INVESTMENT OUTLOOK

2017 ปีแห่งนโยบายการคลัง

ปี 2017 การขยายตัวของ GDP โลกโดยรวมจะยังคงใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาที่ 3.0%  ด้านการผ่อนคลายนโยบายการเงินจะยังคงมีอยู่ แต่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอาจจะจำกัดมากขึ้น หลังจากอัตราเงินเฟ้อในปี 2017 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ดังนั้นการกระตุ้นเศรษฐกิจจะถูกทดแทนด้วยการใช้นโยบายด้านการคลัง

สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นปี 2017 เรามองว่าตลาดหุ้น สหรัฐฯ, ญี่ปุ่น และ อินเดีย เป็นกลุ่มประเทศที่เราจะให้น้ำหนักการจัดพอร์ตลงทุนมากกว่าที่อื่นๆ (Core Portfolio) จากโอกาสในการใช้นโยบายการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้านตลาดหุ้นยุโรปจะมีความเสี่ยงการเมืองสูงขึ้น ดังนั้นแนะนำเข้าลงทุนเมื่อดัชนีปรับลง และ Valuation ถูกเท่านั้น ในขณะที่ตลาดหุ้นจีนแม้ Valuation จะยังต่ำ แต่ นักลงทุนยังคงกังวลต่อการอ่อนค่าของค่าเงินหยวน สำหรับตลาดหุ้นไทยเรายังชอบหุ้นขนาดกลาง-เล็ก มากกว่าหุ้นขนาดใหญ่ เนื่องจากจะได้ประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

ด้านตลาดหุ้นโดยรวมหลังเปิดปี 2017 ในช่วง 2 สัปดาห์แรก (วันเขียนบทความ 11 ม.ค. 2017) จะเห็นได้ว่าการปรับขึ้นเพิ่มของตลาดหุ้นเริ่มจำกัด  หลังจากช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. 2016 ตลาดหุ้นได้ปรับเพิ่มขึ้นสะท้อนความหวังนโยบายนาย Donald Trump ซึ่งเราประเมินว่ามีโอกาสที่จะเกิดแรงขายทำกำไรได้ในระยะสั้น แต่ภาพรวมตลาดหุ้นจะยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจมากกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับตราสารหนี้ที่อยู่ในช่วงของวัฏจักรการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐฯ

 

กราฟผลตอบแทนตลาดการเงินในปี 2016

(Source: Bloomberg)



สหรัฐฯ

ธีม: ความหวังนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ Trumpnomic

เศรษฐกิจ:
- การลงทุนจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักเศรษฐกิจสหรัฐฯ  คาด GDP จะขยายตัว 2.3% และประเมินว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง Q2/17 และ Q3/17 แม้ล่าสุด Dot Plot ของ Fed จะมีมุมมองขึ้น 3 ครั้งแต่เราเชื่อว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของนาย Trump กว่าจะมีผลในช่วง 2H/17 ไปแล้ว
- นโยบายของนาย Trump  ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจและตลาดหุ้น แต่ยังคงต้องติดตามแผนนโยบายการคลังจะปฏิบัติได้ตามหาเสียงหรือไม่ โดยนโยบายการขึ้นภาษีการค้าเป็นลบต่อเศรษฐกิจโลก

มูลค่า:
ปัจจุบันเทรดเหนือค่าเฉลี่ย P/E ย้อนหลัง 10 ปี

คำแนะนำ:
แนะนำลงทุนเป็นสัดส่วนหลักใน portfolio (core portfolio)



ที่มาภาพ: www.mfa.go.th
ยุโรป

ธีม: หลายประเทศในยุโรปจะมีการเลือกตั้ง อาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดหุ้น

เศรษฐกิจ:
- ภาพรวมเศรษฐกิจเติบโตดีขึ้น หลังจากธนาคารกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง แต่ปี 2017 ความไม่แน่นอนทางการเมืองจะสูงขึ้น เนื่องจากมีการเลือกตั้งใน ฝรั่งเศส, เยอรมัน และเนเธอร์แลนด์
- นโยบายด้านการเงินยังผ่อนคลาย แต่จะจำกัดมากขึ้นหลังจากอัตราเงินเฟ้อเร่งตัว

มูลค่า:
ตลาดคาดกำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโต 12-13% แต่ Valuation ในปัจจุบันค่อนข้างสูง

คำแนะนำ:
กลยุทธ์ รอเข้าลงทุนได้ในช่วงที่ Valuation ถูกเท่านั้น


จีน

ธีม: จับตานโยบายรัฐบาลจีน และสหรัฐฯ

เศรษฐกิจ:

- รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งด้านการเงินและการคลัง แต่จะเป็นไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น
- เศรษฐกิจขยายตัว 6.5% ภาคส่งออกกลับมาขยายตัวดีขึ้น แต่มีความเสี่ยงนโยบายกีดกันการค้า
- ปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ 1) การอ่อนค่าของเงินหยวน 2) นโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ 3) การเปลี่ยนถ่ายอำนาจของผู้นำจีนในเดือน พ.ย. 2017

มูลค่า:
ต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ย 10 ปี เทรดที่ P/E 8.1x ปัจจัยบวกสนับสนุน คือ การประกาศเพิ่มน้ำหนักตลาดหุ้นจีนในดัชนี MSCI ซึ่งคาดจะเกิดขึ้นในเดือน มิ.ย. 2017

คำแนะนำ:
ตลาดหุ้นจีนยังคงซื้อต่ำกว่าค่าเฉลี่ย P/E แต่มีความเสี่ยงเงินทุนไหลออก แนะนำทยอยซื้อสะสมที่ดัชนี HSCEI ในช่วงราคาปรับตัวลดลง


ที่มาภาพ: www.mcot.net

ญี่ปุ่น

ธีม: เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการคลังมากกว่านโยบายการเงิน

เศรษฐกิจ:
- การบริโภคภายในประเทศเป็นปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจหลังค่าจ้าง และ กำไรบริษัทต่างปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงอัตราเงินเฟ้อจะกลับมาเป็นขยายตัวในปี 2017
- รัฐบาลภายใต้นายกรัฐมนตรี Shinzo Abe ครองเสียงข้างมาก ดังนั้นมีโอกาสที่จะเพิ่มเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการคลัง

มูลค่า:
ซื้อขายที่ P/E สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีเล็กน้อย คาดว่ากำไรจะเติบโตได้ 9% ปัจจัยหนุนสำคัญคือ การอ่อนค่าของเยน และ Fund Flow จากการซื้อหุ้นคืน, BoJ เข้าซื้อ ETF ปีละ 6 ล้านล้านเยน, รวมถึงเม็ดเงินจากกองทุน GPIF และ Pension Fund รวมถึง นลท.ต่างชาติจะกลับเข้ามาซื้อลงทุน

คำแนะนำ:
แนะนำลงทุนเป็นสัดส่วนหลักใน Portfolio (Core Portfolio)



ที่มาภาพ: www.mfa.go.th
อินเดีย

ธีม: การยกเลิกธนบัตรมีผลระยะสั้น เป็นจังหวะในการเข้าลงทุน

เศรษฐกิจ:
GDP จะยังขยายตัวได้เกิน 7% แม้ว่าในอีก 2 ไตรมาสข้างหน้าการบริโภคจะชะลอลงบ้างจากผลของการยกเลิกธนบัตร แต่จะมีการใช้จ่ายภาครัฐผ่านโครงสร้างพื้นฐานช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมไปถึงการช่วยเหลือเกษตรกร

มูลค่า:
คาดกำไรจะเติบโต 12-15% ส่วน Valuation ปัจจุบันเทรดที่ค่าเฉลี่ย 10 ปี

คำแนะนำ:
แนะนำลงทุนเป็นสัดส่วนหลักใน Portfolio (Core Portfolio)



ไทย

ธีม: การลงทุนภาครัฐ และการเลือกตั้งเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลาง-เล็ก

เศรษฐกิจ:
- ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการลงทุนภาครัฐ และ การบริโภคในประเทศที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น
- แต่มีปัจจัยเสี่ยง คือ เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าและปัจจัยการเมืองโดยเฉพาะ กำหนดการเลือกตั้งที่คาดจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2017

มูลค่า:
ปัจจุบันเทรดที่ P/E 15.7x สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี +1 SD และ คาดกำไรจะเติบโต 10%

คำแนะนำ:
ครึ่งปีแรกยังคงแนะนำให้ลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็ก เนื่องจากหุ้นขนาดใหญ่ยังมีความเสี่ยงจาก Flow ของ นักลงทุนต่างชาติที่ยังเน้นลดพอร์ตลงทุนตลาดเกิดใหม่


กันติพัฒน์ วงศ์สุคนธ์
Head of Wealth Advisory บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทิสโก้

Update : 26 มกราคม 2560

View : 1,369



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 11,952

Most Popular
1

วิกฤตเศรษฐกิจโลก

Update : 24 มกราคม 2560

view : 5,272

2

เศรษฐกิจไทยปีระกา 2017 ท่ามกลางความเสี่ย

Update : 28 กุมภาพันธ์ 2560

view : 4,003

3

อเมริกาจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ภายใต้ปร

Update : 01 กุมภาพันธ์ 2560

view : 2,694

top list

ผลการเลือกตั้งอังกฤษไม่ส่งผลดีต่อ Theresa May..

Update : 28 มิถุนายน 2560

view : 300

คำถามสำคัญปีนี้คือการลดสินทรัพย์ของเฟด..

Update : 31 พฤษภาคม 2560

view : 1,647

การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสและความเสี่ยงต่อกล..

Update : 26 เมษายน 2560

view : 2,113


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย
กิติชัย เตชะงามเลิศ
นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน
กันติพัฒน์ วงศ์สุคนธ์
Head of Wealth Advisory บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทิสโก้
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)