหตุหลักที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อโลกชะลอลง มาจากเรื่องของราคาน้ำมันโลกเป็นหลัก โดยราคาน้ำมันไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นมากเท่ากับที่หลายฝ่ายคาดการณ์ เนื่องจากการผลิตน้ำมันยังมีมากกว่าความต้องการ ทำให้ยังคงมีอุปทานน้ำมันส่วนเกินอยู่โดยเฉพาะจากการผลิตจากกลุ่ม non-OPEC อย่างสหรัฐฯ ที่เริ่มมีการผลิต shale oil มากขึ้น


รูปที่ 1. ประมาณการเศรษฐกิจโลก

Source: Bloomberg, CEIC, Reuters Eikon, KBan


รูปที่ 2. ประมาณการเงินเฟ้อโลก

Source: Bloomberg, CEIC, Reuters Eikon, KBank


ด้านแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อของไทยปีนี้ก็ดูเหมือนว่าจะโน้มไปทางด้านต่ำมากขึ้นเช่นกัน อัตราเงินเฟ้อของไทยหดตัวลงติดต่อกันสองเดือนนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม โดยล่าสุดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนมิถุนายนติดลบที่ 0.05% จากเดือนพฤษภาคมที่ติดลบ 0.04% ซึ่งการปรับตัวลดลงของอัตราเงินเฟ้อเป็นผลจากฐานเปรียบเทียบที่สูงซึ่งภาวะภัยแล้งในปีก่อนผลักดันให้ราคาอาหารสดปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกันเงินเฟ้อพลังงานก็ชะลอลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่สะท้อนอุปสงค์ในประเทศยังค่อนข้างทรงตัวเฉลี่ยที่ 0.5-0.6% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการส่งผ่านต้นทุนจากราคาพลังงานที่ปรับขึ้นในช่วงต้นปีมีอย่างจำกัด ในขณะที่ความต้องการใช้จ่ายในประเทศยังไม่มีแรงส่งพอที่กระตุ้นเงินเฟ้อได้ ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวได้ส่งผลให้หลายฝ่ายมีการปรับประมาณการเงินเฟ้อไทยลงมา โดยทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยปีนี้จะอยู่ที่ 0.8% ลดลงจาก 1.2% ที่คาดไว้ก่อนหน้า ซึ่งจะส่งผลให้เงินเฟ้อของไทยไม่เข้าสู่กรอบเป้าหมายของทาง ธปท. ที่วางไว้ที่ 1-4% เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน


รูปที่ 3. อัตราเงินเฟ้อของไทยเทียบกับหลายกลุ่มประเทศ

Source: Bloomberg, CEIC, Reuters Eikon, KBank  


รูปที่ 4. ประชากรและดัชนีราคาผู้ผลิตของญี่ปุ่น


Source: Bloomberg, CEIC, Reuters Eikon, KBank

ภาวะอัตราเงินเฟ้อของไทยที่อยู่ในระดับต่ำส่งสัญญาณน่ากังวลมากขึ้น เพราะหากดูในรูป 3 อัตราเงินเฟ้อของไทยอยู่ต่ำกว่ากลุ่มประเทศเกิดใหม่ในเอเซียอยู่มากและอยู่ต่ำกว่ามาเป็นระยะหนึ่งแล้ว อีกทั้งเงินเฟ้อของไทยก็ได้ปรับตัวลดลงมาอยู่ต่ำกว่ากลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอีกด้วย โดยหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อไทยอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องมาจากอุปสงค์ในประเทศที่ยังคงซบเซา ซึ่งหากยังไม่มีการกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศ ประเทศไทยอาจจะต้องเจอกับปัญหาอัตราเงินเฟ้อต่ำในระยะยาวแบบญี่ปุ่นก็เป็นได้ เนื่องจากที่ไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้างประชากรที่เริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยจำนวนประชากรของไทยจะเข้าใกล้ระดับสูงสุดในอีก 12 ปีก่อนที่จะเริ่มลดลง

โดยในรูปที่ 4 แสดงให้เห็นว่าจำนวนประชากรของญี่ปุ่นมาอยู่ในระดับสูงสุดในปี 2008 เช่นเดียวกับดัชนีราคาผู้บริโภคซึ่งใช้วัดอัตราเงินเฟ้อ  โดยเมื่อจำนวนประชากรของญี่ปุ่นลดลง ดัชนีราคาผู้บริโภคของญี่ปุ่นก็ปรับตัวลดลงตามเช่นกัน สาเหตุหลักก็เป็นเพราะว่าไม่มีผู้บริโภคในประเทศเพียงพอที่จะมาช่วยเพิ่มอุปสงค์ในประเทศและเป็นแรงส่งต่อเงินเฟ้อได้ นอกจากนี้ ประชากรส่วนมากของญี่ปุ่นยังเป็นผู้สูงอายุ ทำให้พฤติกรรมการใช้จ่ายแตกต่างออกไปโดยเน้นที่การออมมากกว่าการใช้จ่าย


รูปที่ 5. ค่ากลางอายุของคนในประเทศเอเซีย

Source: Bloomberg, CEIC, Reuters Eikon, KBank   

รูปที่ 6. จีดีพีต่อหัวของประเทศเอเซีย


Source: Bloomberg, CEIC, Reuters Eikon, KBank

อย่างไรก็ตามประเทศไทยอาจไม่เป็นเหมือนญี่ปุ่นหมดทุกอย่าง เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแต่มีรายได้ต่อหัวสูง ผิดกับไทยที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแต่รายได้ต่อหัวยังคงอยู่ในระดับต่ำ ปัจจุบันอายุเฉลี่ยของประชากรไทยอยู่ที่ 38 ปี ขณะที่จีดีพีต่อคนอยู่ที่ 210,488 บาท เมื่อเทียบกับสิงคโปร์แล้ว ประชากรสิงคโปร์มีอายุมากกว่าเรา 2 ปี แต่มีรายได้ต่อหัวสูงกว่าถึง 8.5 เท่า ขณะที่เมื่อเทียบกับมาเลเซีย ประชากรของมาเลเซียมีอายุน้อยกว่าไทย 9 ปีแต่มีรายได้ต่อหัวมากกว่าเรา 1.5 เท่า ทำให้ไทยอาจกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยกดดันการใช้จ่ายในประเทศให้ยังคงซบเซาต่อไป

รูปที่ 7. ประชากรไทยจะมาอยู่ในระดับสูงสุดในอีก 12 ปี


Source: Bloomberg, CEIC, Reuters Eikon, KBank   


รูปที่ 8. โดยจะมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 43 ปี


Source: Bloomberg, CEIC, Reuters Eikon, KBank

ดังนั้นนโยบายเรื่อง Eastern Economic Corridor (EEC) และ Thailand 4.0 ควรจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริงเพื่อเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจและอุปสงค์ในประเทศของไทยต่อไปในระยะยาว รูป 7 และ 8 สะท้อนให้เห็นว่าประชากรไทยจะปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับสูงสุดภายใน 12 ปี และค่าเฉลี่ยของอายุประชากรจะขึ้นมาอยู่ที่ 43 ปี สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีเวลาน้อยสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจ


ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย

Update : 27 กรกฎาคม 2560

View : 2,003


vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 13,353

Most Popular
1

วิกฤตเศรษฐกิจโลก

Update : 24 มกราคม 2560

view : 6,028

2

เศรษฐกิจไทยปีระกา 2017 ท่ามกลางความเสี่ย

Update : 28 กุมภาพันธ์ 2560

view : 4,372

3

อเมริกาจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ภายใต้ปร

Update : 01 กุมภาพันธ์ 2560

view : 2,945

top list

ประเทศไทยกับปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ..

Update : 27 กรกฎาคม 2560

view : 2,003

ผลการเลือกตั้งอังกฤษไม่ส่งผลดีต่อ Theresa May..

Update : 28 มิถุนายน 2560

view : 1,035

คำถามสำคัญปีนี้คือการลดสินทรัพย์ของเฟด..

Update : 31 พฤษภาคม 2560

view : 1,857


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย