entrepreneurs / THAILAND

กะทิออร์แกนิคเมืองจันท์ปั้นแบรนด์ไทยสู่ครัวโลก

ไร่จรัญวงศ์พลิกโฉมอาณาจักรมะพร้าวจันทบุรี แจ้งเกิด “เมอริโต้” ครองตลาดกะทิออร์แกนิคไทยเดินหน้าต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่เครื่องปรุงรสสำหรับครัวไทย พร้อมเสิร์ฟคุณภาพระดับโลก

“หากต้องการฟื้นฟูป่า สิ่งเดียวที่ต้องทำคือ ให้เอาคนออกจากป่า แล้วธรรมชาติจะฟื้นฟูตัวเอง” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (เมื่อเสด็จเยือนจังหวัดราชบุรีในช่วงที่ป่าไม้ถูกทำลายและที่ดินไร้แร่ธาตุจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่ต่อเนื่องยาวนาน) กลายเป็นแรงบันดาลใจผลักดันให้เจ้าของไร่มะพร้าวแห่งจันทบุรีลุกขึ้นสู้กับวิกฤตทางเศรษฐกิจปี 2540 ทั้งที่ไม่มีเงินลงทุนซื้อปุ๋ย และสารเคมีบำรุงต้นมะพร้าวซ้ำเติมด้วยปรากฏการณ์เอลนิโญ่ที่ทำให้ไร่มะพร้าวต้องเผชิญกับความแห้งแล้งยาวนานผิดฤดูกาล ทำให้มะพร้าวบนผืนดิน 2,200 ไร่ถูกทำลายทรุดโทรมจนน่าใจหาย

ความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้สามพี่น้องจรัญวงศ์แทบสิ้นเนื้อประดาตัวกลับกลายเป็นพลังบวกให้พวกเขาเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสและน้อมรับความเปลี่ยนแปลงอย่างถึงที่สุดเพื่อให้สามารถยืนหยัดอยู่บนเส้นทางธุรกิจที่ผูกพันในวิถีของมะพร้าวมากกว่า 4 ทศวรรษ นับตั้งแต่เริ่มต้นอุตสาหกรรมน้ำมันมะพร้าวในปี 2518 จากโรงงานใน อ. เมือง จ. ชลบุรี ได้ขยับขยายสู่เจ้าของไร่มะพร้าวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่ อ. ท่าใหม่ จ. จันทบุรี ในปี 2526 พร้อมดำเนินธุรกิจผลิตและส่งออกกะทิ น้ำมะพร้าว และน้ำมันมะพร้าวในปี 2536 ภายใต้ชื่อ บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารเมอริท จำกัด

“เราถังแตกในช่วงวิกฤต เราต้องปล่อยให้ไร่อยู่ด้วยตัวเองเพราะขาดเงินซื้อปัจจัยการผลิต ช่วงแรกที่หยุดการบำรุงพันธุ์ด้วยเคมี สภาพไร่ดูไม่ได้จนอยากเผาทิ้งและขายที่ แต่ในที่สุดความสมบูรณ์ตามธรรมชาติเริ่มกลับมาใน 2-3 ปี ทำให้เห็นว่าเราไม่จำเป็นต้องใช้เกษตรเคมี เราจึงเข้าโครงการเกษตรอินทรีย์ในปี 2543 จนถึงปัจจุบัน” พีรโชติ จรัญวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารเมอริท จำกัด เล่าถึงจุดเริ่มของการเป็นผู้บุกเบิกกะทิเกษตรอินทรีย์รายแรกของประเทศ ในยุคสมัยที่ประเทศไทยยังรู้จักเพียงข้าวเกษตรอินทรีย์

สำหรับด้านการผลิตแล้วนั้นโรงงานในชลบุรีของครอบครัวจรัญวงศ์ยังคงเดินเครื่องจักรรับจ้างผลิตตามออร์เดอร์การส่งออกกะทิ น้ำมะพร้าว และน้ำมันมะพร้าวทั่วโลก โดยรับซื้อผลผลิตมะพร้าวจากภายนอกแทนมะพร้าวจากไร่จันทบุรีซึ่งได้รับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสู่เกษตรอินทรีย์เต็มรูปแบบทั้ง 2,200 ไร่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการผลิตกะทิเกษตรอินทรีย์บุกตลาดต่างประเทศภายใต้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรอินทรีย์ชาวเยอรมัน เพื่อรับรองผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคแท้มาตรฐานสากลจากสถาบันต่างๆ ทั่วโลก ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา สหรัฐอเมริกาสหภาพยุโรป อังกฤษ บราซิล และญี่ปุ่น โดยสามารถสร้างความเชื่อมั่นตลอดระยะเวลามากกว่า 20 ปีว่า แบรนด์เมอริโต้เป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคแท้ 100%

“คำว่าเกษตรอินทรีย์ (organic) และเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรอง (certified organic) มีความแตกต่างกัน เราเป็นกะทิเกษตรอินทรีย์ในประเทศเพียงรายเดียวที่ได้รับการรับรองจากองค์กรหรือสถาบันต่างๆ ราว 8 สถาบัน โดยทุกปีผู้ตรวจสอบจากประเทศต่างๆ จะเดินทางตรวจสอบพื้นที่ของเราอย่างละเอียด เพื่อให้ได้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในระดับสากล”

นอกจากนั้น ในต่างประเทศยังพร้อมอ้าแขนรับกะทิเกษตรอินทรีย์หน้าใหม่จากประเทศไทยในน่านน้ำที่ดีมานด์มากกว่าจำนวนผู้ท้าชิงส่วนแบ่งทางการตลาด เนื่องจากกะทิเกษตรอินทรีย์มีความท้าทายกว่าเกษตรเคมี นับตั้งแต่วิธีการปลูกที่ไม่ใช้เคมีภัณฑ์ และปุ๋ยเคมีที่มีโอกาสปนเปื้อนในผลมะพร้าว ทำให้เกิดปัญหาเจ็บป่วยจากสารพิษตกค้าง และความพยายามคงวิถีดั้งเดิมของชุมชนให้มากที่สุด เพื่อสร้างผลผลิตที่ยั่งยืน ขณะเดียวกันเกษตรอินทรีย์ยังคำนึงถึงกระบวนการทางธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือจริยธรรมต่อวงจรของธรรมชาติ ซึ่งครอบคลุมทุกสรรพสิ่งในวงจร พร้อมยกตัวอย่างการนำเข้าไส้เดือนจากต่างประเทศเพื่อย่อยสลายดินให้เป็นปุ๋ยต้องผ่านการพิจารณาผลกระทบที่มีโอกาสเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน เช่น ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับไส้เดือนในพื้นที่เดิม



“ปีแรกที่เริ่มต้นส่งออกกะทิเกษตรอินทรีย์ขายได้ 65 ตันต่อปีเราก็ดีใจ จนถึงวันนี้ 3,000-4,000 ตันต่อปี เราเห็นความสำคัญของการสร้างคุณค่าในแบรนด์ โดยเปลี่ยนแปลงจากการรับจ้างผลิตเป็นสร้างแบรนด์เติม O มาจากคำว่า organic เข้าไปในชื่อบริษัทกลายเป็นแบรนด์ “Merito” และเปิดตัวแบรนด์กะทิเกษตรอินทรีย์ครั้งแรกในไทยวันที่ 19 พฤศจิกายน 2556”

ผลจากความมุ่งมั่นพยายามหลายทศวรรษ พีรโชติสามารถแจ้งเกิดแบรนด์เมอริโต้ทั่วโลกในฐานะกะทิเกษตรอินทรีย์ไทยที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากลจากนานาสถาบัน พร้อมครองตลาดและยอดขายกะทิเกษตรอินทรีย์แบรนด์เดียวในประเทศไทยแบบไร้คู่แข่งขัน

จากข้อมูลภาพรวมธุรกิจเกษตรอินทรีย์ไทยในปี 2558 โดยมูลนิธิสายใยแผ่นดินย้ำชัดถึงแนวโน้มการปรับตัวดีขึ้นของธุรกิจเกษตรอินทรีย์ไทย โดยสวีเดนเป็นประเทศที่ตลาดออร์แกนิคขยายตัวมากที่สุดราว 38% รองลงมาได้แก่ สหรัฐอเมริกา 11% ฝรั่งเศส 10% และเยอรมนี 5% ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลโดยมูลนิธิสายใยแผ่นดินพบว่า จำนวนฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในช่วงเวลาดังกล่าวขยับเพิ่มขึ้นจาก 9,281ฟาร์ม เป็น 9,961 ฟาร์ม

จัดทัพเมอริโต้คู่ครัวไทย

โอกาสที่มีอยู่อย่างไม่จำกัดในน่านน้ำที่มีคู่แข่งน้อยราย พีรโชติเล็งจังหวะต่อยอดความหลากหลายในผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ภายใต้แบรนด์เมอริโต้ โดยเดินหน้าขยายขอบเขตทางธุรกิจสู่การเป็น เครื่องปรุงรสสำหรับครัวไทย หรือ organic ingredients for Thai cuisine สำหรับผู้บริโภคไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) เริ่มจากประเทศเวียดนามซึ่งประชาชนมีกำลังซื้อและความต้องการผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์

จากกระแสการบริโภคอย่างยั่งยืนในผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก และกลยุทธ์การเพิ่มความหลากหลายในผลิตภัณฑ์ พีรโชติมั่นใจเป้าหมายรายได้รวมช่วงสิ้นปีเติบโต 10% จากรายได้รวม 1.08 พันล้านบาทในปี 2558 (ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า 977.32 ล้านบาท) และเพิ่มกำลังการผลิตจาก 1,249 TEU (twenty foot equivalent unit) เป็น1,500 TEU ซึ่งแบ่งเป็นยอดจำหน่ายมะพร้าวทั่วไป 80% และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ 20%

“เราไม่จำเป็นต้อง mass หรือจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป กลุ่มเป้าหมายของเราเป็นผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาหารในบรรจุภัณฑ์มากกว่าราคาของผลิตภัณฑ์” พีรโชติย้ำถึงเป้าหมายที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม พีรโชติยอมรับถึงความท้าทายในการสร้างการเติบโตให้กับผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ ภายใต้ข้อจำกัด ด้าไนวัตถุดิบที่มีจำนวนจำกัด โดยเฉพาะในช่วงระยะหลายปีที่ผ่านมาที่ความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งบริษัทได้ก้าวผ่านความท้าทายดังกล่าว ด้วยการสร้างความร่วมมือกับมูลนิธิสายใยแผ่นดิน (Green Net) เพื่อเพิ่มผลผลิตวัตถุดิบและดำเนินธุรกิจบนรากฐานแห่งความยั่งยืน

โดยไร่เขายังเปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจเดินทางเขามาหาความรู้และความเข้าใจด้านเกษตรอินทรีย์  โดยมีที่พักในลักษณะโฮมสเตย์สามารถรองรับผู้เข้าพักได้ 35 คน เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตและกระบวนการเกษตรอินทรีย์ยั่งยืนในสวนมะพร้าวอย่างใกล้ชิดรวมถึงการใช้ปัจจัยทางธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพสร้างผลผลิตด้านเกษตรอินทรีย์แท้จริง

“เราทำให้คำว่า ออร์แกนิคสามารถจับต้องได้ ไม่ใช่แค่คำที่ติดอยู่ข้างฉลาก เราต้องการให้ผู้บริโภคเข้าถึงหัวใจของออร์แกนิคสวนมะพร้าวของเราเรียบง่ายมาก แต่มีความรู้มากมายในนั้น” พีรโชติปิดท้ายหลักบริหารที่คงรูปแบบองค์กรขนาดเล็ก ซึ่งพร้อมขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน
 

 


คลิ๊กเพื่ออ่านฉบับเต็ม "กะทิออร์แกนิคเมืองจันท์ปั้นแบรนด์ไทยสู่ครัวโลก" ได้ที่ Forbes Thailand ฉบับเดือนธันวาคม 2559


พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor

Update : 06 กุมภาพันธ์ 2560

View : 23,767



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 15,419

Most Popular
1

อู้ฟู่แบบ “เถ้าแก่กู้” ผู้ไม่ง้อแบงก์ สร

Update : 13 ธันวาคม 2557

view : 102,794

2

กะทิออร์แกนิคเมืองจันท์ปั้นแบรนด์ไทยสู่ค

Update : 06 กุมภาพันธ์ 2560

view : 23,767

3

พี่น้องตระกูล “เสรีโยธิน” แห่งขอนแก่น ผู

Update : 12 พฤศจิกายน 2557

view : 12,329

top list

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 4,888

ความผันผวนที่มากขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แต..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 1,563

แกะรอยที่มาของเงินบาทแข็งค่าและมุมมองในระยะต่อไป..

Update : 06 กันยายน 2560

view : 5,785


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย