entrepreneurs / THAILAND

อารีย์ พุ่มเสนาะ นักสู้ผู้ไม่ละทิ้งโอกาส

จากอดีตพนักงานบริษัทแอร์ที่ถูกเลิกจ้างจนต้องขายสารานุกรมเลี้ยงชีพแต่ด้วยความพยายามสู้ไม่ถอยของผู้ก่อตั้ง CIG ที่กอบกู้โรงงานเก่าและปั้นจนเป็นธุรกิจผลิตคอยล์ที่สร้างรายได้กว่าพันล้านบาทในวันนี้ พร้อมหาโอกาสใหม่จากหัวจักรรถไฟ มุ่งหมายรายได้แตะ 3 พันล้านในปี 2562

“คอยล์” หนึ่งในอุปกรณ์หลักที่ช่วยให้แอร์ปล่อยไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศเพื่อบรรเทาความร้อนระอุซึ่งภายในโรงงานขนาด 11,000 ตารางเมตรที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง ริมถนนสายหนองค้อ-แหลมฉบัง ณ อ. ศรีราชา จ. ชลบุรีแห่งนี้ กำลังมีการผลิตคอยล์อยู่ทุกขณะ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามของฐานการผลิตคอยล์ของ บมจ.ซี.ไอ.กรุ๊ป ที่ก่อตั้งโดย อารีย์ พุ่มเสนาะ กรรมการผู้จัดการ วัย 62 ปี

อารีย์ เล่าถึงเหตุแห่งการก้าวสู่ธุรกิจคอยล์ ภายหลังบรรจุงานบริษัทผลิตและจำหน่ายเครื่องปรับอากาศสัญชาติอเมริกัน กระทั่งทำงานได้ราว 7-8 ปี เมื่อองค์กรมองว่าตัวเขาไม่เป็นที่จำเป็นแล้ว อารีย์จึงตัดสินใจเดินจากมาแล้วเลือกอาชีพขายสารานุกรมหาเลี้ยงครอบครัวอยู่ระยะหนึ่ง

“ผมไม่ได้คิดจะหนี แต่ในเมื่อบริษัทเห็นว่าผมไม่มีความสำคัญ แล้วต้องการให้ไปผมก็ตัดสินใจออกมา” กระทั่งวันหนึ่ง เขาได้ข่าวว่ามีลูกค้าจากบริษัทเก่าผู้เป็นเจ้าของโรงงานที่มีเครื่องจักรเก่าทิ้งไว้และไม่ได้ใช้งาน เขาจึงตัดสินใจซื้อเครื่องที่สามารถฟื้นฟูเพื่อผลิตคอยล์ จึงนำไปสู่การตั้ง บริษัทซี โอ ไอ แอล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2526 ด้วยเงิน 20,000 บาทที่ได้จากการขายสารานุกรมมาเป็นเมล็ดพันธุ์ตั้งต้น อารีย์และผองเพื่อนใช้เวลาประมาณ 3 เดือนก็สามารถชุบชีวิตเครื่องจักรเก่าเก็บราคาถูกให้ฟื้นขึ้นมาผลิตคอยล์ราคาแพงส่งขายทั่วประเทศได้

“ตอนไปติดต่อขอทำโรงงานผมไม่มีหลักประกันอะไร จึงไปขอร้องให้ข้าราชการท่านหนึ่งคือ พล.ต.อ.ปรุง บุญผดุง ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของพ่อมาช่วยเซ็นค้ำประกันให้ และยังซาบซึ้งในน้ำใจท่านมาจนถึงวันนี้ตอนหลังผมจึงเชิญท่านมาเป็นประธานกรรมการบริษัทผม” อารีย์ เล่าถึงความหลังจากกิจการเล็กๆ ในวันนี้ ได้กลายมาเป็น บมจ. ซี.ไอ.กรุ๊ป ที่ดำเนินธุรกิจในการผลิตคอยล์เย็น (evaporator coil) คอยล์ร้อน (condenser coil) และคอยล์น้ำเย็น (chilled water coil) ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเครื่องปรับอากาศ เครื่องทำความเย็นตู้แช่ และอุปกรณ์ถ่ายเทความร้อน/ความเย็นประเภทอื่นๆ เพื่อจำหน่ายทั้งทั่วเมืองไทยและในต่างประเทศในปัจจุบัน ที่มีรายได้เฉลี่ยกว่า 1 พันล้านบาทต่อปี โดยมีกำลังการผลิตเฉลี่ย 5,000 ยูนิตต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่เน้นการผลิตคอยล์ขนาดใหญ่หรือตั้งแต่ขนาด 1x1 เมตรขึ้นไป โดยวางเป้าหมายระยะยาวที่จะทำรายได้แตะ 3 พันล้านบาทภายในปี 2562

ทั้งนี้จุดแข็งที่ทำให้ CIG สามารถเป็นหนึ่งในผู้นำของวงการผลิตคอยล์ได้นั้นอารีย์ยืนยันว่าเป็นเพราะบริษัทสามารถผลิตคอยล์ตรงตามความต้องการของลูกค้าได้หลากหลาย และยังสามารถส่งมอบสินค้าได้เร็วกว่าผู้ผลิตรายอื่นๆ “เราสามารถทำงานได้เร็วเพราะพนักงานทุกคนสามารถทำงานทุกอย่างทดแทนกันได้และทุกคนพร้อมจะช่วยกันทุ่มเททำงานเพราะเราดูแลกันแบบครอบครัว” อารีย์กล่าวถึงที่มาของการสร้างศักยภาพในการผลิตรับมือความท้าทาย

อย่างไรก็ตาม ด้วยภาวะที่บริษัทไม่เน้นขยายธุรกิจเกินกำลัง ทำให้ในบางครั้งไม่สามารถผลิตได้มากเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้ภายหลังเริ่มมีลูกค้าในประเทศไทยที่ตัดสินใจผลิตคอยล์เอง อีกทั้งยังหันมาขายแข่งขันกับบริษัท จึงเป็นเหตุให้เกิดจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเมื่อราว 18 ปีก่อน ที่ทำให้ CIG ตัดสินใจบุกตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอเมื่อปี 2548 เพื่อประโยชน์ด้านต้นทุนทางการเงิน ด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษี และทำให้มีภาพลักษณ์น่าเชื่อถือซึ่งจะเอื้อต่อการขยายไปยังต่างประเทศได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย โดยปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศราว 43% (ณ สิ้นปี 2559) จาก 36 ประเทศทั่วโลก

อย่างไรก็ดี ยังมีอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้อารีย์เข้าใจถึงความสำคัญของพนักงานในบริษัทอย่างลึกซึ้ง เป็นเหตุการณ์วิกฤตอุทกภัยในปี 2554 ที่มีน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตรล้อมรอบโรงงานขนาดพื้นที่ 13,500 ตารางเมตร ซึ่งตั้งอยู่บนทางหลวงเส้น 345 จ. ปทุมธานี โดยพนักงานได้ร่วมมือร่วมใจกันสร้างแนวป้องกันน้ำไม่ให้เข้ามาในโรงงานของ CIG จนสำเร็จ และยังให้ความช่วยเหลือต่อโรงงานอื่นๆ อีกด้วย “จากเหตุการณ์นี้ ทำให้รู้ว่าลูกน้องของเราสำคัญที่สุด”

นอกจากนี้ ด้วยเม็ดเงินที่เหลือจากการลงทุนในธุรกิจหลักแล้ว อารีย์จึงเลือกนำเงินบางส่วนไปซื้อกิจการโรงแรมสมายา บุรา (หาดละไม) และโรงแรมเดอะ รูม (หาดเฉวง) เมื่อปี 2552 ที่ปัจจุบันบริหารโดยบริษัท เดอ ละไม จำกัด แต่ด้วยความอ่อนประสบการณ์ ผนวกกับช่วงจังหวะที่มีปัญหาการเมืองภายในประเทศและภาวะเศรษฐกิจในต่างประเทศซบเซาทำให้ขาดทุนประมาณ 5 ล้านบาทต่อปีมาโดยตลอด ในที่สุดอารีย์จึงตัดสินใจขายโรงแรมไปเมื่อต้นปี 2559

สำหรับแนวทางดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป อารีย์มีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนกำไรในด้านธุรกิจผลิตและจำหน่ายคอยล์ สำหรับที่มาของธุรกิจด้าน green building หรือที่ใช้ชื่อทางการค้าว่า BluSolutions ที่แตกยอดใหม่นั้น เกิดจากการสูญเสียตลาดไปรวมถึงจากประสบการณ์ที่ได้ไปติดตั้งระบบปรับอากาศตามอาคารต่างๆ จนทำให้ค้นพบว่า ตลาดมีความต้องการระบบที่จะช่วยประหยัดพลังงาน ซึ่งนำไปสู่ธุรกิจใหม่ที่รับออกแบบระบบปรับอากาศ ผนังฉนวนและหลังคา ประเภท polyurethane และ polyisocyanurate โดยร่วมมือกับผู้ผลิตแผ่นฉนวนสำเร็จรูปทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้บริการแบบครบวงจรสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการการก่อสร้างที่รวดเร็ว ประหยัดพลังงานและคุณภาพอากาศที่ดี

ทั้งนี้ บริษัทเริ่มเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ Kingspan Insulated Panels Pty Ltd ซึ่งเป็นผู้ผลิตแผ่นฉนวนสำเร็จรูป (insulation panel) จากประเทศออสเตรเลีย ตั้งแต่เมื่อปี 2557 และเริ่มติดตั้งไปหลายโครงการ เช่น Penguin Ice Adventure ของ SEA Life Bangkok Ocean World “ปัจจุบันธุรกิจ BluSolutions ยังครองสัดส่วนรายได้ไม่ถึง 10% แต่ก็มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และน่าจะทำรายได้ถึง 500 ล้านบาทภายในปี 2562”

เราถึงธุรกิจใหม่ในการจัดตั้ง บริษัท สยามเรลเวย์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เพื่อรองรับการทำธุรกิจศูนย์ซ่อมรถไฟมาตรฐานครบวงจรแห่งแรกของประเทศ ตั้งแต่การซ่อมบำรุงหัวรถจักร เครื่องยนต์ โบกี้ผู้โดยสารและรถขนส่งสินค้าทุกประเภท โดยคาดว่าใช้เงินลงทุนที่ราว 500 ล้านบาท บริษัทฯ จัดหาที่ดินสำหรับดำเนินการเรียบร้อยแล้วเป็นพื้นที่มีขนาดเนื้อที่ 30 ไร่ ตั้งอยู่ที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ. ฉะเชิงเทรา ติดกับสถานีรถไฟบางน้ำเปรี้ยวซึ่งจุดนี้มีความเหมาะสมที่จะสร้างศูนย์ซ่อมเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเพราะอยู่ติดกับสถานีรถไฟ และเป็นเส้นทางรถไฟในสายหลัก (ตะวันออก) ที่จะได้รับการพัฒนาเป็นรางคู่ (กำลังก่อสร้าง) และอยู่ในพื้นที่ส่งเสริมพิเศษระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ของรัฐบาลที่เพิ่งประกาศออกมาอย่างชัดเจนทำให้มีโอกาสได้รับการสนับสนุนการลงทุนจาก BOI และได้รับมาตรการพิเศษทางภาษี

“ที่เรามั่นใจว่าจะทำงานนี้ได้สำเร็จเพราะเรามีที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญงานด้านนี้อยู่และจัดเตรียมงานที่มีศักยภาพไว้แล้ว” สำหรับเป้าหมายรายได้รวมในปี 2560 มีการคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ราว 1.5 พันล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 50% จากปี 2559 โดยจะมาจากธุรกิจหลักประมาณ 1 พันล้านบาท และธุรกิจใหม่อีก 500 ล้านบาท อารีย์ย้ำหลักการทำธุรกิจของ CIG ว่า “ผมไม่แข่งกับลูกค้าและรักษาความลับของลูกค้าที่สำคัญคือผมไม่โกหกและรักษาคำพูดเสมอและสามารถส่งมอบงานได้ตรงเวลา นี่คือสิ่งที่ทำให้เรายืนอยู่ในวงการนี้ได้” เขาปิดท้าย


คลิกอ่าน "อารีย์ พุ่มเสนาะ นักสู้ผู้ไม่ละทิ้งโอกาส" ฉบับเต็ม ได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ พฤษภาคม 2560 ในรูปแบบ e-Magazine


ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor

Update : 06 กรกฎาคม 2560

View : 8,277



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 14,503

Most Popular
1

อู้ฟู่แบบ “เถ้าแก่กู้” ผู้ไม่ง้อแบงก์ สร

Update : 13 ธันวาคม 2557

view : 102,427

2

กะทิออร์แกนิคเมืองจันท์ปั้นแบรนด์ไทยสู่ค

Update : 06 กุมภาพันธ์ 2560

view : 23,561

3

พี่น้องตระกูล “เสรีโยธิน” แห่งขอนแก่น ผู

Update : 12 พฤศจิกายน 2557

view : 12,141

top list

แกะรอยที่มาของเงินบาทแข็งค่าและมุมมองในระยะต่อไป..

Update : 06 กันยายน 2560

view : 5,130

ประเทศไทยกับปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ..

Update : 27 กรกฎาคม 2560

view : 2,720

ผลการเลือกตั้งอังกฤษไม่ส่งผลดีต่อ Theresa May..

Update : 28 มิถุนายน 2560

view : 1,173


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย