entrepreneurs / THAILAND

ขนส่งมวลชนมาตรฐานเอทีพี 30 สร้างมิติต่างในนิคมตะวันออก

เอทีพี 30 พลิกโฉมบริการขนส่งมวลชนตอบโจทย์ผู้โดยสารในนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกสร้างความแตกต่างด้วยรถใหม่ที่ออกแบบเฉพาะ พนักงานขับคุณภาพ และระบบเทคโนโลยีบริหารการเดินรถ เพื่อควบคุมต้นทุน พร้อมประกาศความพร้อมสร้างมาตรฐานระดับสากล

เรื่อง: พรพรรณ ปัญญาภิรมย์ ภาพ: เฉลิมรัฐ ผาสุก

ภาพชินตาของการรถโดยสารที่เรียงรายรอขับเคลื่อนขนส่งพนักงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมราวสิบปี วิศวกรนักบริหารวัย 39 ปีผู้หนึ่งได้มองต่างและเล็งเห็นเป็นโอกาสและช่องทางในการสร้างอาณาจักรรถโดยสารขนส่งพนักงานในภาคตะวันออก

“ผมทำงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมตั้งแต่เรียนจบ และเห็นวิวัฒนาการตั้งแต่เริ่มสร้างโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ผมสนใจธุรกิจโลจิสติกส์และพยายามค้นหาโอกาสในธุรกิจโลจิสติกส์ด้านต่างๆ จนค้นพบช่องว่างทางธุรกิจ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจท้องถิ่น ผู้ใช้บริการมีทางเลือกไม่มากและยังไม่ได้รับความพึงพอใจเต็มที่ ผมเห็นโอกาสในการพัฒนาต่อยอด” ปิยะ เตชากูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) ยังคงระลึกถึงความเชื่อมั่นในวันที่ถอดหมวกผู้บริหารบริษัทข้ามชาติด้านพลังงานในเขตนิคมอุตสาหกรรม เพื่อสวมหมวกเจ้าของธุรกิจผู้ให้บริการรถโดยสารขนส่งบุคลากรระหว่างแหล่งที่พักอาศัยในเขตชุมชนไปยังโรงงานอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการรอบเขตนิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก

หลังจากมองเห็นเส้นทางการเติบโตที่ชัดเจน ปิยะรวบรวมเงินลงทุน 1 ล้านบาทและรถบัส 1 คัน พร้อมเดินหน้านำเสนอแผนธุรกิจหาผู้ร่วมทุนช่วยสนับสนุนความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะภาคนิคมอุตสาหกรรมที่เป็นผู้ใช้บริการโดยตรง ซึ่งได้รับการตอบรับจาก วิกรม กรมดิษฐ์ และ ชาติชาย พานิชชีวะ ร่วมเป็นผู้ถือหุ้น จนจัดตั้งบริษัท อมตะทรานสปอร์ต 30 จำกัด ในปี 2548 (เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) ในปี 2555)

“เราเห็นปัญหาในธุรกิจ 2-3 เรื่อง ได้แก่คุณภาพตัวรถและพนักงานขับรถ ทำให้ reliability ของธุรกิจไม่ค่อยดี และกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม เราจึงเลือกสร้างความแตกต่างด้วยคุณภาพ และนโยบายการให้บริการของเรา ทำให้ได้รับผลตอบรับที่ดีและสามารถเจรจาเพิ่มระยะเวลาสัญญาจากปีต่อปีเป็น 3-5 ปี”

ท่ามกลางการแข่งขันของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มุ่งเน้นด้านราคา ปิยะเลือกแนวทางสร้างความแตกต่างด้านคุณภาพ และการนำเสนอทางเลือกที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการได้อย่างแท้จริง นับตั้งแต่การสั่งประกอบรถบัสที่สั่งซื้อโครงรถและเครื่องยนต์ (chassis and engine) และสั่งทำตัวถัง (bus body) ใหม่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารจากผู้ประกอบการชั้นนำที่ได้มาตรฐานตามความต้องการของผู้ใช้บริการ

ขณะเดียวกันบริษัทยังใช้ระบบติดตามรถโดยสารของบริษัทด้วยสัญญาณดาวเทียม (GPS tracking) ซึ่งทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ GPS Tracking System ทำหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้รับจาก GPS tracking เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการสามารถตรวจสอบตำแหน่งปัจจุบันของ GPS tracking และสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ตลอดเวลา เช่น ความเร็วรถ สถานะของรถระดับน้ำมัน เป็นต้น รวมถึงกล้องวงจรปิดรักษาความปลอดภัย (24/7 monitoring system) ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนและคุณภาพการขับรถ พร้อมทั้งเส้นทางการเดินรถ และเวลาในการเดินรถ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารและการจัดการการเดินรถ

นอกจากนั้น ปิยะยังสร้างความแตกต่างด้วยการจัดทำงบประมาณต้นทุนค่าใช้จ่ายในการให้บริการเดินรถแก่ลูกค้า (project budgeting) ช่วยประเมินค่าใช้จ่ายในแต่ละสัญญาและสามารถวางแผนการจัดการด้านการขนส่งบุคลากรตามฐานะทางการเงินและสภาพคล่องของลูกค้าแต่ละราย ทำให้บริษัทสามารถนำข้อมูลนี้ไปวิเคราะห์ เสนอสัญญาให้บริการ และวางแผนการให้บริการอย่างเหมาะสม

“คีย์หลักที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้แก่ การตอบสนองความต้องการของลูกค้าซึ่งประกอบด้วยความปลอดภัย การตรงต่อเวลา และความสะดวกสบายในการใช้บริการทำให้เราพัฒนาการออกแบบตัวรถให้เลือกอย่างแตกต่างและหลากหลาย ส่วนที่สองคือ การพัฒนาพนักงานขับรถที่เราพยายามสร้างความเป็นมืออาชีพและความภาคภูมิใจในอาชีพ ท้ายสุดคือ การบริหารการเดินรถด้วยการนำระบบไอทีบริหารเส้นทางและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

สำหรับหัวใจของความสำเร็จที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตในความเห็นของปิยะ ไม่ใช่เพียงตัวรถ หรือระบบการให้บริการ แต่ยังเริ่มต้นตั้งแต่การคัดเลือกบุคลากรเป็นนักขับประจำรถรวมถึงการอบรมอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอเพื่อรักษาระดับความเป็นมืออาชีพ

ในปัจจุบันรถโดยสารของบริษัททุกคันได้รับอนุญาตรับส่งบุคคลถูกต้องตามกฎหมาย(ป้ายทะเบียนสีเหลืองตัวหนังสือดำ) จำนวน 139 คัน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 แบ่งเป็น รถบัสโดยสาร (มากกว่า 40 ที่นั่ง) จำนวน 127 คัน คิดเป็นสัดส่วน 91% ที่เหลือได้แก่ รถมินิบัส (ไม่เกิน 30 ที่นั่ง) จำนวน 2 คัน รถตู้วีไอพี (ไม่เกิน 8 ที่นั่ง) จำนวน 2 คัน และรถตู้จำนวน 8 คัน รวมถึงรถผู้ร่วมให้บริการอีกกว่า 100 คัน ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัท แบ่งเป็นรถตู้ร่วมบริการ 88 คัน และรถบัสร่วมบริการ12 คัน

ขณะเดียวกันบริษัทยังสามารถขยายฐานผู้ใช้บริการครอบคลุมนิคมอุตสาหกรรม 4 จังหวัด โดยมีจำนวน 27 บริษัท ได้แก่จังหวัดชลบุรี

“จุดเปลี่ยนสำคัญเริ่มต้นจากการที่เรามีโมเดลทางธุรกิจที่ชัดเจน ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่เราเข้าใจความต้องการของลูกค้า และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ ทำให้ลูกค้าเกิดการบอกต่อไปยังนอกนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร และบริษัทชั้นนำที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในนิคมจึงสนใจใช้บริการของเรา โดยเราขยายธุรกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไปเฉลี่ยปีละ 3-4 รายจากชลบุรีไประยอง ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา ฐานลูกค้าของเรากระจายทั่วภาคตะวันออกครอบคลุมหลายพื้นที่”

ยกทัพ “คุณภาพ” เสิร์ฟคนเมือง

เมื่อความท้าทายทางธุรกิจแปรเปลี่ยนจากยุคเริ่มต้นที่ต้องใช้ความมุ่งมั่นทุ่มเทพิสูจน์ความสามารถสร้างความเชื่อมั่นเพื่อขยายฐานผู้ใช้บริการให้ได้มากที่สุด ปิยะยอมรับถึงความท้าทายในปัจจุบันที่ต้องขยายฐานธุรกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งต้องรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตด้านรายได้ควบคู่กับการบริหารเงินลงทุนและการรักษาคุณภาพมาตรฐาน เพื่อให้ได้รับการบอกต่อระหว่างธุรกิจในเขตอุตสาหกรรม

หนึ่งในแนวทางที่ทำให้บริษัทสามารถขยายฐานธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่งและมั่นคงรวมถึงสร้างความแตกต่างที่โดดเด่นจากผู้ประกอบการในธุรกิจ ได้แก่ การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ

“เราตั้งใจเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ ซึ่งหลังจากทำธุรกิจร่วม 10 ปีเราเห็นความพร้อมและความจำเป็นในการสร้างความเติบโตผ่านการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยโจทย์แรกของเราคือ การสื่อสารให้นักลงทุนเข้าใจธุรกิจ เนื่องจากในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่มีธุรกิจลักษณะเดียวกับเรา และความพยายามบริหารธุรกิจให้เติบโต ซึ่งสะท้อนออกมายังผลการดำเนินงาน โดยเราสามารถทำกำไรในช่วงครึ่งปีแรกได้เกือบ 200%”

จากการต่อยอดทางธุรกิจใหม่ในการให้บริการเดินรถกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการเซ็นสัญญาให้บริการขนส่งรถ shuttle bus กับบริษัทอ่อนนุชแลนด์ จำกัด เพื่อให้บริการขนส่งผู้ใช้บริการคอมมูนิตี้มอลล์ HABITO ซึ่งบริหารโดยบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และผู้อยู่อาศัยในกลุ่มคอนโดมิเนียมโครงการ T77 มายังสถานีรถไฟฟ้า โดยมีอายุสัญญา 5 ปี ยังนับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสร้างการเติบโตที่สำคัญของบริษัท

“ส่วนใหญ่คอนโดมิเนียมทำเองประมาณ 2-3 ปีก็ยกเลิกการบริการหรือไม่มีการดูแลเพราะไม่มีการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพเราเห็นโอกาสขยายธุรกิจในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่อยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าประมาณ 2-3 กิโลเมตร เราจึงศึกษาโมเดลธุรกิจนี้อย่างจริงจัง เพื่อขยายการบริการต่อเนื่องไปยังกลุ่มคอนโดมิเนียมและคอมมูนิตี้มอลล์ที่ห่างจากรถไฟฟ้าในบริเวณอื่นเพิ่มเติม”



ขณะที่ผลการทดลองเดินรถในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา บริษัทได้รับผลตอบรับที่ดีจากคุณภาพของรถและนักขับที่ใช้ระบบFleet Management System โดยต้นทุนการเดินทางของผู้อยู่อาศัยต่อหัวลดลงถึง 75% ในปริมาณการเดินรถ 15-16 เที่ยวต่อวันต่อคัน ในช่วงเวลา 6.00-22.00 น.เทียบกับการให้บริการหลักของรถบัสในนิคมอุตสาหรรม 4-6 เที่ยวต่อวันต่อคันส่งผลให้การใช้สินทรัพย์ (asset utilizationและ ROA) มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และอาจจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (gross profit margin) สูงกว่าปกติเดิมที่ 20-25%

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจหลักของเอทีพี 30ยังคงมุ่งเน้นสร้างการเติบโตในส่วนธุรกิจให้บริการรับส่งพนักงานในนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก ซึ่งลูกค้าเดิมให้ความไว้วางใจเพิ่มสัดส่วนการใช้บริการ และเปลี่ยนมาใช้บริการของบริษัทเพียงรายเดียวมากขึ้น ทั้งยังมีลูกค้ารายใหม่ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาใช้บริการอีก 3 ราย โดยคาดว่าจะเริ่มให้บริการและรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้หากบริษัทดำเนินธุรกิจตามแผนจะสามารถผลักดันรายได้ของบริษัทเติบโตมากกว่า 15%ตามเป้าหมายที่วางไว้

“คู่แข่งของเราส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย ถ้าเป็นรายใหญ่เราน่าจะอยู่ไม่เกิน1 ใน 3 บริษัทที่มีรถจำนวนมากที่สุดในภาคตะวันออก เราเป็นผู้นำสร้างมาตรฐานในระดับสากล ซึ่งสอดคล้องกับนักลงทุนที่เป็นบริษัทข้ามชาติในภาคตะวันออก ไม่ว่าจะเป็น ตัวรถการบริหารพนักงานขับรถที่มีกระบวนการสร้างมืออาชีพ และระบบเทคโนโลยี” ปิยะกล่าวทิ้งท้าย
 


คลิ๊กอ่านฉบับเต็ม "ขนส่งมวลชนมาตรฐานเอทีพี 30 สร้างมิติต่างในนิคมตะวันออก" ได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ October 2016 ในรูปแบบ e-Magazine


พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor

Update : 26 พฤศจิกายน 2559

View : 2,221




vdo

การแถลงข่าวจัดการประชุมกรอบความร่วมมือเอเชียภาคธุรกิจ” (ACD ..

Update : 14 ธันวาคม 2560

View : 3,325

Most Popular
1

อู้ฟู่แบบ “เถ้าแก่กู้” ผู้ไม่ง้อแบงก์ สร

Update : 13 ธันวาคม 2557

view : 103,515

2

กะทิออร์แกนิคเมืองจันท์ปั้นแบรนด์ไทยสู่ค

Update : 06 กุมภาพันธ์ 2560

view : 24,188

3

พี่น้องตระกูล “เสรีโยธิน” แห่งขอนแก่น ผู

Update : 12 พฤศจิกายน 2557

view : 12,757

top list

ดุลบัญชีเดินสะพัดไม่ได้ตัดสินทิศทางค่าเงินบาทเสมอไ..

Update : 15 ธันวาคม 2560

view : 126

ประธานเฟดคนใหม่ และทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่อา..

Update : 03 พฤศจิกายน 2560

view : 1,208

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 5,406


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย