entrepreneurs / THAILAND

วริศ ยงสกุล ค้าเรือยอชต์ให้โลดแล่น

ทายาทรุ่น 2 แห่งกลุ่มบริษัท โบ๊ทลากูนยอช์ตติ้ง อย่าง วริศ ยงสกุล รับหน้าที่กัปตันนำกิจการคว้าโอกาสจากกระแสนิยมล่องเรือยอชต์ที่ตื่นตัวกว่าในอดีต กางใบโต้คลื่นความต้องการที่ไม่หยุดนิ่งด้วยบริการครบเครื่อง มุ่งรักษาระดับรายได้เติบโต 10-15% ต่อปี

เรือยอชต์ที่โลดแล่นออกจากท่าสู่ท้องทะเลกว้างใหญ่ เพื่อท่องผจญภัยและค้นหาประสบการณ์ใหม่เปรียบได้กับวิถีสืบสานกิจการนำเข้าและจำหน่ายเรือยอชต์ของทายาทรุ่น 2 วัย 37 ปี อย่าง วริศ ยงสกุล กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัท โบ๊ทลากูนยอช์ตติ้ง จำกัด ซึ่งรับไม้ต่อจากบิดาคือ คณิต ยงสกุล ผู้ก่อตั้งกิจการค้าเรือยอชต์ในปี 2537 ที่ขยับขยายเพิ่มเติมจากธุรกิจบริการที่จอดเรือ (มารีน่า) ซึ่งพลิกจากเหมืองแร่ดีบุกตั้งแต่ปี 2521 ภายใต้การดูแลของ บริษัท ภูเก็ตโบ๊ทลากูน จำกัด

สำหรับเหตุแห่งการเปลี่ยนเหมืองแร่ดีบุกเป็นมารีน่านั้น วริศ เล่าว่าเนื่องด้วยธุรกิจทำเหมืองในตอนนั้นเริ่มซบเซา ขณะที่คณิตเองก็เป็นผู้ชื่นชอบในการเล่นเรือยอชต์ตั้งแต่สมัยเรียนที่อังกฤษและมองว่ามีกลุ่มคนที่ต้องการใช้บริการอยู่แล้ว เช่นเดียวกับที่ผู้ก่อตั้งมองว่าภูเก็ตมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง จำนวนผู้ใช้บริการมารีน่าจึงย่อมมีโอกาสเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต ทั้งนี้ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้ครอบครัวยงสกุลคือผู้บุกเบิกรายแรกที่ให้บริการมารีน่าอย่างครบวงจรในภูเก็ต

“ด้วยอุปกรณ์และทีมงานที่ทำเหมืองอยู่ก่อนแล้วหากจะมาพัฒนาทำมารีน่าก็ง่าย อีกทั้งการที่เป็นคนเล่นเรือยอชต์อยู่แล้วก็ย่อมเข้าใจและรู้ความต้องการของลูกค้าได้มากกว่า ซึ่งเป็นจุดที่คุณพ่อยึดถือในการทำธุรกิจ”

อย่างไรก็ตาม สำหรับจุดเปลี่ยนที่เลือกเข้าสู่น่านน้ำธุรกิจค้าเรือยอชต์ของครอบครัวนั้น วริศเล่าว่าเริ่มจากนำเข้าเรือยอชต์แบรนด์ Princess จากอังกฤษเมื่อ 24 ปีก่อน ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในตอนนั้น รวมถึงทางผู้ก่อตั้งเองก็มีความคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ของ Princess เป็นอย่างดีและมองว่ามีแนวทางในการดูแลลูกค้าสอดคล้องกัน

ขณะที่การได้รับเลือกจาก Princess ให้บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่าย(sole distributor) และให้บริการในภูมิภาคเอเชียแต่เพียงผู้เดียวก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่สะท้อนถึงศักยภาพของบริษัทในการดูแลลูกค้าซึ่งเป็นผู้ใช้เรือของ Princess ได้ทั่วถึงโดยช่วงแรกที่นำเรือยอชต์มาขายนั้นมีผลตอบรับดี เพราะบริษัทรู้จักคุ้นเคยกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลักอยู่แล้ว เมื่อดำเนินธุรกิจมาได้ระดับหนึ่งก็เริ่มมีลูกค้าต่างชาติเข้ามามากขึ้นจนกลายเป็นฐานลูกค้าหลักกว่า 80% เนื่องจากเล็งเห็นศักยภาพของบริษัทว่าจะสามารถจัดหาและดูแลเรือยอชต์ได้ดี โดยลูกค้าเหล่านี้มีทั้งที่ใช้ชีวิตในเมืองไทยและที่นิยมมาท่องเที่ยวในเมืองไทย 2-3 ครั้งต่อปี กระนั้นช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเริ่มมีกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 30-35% ของฐานลูกค้ารวม

“ธุรกิจเรือยอชต์เปรียบเหมือนให้บริการด้านความสุขกับลูกค้าเรือจึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่อยู่ใน process เท่านั้น จึงจำเป็นต้องเข้าใจไลฟ์สไตล์ของลูกค้าและต้องมีความพร้อมในทุกๆ ด้านที่จะให้บริการ ซึ่งบุคลากรเป็นหนึ่งในหัวใจหลักของธุรกิจนี้” วริศให้ความเห็นเพิ่มเติมอีกว่า จากที่เคยมีคนพูดกันว่าค่าใช้จ่ายในการดูแลเรือแพงกว่าราคาเรือก็ไม่ผิด จนทำให้สมัยก่อนถึงกับบอกว่าวันที่มีความสุขที่สุดคือวันที่ซื้อและวันที่ขายเรือ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปมากพอสมควร จากอดีตที่ค่าบำรุงรักษาอยู่ที่ราวปีละ 10%ของมูลค่าเรือ แต่ขณะนี้อยู่ที่ 3-5% เท่านั้นสำหรับในภูมิภาคเอเชีย

จัด 5 ธุรกิจตอบโจทย์

ปัจจุบันกลุ่มบริษัทโบ๊ทลากูนยอช์ตติ้งดำเนินธุรกิจ 5 กลุ่มหลักอย่างครบวงจร ได้แก่ การจำหน่ายเรือยอชต์ลำใหม่ การจำหน่ายเรือยอชต์มือสอง การเช่าเรือ การซ่อมและบำรุงรักษาเรือ งานบริการหลังการขาย และอื่นๆ ผ่าน 9 สาขาใน 5 ประเทศ คือ ไทย สิงค์โปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และ มัลดีฟส์ ซึ่งมีการเติบโตเฉลี่ย 10-15% ต่อปี โดยในปี2560 ทำรายได้ที่ราว 1.5 พันล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตถึง 2 พันล้านบาทในปีนี้

อย่างไรก็ตามแม้รายได้ของกลุ่มบริษัทจากตลาดเมืองไทยครองสัดส่วนที่ 50% ของรายได้รวม แต่ด้วยศักยภาพของตลาดก็มีความเป็นไปได้ที่จะเติบโตเพิ่มขึ้นกว่าเดิมในอนาคต ขณะที่รายได้จากการขายเรือยอชต์ใหม่จะยังคงเป็นฐานรายได้หลักที่ 75% ด้านจำหน่ายเรือยอชต์ใหม่ บริษัทได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของแบรนด์ระดับโลกต่างๆ ได้แก่ Princess Prestige Jeanneau และ Wider ซึ่งมีให้เลือกทุกประเภท ทั้งเรือเล็กเรือใบ เรือยอชต์ เรือซูเปอร์ยอชต์ (ความยาวช่วงตัวลำเรือ 85 ฟุตขึ้นไป)

นอกจากนี้ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาบริษัทสามารถนำเรือยอชต์ที่ออกใหม่เป็นลำแรกของโลกมาสู่ตลาดเมืองไทยโดยตลอดฝั่งธุรกิจค้าเรือยอชต์มือสองที่ตีคู่กันมากับการค้าเรือใหม่นั้น วริศเล่าว่าบริษัทมีกลุ่มตัวแทนจำหน่ายซื้อขายเรือยอชต์ที่มีประสบการณ์มากที่สุดในเอเชีย ผ่านเครือข่ายวงกว้างประกอบด้วยทั้งสำนักงานและเจ้าหน้าที่ ขณะนี้มีลูกค้าสนใจซื้อเรือมือสองเพิ่มขึ้นจากหลายเหตุผล เช่นต้องการได้เรือทันทีเพราะไม่อยากรอต่อเรือใหม่ ซื้อมาทดลองเล่นเรือก่อนจะลงทุนซื้อเรือใหม่ ต้องการเรือที่มีค่าเสื่อมมาบ้างแล้วเพื่อนำมาให้เช่าต่อ เป็นต้น

สำหรับบริการเช่าเรือที่ดำเนินการโดย บริษัท โบ๊ตลากูนครุยส์ จำกัด ซึ่งมีสาขาครอบคลุมจุดหมายปลายทางการล่องเรืออันมีทัศนียภาพอันสวยงาม อีกทั้งมีบริการผู้ช่วยส่วนตัว (concierge service) ที่จะช่วยสรรหาบริการเสริมต่างๆ ได้แก่ จัดอาหาร จัดงานเลี้ยง จัดงานแต่งงาน

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริการเช่าเรือยอชต์มีแนวโน้มได้รับความนิยมมากขึ้นและส่วนใหญ่ยังเลือกเช่าแบบ full-day trip ซึ่งตลาดมีแนวโน้มเติบโตราว 10-15% ต่อปี จึงมีทั้งผู้เช่าและผู้ให้บริการเช่าเรือยอชต์เติบโตมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเข้ามาของผู้ให้บริการที่เป็นต่างชาติ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ววริศมองว่าเป็นเรื่องที่ดี

“แม้ว่าปัจจุบันรายได้หลักถึง 75% จะมาจากการขายเรือยอชต์ใหม่ แต่ผมมองว่าพัฒนาการในระยะต่อไปของบริษัทคือการให้น้ำหนักกับการเพิ่มศักยภาพด้านบริการ”

ด้วยเทรนด์ของการล่องเรือยอชต์ในระยะทางที่ไกลกว่าเดิม ทำให้ผู้ค้าต้องการใช้เรือที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะที่ขนาดความยาว 60 ฟุตขึ้นไป และมีแนวโน้มที่เรือประเภทมอเตอร์จะขยายตัวดีกว่าประเภทอื่นๆ เพื่อความปลอดภัยและสะดวกสบาย ซึ่งย่อมทำให้มูลค่าของเรือสูงตามไปด้วย นั่นคือสุดท้ายแล้วลูกค้าที่ใช้เรือก็จะต้องการบริการอื่นๆ เพิ่มขึ้นด้วยจึงยิ่งต้องเลือกผู้ให้บริการที่มีความพร้อมอย่างแท้จริง

เมื่อเล่าถึงต้นทางของการรับมอบภารกิจบริหารกิจการค้าเรือยอชต์ตั้งแต่เมื่อปี 2549 หลังจากผ่านการเรียนรู้งานในธุรกิจฝั่งมารีน่ามาระยะหนึ่งนั้น วริศย้ำว่า “ผมเองโชคดีที่พ่อเปิดโอกาสให้ลูกๆ ได้ทดลองทำธุรกิจต่างๆ และให้มาสืบทอดธุรกิจนี้” เพราะตัวเขาเองมีความชื่นชอบในการเล่นเรือยอชต์และมีโอกาสได้ซึมซับประสบการณ์ตั้งแต่วัยเด็กเมื่อได้ออกไปล่องเรือกับบิดา แม้ไม่ได้มีความตั้งใจแต่แรกว่าจะได้มาพัฒนากิจการจนไปไกลถึงระดับภูมิภาคเช่นในวันนี้จากวันแรกถึงวันนี้ วริศพบว่าสิ่งที่ท้าทายและได้เรียนรู้กว่า 10 ปีที่ดูแลกิจการมา คือจำเป็นต้องมีความรู้และความพร้อมในการให้บริการ นอกจากนี้ต้องสร้างความเชื่อถือให้แก่ลูกค้า ตลอดจนต้องมีทีมงานที่มีความรู้และได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ภาพ: กิตติเดช เจริญพร


คลิกอ่าน "วริศ ยงสกุล ค้าเรือยอชต์ให้โลดแล่น" ฉบับเต็มได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ มีนาคม 2561 ในรูปแบบ e-Magazine


ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor

Update : 19 เมษายน 2561

View : 4,005


Most Popular
1

อู้ฟู่แบบ “เถ้าแก่กู้” ผู้ไม่ง้อแบงก์ สร

Update : 13 ธันวาคม 2557

view : 108,469

2

รมิดา พ่วงศิริ ‘บุญศิริ’ ปลาทูแช่แข็งพัน

Update : 20 ธันวาคม 2560

view : 50,551

3

กะทิออร์แกนิคเมืองจันท์ปั้นแบรนด์ไทยสู่ค

Update : 06 กุมภาพันธ์ 2560

view : 26,412


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group