entrepreneurs / THAILAND

กิตติศักดิ์ หยกอุบล เพาะ TAMCO ยุคใหม่ให้แตกรวง

TAMCO เก็บเกี่ยวการเติบโตจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายรถเกี่ยวนวดข้าวที่สร้างรายได้กว่า 400 ล้านบาท พร้อมเร่งเครื่องโดย กิตติศักดิ์ หยกอุบล ทายาทรุ่น 2 ผู้รับช่วงต่อ เล็งเป้าหมายการผลิตสู่ 1,000 คันต่อปีในอีก 5 ปีข้างหน้า

จากเงินทุนเริ่มแรกเพียง 80,000 บาทที่เก็บเกี่ยวจากการค้าพืชไร่ของสองพี่น้องนาม สมชัย และ ชนะธัช หยกอุบล แปรเปลี่ยนเป็นธุรกิจค้าเครื่องจักรการเกษตร ณ เมืองแปดริ้วภายใต้ชื่อบริษัท โรงงานเกษตรพัฒนาฉะเชิงเทรา จำกัด ในปี 2518

ก่อนที่สมชัยจะตัดสินใจย้ายรกรากมาที่ จ. พิษณุโลก ซึ่งเป็นศูนย์กลางระหว่างภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างพร้อมเดินเครื่องกิจการใหม่ภายใต้ บริษัท เครื่องจักรกลเกษตรไทย จำกัด (TAMCO) เพื่อผลิตและจำหน่ายรถเกี่ยวนวดข้าวในปี 2534 โดยมี กิตติศักดิ์ หยกอุบล บุตรชายคนโตวัย 35 ปีของสมชัย เป็นผู้สืบสานธุรกิจต่อจากบิดาและดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการในปัจจุบัน

กิตติศักดิ์ย้อนความหลังในยุคที่เริ่มเข้าสู่กิจการค้ารถเกี่ยวข้าวในสมัยบิดาว่า ธุรกิจดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากนโยบายของรัฐบาลไทยในยุคพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ที่วางเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศอุตสาหกรรมใหม่ หรือ Newly Industrialized Countries (NIC) ประหนึ่งเป็น “เสือตัวที่ 5” ของเอเชีย ทำให้ประเทศไทยในยุคนั้นเริ่มเกิดการขาดแคลนแรงงานภาคเกษตร จึงนำไปสู่การตัดสินใจผลิตรถเกี่ยวนวดข้าวมาจำหน่ายให้แก่เกษตรกร ซึ่งผ่านการลองผิดลองถูกอยู่ราว 3 ปีจึงวางขายได้อย่างเป็นทางการ

“หลังจากนั้นเราเล็งเห็นว่าปัญหาเรื่องขาดแคลนแรงงานจะเกิดขึ้นในอนาคต เราจึงเริ่มมองหาว่าจะทำอะไรได้บ้าง จนไปพบรถเกี่ยวนวดข้าวที่ตอนนั้นเริ่มนำเข้ามาขายในเมืองไทย จึงนำแนวคิดนี้มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ขึ้น แล้วพอเริ่มขายได้ เราก็ค่อยๆ เติบโตขึ้นมา จากราคาขายเพียง 30,000 - 60,000 บาทต่อคัน ในระยะแรก ตอนนี้กลายเป็นราคาประมาณ 2 ล้านบาทต่อคันแล้ว” กิตติศักดิ์กล่าว

เขาเล่าต่อว่า แม้ตอนแรกไม่มีความคิดที่จะกลับมาทำธุรกิจของครอบครัว แต่ด้วยช่วงที่เรียนจบปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขา Engineering Management (with Merit) จาก Coventry University ประเทศอังกฤษ ก่อนจะเริ่มหางานทำนั้น ได้มีโอกาสกลับมาเยี่ยมบ้านและค้นพบว่า แทนที่จะไปเป็นลูกจ้างของบริษัทอื่นเขาควรกลับมาช่วยงานพ่อแม่ที่มีอายุมากขึ้นทุกวัน

“ผมมองว่าจะดีกว่าถ้าได้ตอบแทนพ่อแม่ ไม่ใช่เลือกกลับมาทำงานให้กิจการของครอบครัวเพราะง่ายกว่าต้องไปหางานทำ แม้ว่าตอนแรกตั้งใจจะไปหาประสบการณ์จากบริษัทอื่นก่อน แต่เมื่อทำแล้วก็ทำมายาวนานจนถึงวันนี้”

ถึงแม้ว่าจะซึมซับประสบการณ์บางส่วนมาตั้งแต่เด็กแต่พอถึงเวลาจริง ก็ยังคงต้องปรับตัวในการทำงานพอสมควร โดยเฉพาะการปรับมุมมองระหว่างคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ ซึ่งก็ถือว่าไม่ลำบากมากนักเพราะสมชัยเป็นคนที่เปิดกว้างและพร้อมรับฟัง รวมถึงให้โอกาสลูกได้พิสูจน์ฝีมือและเรียนรู้ด้วยตัวเอง

ทายาทคนโตของ “หยกอุบล” เริ่มพิสูจน์ตัวในธุรกิจครอบครัวเมื่อ 11 ปีก่อน จากการเป็นพนักงานฝ่ายจัดซื้ออยู่ 3 ปีแล้วย้ายมารับผิดชอบด้านการผลิตอีกราว 4 ปี จนขึ้นมาเป็นรองกรรมการผู้จัดการเมื่อ 3 ปีก่อน และได้รับความไว้วางใจจนเลื่อนขั้นเป็นกรรมการผู้จัดการในที่สุดในปัจจุบันกิตติศักดิ์สามารถสร้างการเติบโตให้ธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ด้วยรายได้มากกว่า 400 ล้านบาท โดยเน้นดำเนินการผลิตรถเกี่ยวนวดข้าวพร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงเพื่อใช้งานได้หลายรูปแบบจำนวน 3 รุ่น ได้แก่ “ไอ้หนุ่มไวไฟ” (มากกว่า 40 ไร่/วัน) “ปลดหนี้” (30-40 ไร่/วัน) และ “เงินมี” (20-30 ไร่/วัน) ซึ่งที่มาของชื่อแต่ละรุ่นนั้นเกิดจากความตั้งใจที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ใช้งาน

นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง กิตติศักดิ์ยังขยายอาณาจักรธุรกิจเครื่องจักรกลเกษตรไทยจากสำนักงานใหญ่ที่ จ. พิษณุโลก สู่การสร้างเครือข่ายอีก 11 สาขาทั่วประเทศ ได้แก่ อุบลราชธานี พิจิตร อุทัยธานี ขอนแก่น

สำหรับเคล็ดลับความสำเร็จของ TAMCO จากมุมมองของกิตติศักดิ์ คือความซื่อสัตย์กับลูกค้า โดยเฉพาะจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่จะมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าผู้ผลิตรายอื่น รวมถึงมีการสื่อสารกับลูกค้าอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้มีข้อมูลและโจทย์ที่สามารถนำมาวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

ด้วยความพยายามเรียนรู้และมุ่งมั่นของกิตติศักดิ์ ทำให้ธุรกิจก้าวผ่านอุปสรรคมาได้ถึงวันนี้ แต่ก็มีช่วงที่ต้องพบกับความท้าทายหนึ่งในนั้นคือความผิดพลาดของการเลือกชิ้นส่วนจากประเทศเยอรมนีที่นำมาประกอบผลิตภัณฑ์แล้วให้ผลที่ตรงกันข้ามกับที่คาดหวัง ซึ่งปัญหานี้ได้สร้างความเสียหายเป็นมูลค่าหลายสิบล้านบาท และส่งผลกระทบยาวนานราว 2 ปีนับจากที่เริ่มจำหน่ายรถเกี่ยวนวดข้าวรุ่นนั้น

“ตอนแรกที่ใช้สินค้าตัวอย่างมาทดสอบก็เป็นไปด้วยดี แต่เมื่อใช้ประกอบผลิตภัณฑ์เพื่อขายให้ลูกค้าแล้ว กลับไม่เป็นตามที่เคยทดสอบ ถึงขนาดที่เวลาลงพื้นที่จริงแล้วรถวิ่งไม่ได้เลย เราก็ต้องรับผิดชอบแก้ปัญหาให้เพราะเวลาที่ขายอะไรไปแล้วเกิดปัญหาเราจะไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ แม้ว่าจะค้นพบสาเหตุภายหลังว่า คุณภาพชิ้นส่วนไม่เหมือนตอนทดสอบเพราะซัพพลายเออร์ใช้แหล่งผลิตคนละที่กับสินค้าตัวอย่าง”

ดังนั้น กิตติศักดิ์จึงเห็นความจำเป็นในการวางมาตรฐานการทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาแบบเดียวกันขึ้นอีกโดยเน้นเรื่องความทนทานเป็นอันดับแรกเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการใช้งานจริงในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ ทั้งยังกำหนดระยะเวลาการทดสอบไม่ต่ำกว่า 1 ปี เช่นเดียวกับการคัดสรรซัพพลายเออร์ที่มีความรับผิดชอบเป็นอย่างดีด้วย

ไม่เฉพาะการทดสอบผลิตภัณฑ์ บริษัทยังเผชิญกับปัญหาและความท้าทายที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนบางรายแอบเปลี่ยนอะไหล่ โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าแล้วก่อให้เกิดปัญหาภายหลัง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่ทำให้บริษัทตัดสินใจเริ่มผลิตชิ้นส่วนที่เป็นหัวใจหลักของรถเกี่ยวนวดข้าวขึ้นเองภายใต้เทคโนโลยีที่สามารถทำได้

ขณะเดียวกันบริษัทยังเล็งเห็นความสำคัญของการเสริมพลังยอดขายให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน โดยพยายามช่วยลดข้อจำกัดด้านกำลังเงินของลูกค้า บริษัทจึงตัดสินใจตั้งบริษัทในเครือได้แก่ บริษัท แทมโก้ แคปปิตอล จำกัด เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อแก่ลูกค้าที่ต้องการซื้อรถเกี่ยวนวดข้าวขึ้น

บ่มเพาะ TAMCO ยุคใหม่

จากจุดเด่นของบริษัทที่เน้นการสื่อสารกับลูกค้าเพื่อรับรู้ความต้องการอย่างแท้จริงและนำมาใช้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เมื่อปี 2542 TAMCO ได้กลายเป็นผู้ผลิตรถเกี่ยวนวดข้าวรายแรกของไทยที่มีถังเก็บข้าวให้ลูกค้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยุคที่ 2 ซึ่งมาจากความต้องการของลูกค้าในประเทศมาเลเซีย อันเป็นแนวคิดเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์รถเกี่ยวนวดข้าวที่มาจากยุโรป

ปัจจุบันนับเป็นช่วงเวลาสำคัญของ TAMCO ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ 4 อันเป็นยุคที่ให้ความสำคัญในเรื่องลดการใช้แรงงานคนเพื่อผลิตรถเกี่ยวนวดข้าว จึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้เครื่องจักรผลิตชิ้นงานหลักที่ไม่ต้องพึ่งพาแรงงานฝีมือในการเชื่อมโลหะเท่าในอดีต TAMCO ใช้เวลากว่า 6 ปีในการศึกษา ก่อนตัดสินใจลงทุนซื้อเครื่องตัดเลเซอร์ และเครื่องพับแบบ พร้อมกับพัฒนาฝ่ายออกแบบให้สร้างสรรค์งานที่สามารถใช้เครื่องจักรดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงช่วยให้สามารถผลิตชิ้นงานโลหะที่ซับซ้อนแต่ตรงวัตถุประสงค์ของการใช้งานมากขึ้น

“ระบบการผลิตใหม่จะช่วยให้เรายกระดับมาตรฐานและเพิ่มประสิทธิภาพของตัวรถได้มากขึ้น เพื่อเป็นรถเกี่ยวนวดข้าวรุ่นใหม่ที่จะพร้อมวางขายในอีก 2-3 ปีข้างหน้าโดยมีจุดเด่นตรงมีระบบโปรแกรมอัตโนมัติให้เลือก สามารถควบคุมการทำงานของรถได้ง่ายจึงช่วยลดการพึ่งพาแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ ที่นับวันก็จะยิ่งหายากขึ้นทกุ ที นอกจากยังช่วยประหยัดน้ำมันมากขึ้น ซึ่งจะมีผลให้ประสิทธิภาพโดยรวมดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ เฉลี่ยถึง 10%”

ทั้งนี้วิวัฒนาการดังกล่าวยังนำไปสู่แผนงานที่ TAMCO ต้องการผลิตรถให้ได้ถึง 1,000 คันต่อปีภายใน 5 ปีข้างหน้า ในปัจจุบัน TAMCO มียอดขายจากต่างประเทศไม่เกิน 2% แต่ตั้งเป้าว่าจะเพิ่มสัดส่วนให้ถึง 40% ภายใน 5 ปีด้วยการขยายสาขาและหาพันธมิตรเพิ่ม


คลิกอ่าน "กิตติศักดิ์ หยกอุบล เพาะ TAMCO ยุคใหม่ให้แตกรวง" ฉบับเต็ม ได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ เมษายน 2560 ในรูปแบบ e-Magazine


ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor

Update : 19 พฤษภาคม 2560

View : 641



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 10,863

Most Popular
1

อู้ฟู่แบบ “เถ้าแก่กู้” ผู้ไม่ง้อแบงก์ สร

Update : 13 ธันวาคม 2557

view : 100,603

2

กะทิออร์แกนิคเมืองจันท์ปั้นแบรนด์ไทยสู่ค

Update : 06 กุมภาพันธ์ 2560

view : 22,793

3

พี่น้องตระกูล “เสรีโยธิน” แห่งขอนแก่น ผู

Update : 12 พฤศจิกายน 2557

view : 11,366

top list

การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสและความเสี่ยงต่อกล..

Update : 26 เมษายน 2560

view : 1,949

เศรษฐกิจไทยปีระกา 2017 ท่ามกลางความเสี่ยงของนโยบาย..

Update : 28 กุมภาพันธ์ 2560

view : 3,797

Investor searching for yield, Beware real sector

Update : 24 กุมภาพันธ์ 2560

view : 1,363


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย
กิติชัย เตชะงามเลิศ
นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน
กันติพัฒน์ วงศ์สุคนธ์
Head of Wealth Advisory บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทิสโก้
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)