entrepreneurs / GLOBAL

บุกโรงงานผลิตนวัตกรรมสุดล้ำในสวีเดน

Christian von Koenigsegg สร้างรถยนต์ซูเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลกขึ้นมาด้วยมือล้วนๆ แต่เขาจะผลิต Regera คันใหม่ ราคา 2 ล้านเหรียญ ได้ทันความต้องการหรือไม่ และวงการอุตสาหกรรมรถยนต์โลกจะก้าวทันผลงานวิศวกรรมแห่งอนาคตของเขาหรือเปล่า?

เรื่อง: GUY MARTIN เรียบเรียง: ปาริชาติ ชื่นชม

หากจะว่าไปตามกฎธรรมชาติของธุรกิจแล้ว Koenigsegg บริษัทผลิตรถยนต์ซูเปอร์คาร์สัญชาติสวีเดนคงไม่มีโอกาสได้ถือกำเนิดหรือมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกว่าพวกเขาจะผลิตรถยนต์ขึ้นมาสักคัน ก็ต้องรอกันเป็นปีๆ ในปีนี้ Koenigsegg เปิดตัว Regera ไฮบริด 1,500 แรงม้า ราคาเริ่มต้นที่ 2 ล้านเหรียญ หรือต่ำกว่านั้นเล็กน้อยหากจำหน่ายนอกสหรัฐฯ นับเป็นรถแข่งแบบที่ไม่ค่อยคุ้นมือและสร้างขึ้นเป็นพิเศษสำหรับลูกค้ากลุ่มเล็กๆ เท่านั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยต่อให้เป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ผลิตรถแข่งระดับคว้าแชมป์และสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์เป็นธุรกิจหลักมานับร้อยปีอย่าง Ferrari ก็ตาม

ทั้งบริษัท Koenigsegg และ Christian von Koenigsegg ผู้ก่อตั้งบริษัททรงเสน่ห์วัย 43 ปีไม่มีอะไรอย่างนั้นเลยสักนิด อันดับแรกเลยคือ Koenigseggs ไม่แข่งรถ และรถยนต์ของบริษัทก็ผลิตขึ้นมาสำหรับเศรษฐีเพียงไม่กี่คนที่กระหายความเร้าใจบนท้องถนนเท่านั้น นอกจากนี้ ที่ตั้งของ Koenigsegg ยังเคยใช้เป็นโรงเก็บเครื่องบินในฐานทัพอากาศเก่าเพื่อใช้จอดเครื่องบินของกองทัพอากาศสวีเดน โอบล้อมด้วยหมู่บ้านชาวประมงทางตะวันตกของ Angelholm ซึ่งไม่ใช่ถิ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตรถยนต์เลย ประการสุดท้ายคือ การผลิตของราคาแพงมากๆ ขึ้นมาสักชิ้นด้วยมือล้วนๆ ต้องมีความบ้าเป็นพื้นฐาน ตลอดระยะเวลา 22ปี บริษัทแห่งนี้ผลิตรถยนต์ออกมาไม่ถึง135 คัน บางรุ่นมีการผลิตออกมาเพียง 20 คันเท่านั้น Koenigsegg จะสร้างเบาะนั่งขึ้นด้วยมือ หล่อท่อไอเสีย สร้างเครื่องยนต์ขึ้นเอง จากนั้นจะประกอบชิ้นส่วนทั้งหมดเข้ากับโครงที่แน่นและเตี้ยอันเป็นที่รู้จักกันดี โดยมีเพียง Mats Pettersson ชายขี้บ่นแต่น่ารักผู้หลงรักความสมบูรณ์แบบเป็นผู้ประกอบเครื่องยนต์ขึ้นมา

สถานการณ์ของ Pettersson ดูเหมือนจะกำลังดีวันดีคืนนับตั้งแต่ Regera เปิดตัวในงานแสดงรถยนต์ที่ Geneva เมื่อปี 2015 ก็มีคำสั่งซื้อเข้ามาประมาณ 40 คัน ขณะเดียวกัน Koenigsegg กำลังพยายามผลิตรถยนต์ให้ได้เต็มขีดจำกัดที่ 80 คัน Pettersson เพิ่งจะได้ผู้ช่วยเข้ามา 1 คนเท่านั้นจริงๆ

ในปีที่แล้ว บริษัทมีพนักงานประมาณ 65 คน และล่าสุดว่าจ้างพนักงานใหม่เข้ามาเพิ่มอีกราว 35 คน  “ผมเคยเรียนวิศกรรมมาก่อนไหมนะหรือ” Christian von Koenigsegg ถามขึ้นระหว่างที่เขาร่ายยาวจุดอ่อนของตัวเองอย่างสบายใจ “ไม่เลย ผมเคยมีประสบการณ์ด้านการผลิตมาก่อนหรือเปล่า ก็ไม่อีกนั่นแหละ ผมสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ไม่จำกัดหรือโรงงานที่จะสามารถผลิตตามรูปแบบของผมได้ไหม ก็ไม่อีกเช่นกัน ผมมีเพียงเพื่อนคนหนึ่งที่มีโรงรถและหลงใหลในรถยนต์ พูดง่ายๆ เลยคือ ผมไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะต้องผลิตรถยนต์ที่ดีที่สุดขึ้นมาด้วยมือล้วนๆ”

แม้ว่าบริษัทจะสามารถผลิตรถยนต์ที่วิ่งด้วยความเร็วได้สูงถึง 270 ไมล์ต่อชั่วโมง แต่ในช่วงปีแรกๆ นั้นนับว่าซบเซาและลำบากมาก ในปี 1994 von Koenigsegg ต้องควักกระเป๋าตัวเอง 200,000 เหรียญเป็นทุนเริ่มต้น ปีต่อมา คุณพ่อของเขาซึ่งเป็นผู้บริหารด้านการเทคโนโลยีเครื่องทำความร้อนให้กับโรงงานอุตสาหกรรมให้เขายืมอีก 300,000 เหรียญ “ตอนนั้นพ่อผมยังไม่รู้หรอกครับว่า อีก 2-3 ปีต่อมาจะต้องนำเงินเก็บทั้งชีวิตมาลงทุน ซึ่งก็เท่ากับประมาณ 2 ล้านเหรียญ” von Koenigsegg กล่าว “ไม่แปลกหรอกที่แม่ผมจะสติแตกไปเลย”

ต่อมาในปี 1999 หลังจากที่ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีและโทรคมนาคมยุคแรกของสวีเดนเริ่มโกยเงินกันเป็นว่าเล่น von Koenigsegg ก็สามารถรวบรวมนักลงทุนได้ 20 คนมาร่วมลงทุนเพิ่มอีก 2 ล้านเหรียญ นอกจากนี้เขายังแบ่งหุ้นของบริษัทให้กับบริษัทซัพพลายเออร์บางรายด้วย และในที่สุดเขาก็สามารถผลิตรถยนต์ Koenigsegg คันแรกออกมาได้สำเร็จ คือ CC8S ซึ่งเปิดตัวออกมาในปี 2003 (นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา Koenigsegg มีการลงทุนระยะยาวอีกหลายครั้ง รวมเป็นเงินประมาณ 25 ล้านเหรียญ)

เมื่อมีดีกรีความสำเร็จจากการผลิตรถซูเปอร์คาร์แล้วในปี 2009 von Koenigsegg ก็สามารถรวมกลุ่มนายทุนเพื่อที่จะซื้อ Saab ค่ายรถยนต์ของสวีเดนมาจาก General Motors อย่างไรก็ตาม ขณะที่การเจรจาเข้าสู่ชั่วโมงที่ 11 สัญญามูลค่าราว 1,500 ล้านเหรียญมีอันต้องล่มไป เนื่องจากรัฐบาลสวีเดนไม่ยอมอนุมัติสินเชื่อ 600 ล้านเหรียญ

สหรัฐฯ ทำให้ Koenigsegg ต้องถอนตัว ตลอดระยะเวลานับจากนั้นมา von Koenigsegg กับทีมงานได้พัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ๆ ออกมามากมายจนเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิดในอุตสาหกรรม เช่น Regera มีระบบส่งกำลังที่ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่จำเป็นต้องมีกระปุกเกียร์ ขณะเดียวกัน ฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ von Koenigsegg กำลังพัฒนาทีเด็ดตัวใหม่นั่นคือ เครื่องยนต์ที่ไม่ต้องมีเพลาลูกเบี้ยว (camshaft) Koenigsegg จดทะเบียนสิทธิบัตรให้กับเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาประมาณ 30 รายการ อีกทั้งยังรอเซ็นสัญญากับบริษัทผลิตรถยนต์ในหลายประเทศทั่วโลก

Koenigsegg รายงานรายได้ประจำปี 2015 อยู่ที่ 17 ล้านเหรียญ และคาดว่าปีนี้จะทำได้ 25 ล้านเหรียญ เมื่อถามถึงกำไรเฉลี่ยต่อคัน von Koenigsegg ถึงกับงงไปครู่หนึ่ง “เราไม่ค่อยได้คิดถึงเรื่องนั้นกันหรอกครับ เรามีไอเดียแต่ในภาพรวมว่าจะผลิตอะไร ค่าใช้จ่ายในการผลิตรถยนต์แต่ละคันแตกต่างกันมาก ทำให้ไม่สามารถใช้ผลกำไรเฉลี่ยเป็นแนวทางในการประเมินผลได้” อย่างไรก็ดี von Koenigsegg สามารถนำกำไรไปซื้อหุ้นกลับมาจากนักลงทุนได้ บริษัทโฮลดิ้งของเขาเป็นเจ้าของหุ้นแบรนด์รถยนต์ชื่อตัวเองแห่งนี้กว่า 80% 

เมื่อก้าวเท้าออกจากโรงเก็บรถยนต์แห่งนี้ได้ ก็แปลว่าคุณเพิ่งจะได้ทำความรู้จักกับระบบปฏิบัติการอันพิลึกพิลั่นของ Koenigsegg อย่างน้อยก็ไม่มีหุ่นยนต์ช่วยประกอบรถยนต์ให้เห็นเลยสักตัว ตลาดปลายทางของรถยนต์เจ้านี้ยังสะท้อนให้เห็นว่า Koenigsegg กระพือความคลั่งไคล้ไปทั่วโลก โดยมีการส่งออกไปญี่ปุ่น 2 คัน ไปมาเลเซียคันหนึ่ง และไปตะวันออกกลางอีก 2 คัน รถของ Koenigseggs มีอุปกรณ์ไอเสียเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด จึงสามารถโลดแล่นตามท้องถนนในสหรัฐมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว ตัวอย่างที่มีให้เห็นก็อย่างเช่นเมื่อตอนที่ Floyd Mayweather ซื้อ CCXR Trevita มาจากตลาดรองที่กำลังคึกคักมาในราคา 4.8 ล้านเหรียญเมื่อปีที่แล้ว ในโลกแห่งรถซูเปอร์คาร์ที่ว่าน่าตื่นตาตื่นใจอยู่แล้ว รถยนต์ Koenigseggs ก็ยังสามารถสร้างสีสันได้สุดๆ โดยในรุ่นเก่าๆ หน่อยมีมูลค่ามากกว่ารถยนต์อย่าง Bugatti Veyrons เสียอีก

แต่ในเวลานี้ เขากลับไม่มีโอกาสเชยชมรถยนต์ของตัวเอง อันที่จริงแล้ว รถยนต์สุดล้ำเหล่านี้ไม่มีคันไหนที่เขาเป็นเจ้าของเลยแม้แต่คันเดียว เขาชอบผลิตรถยนต์ซูเปอร์คาร์และส่งมันออกไปซิ่งลงถนนมากกว่า เพราะว่าทำได้เพียงทีละคันเท่านั้น


คลิ๊กอ่านบทความทางด้านธุรกิจได้ที่ ได้ที่ Fobes Thailand Magazine ฉบับ AUGUST 2016


Forbes Thailand Staff
Forbes Thailand Staff

Update : 22 กันยายน 2559

View : 2,935



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 11,912

Most Popular
1

อู้ฟู่แบบ “เถ้าแก่กู้” ผู้ไม่ง้อแบงก์ สร

Update : 13 ธันวาคม 2557

view : 101,125

2

กะทิออร์แกนิคเมืองจันท์ปั้นแบรนด์ไทยสู่ค

Update : 06 กุมภาพันธ์ 2560

view : 23,002

3

พี่น้องตระกูล “เสรีโยธิน” แห่งขอนแก่น ผู

Update : 12 พฤศจิกายน 2557

view : 11,614

top list

คำถามสำคัญปีนี้คือการลดสินทรัพย์ของเฟด..

Update : 31 พฤษภาคม 2560

view : 1,630

การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสและความเสี่ยงต่อกล..

Update : 26 เมษายน 2560

view : 2,107

เศรษฐกิจไทยปีระกา 2017 ท่ามกลางความเสี่ยงของนโยบาย..

Update : 28 กุมภาพันธ์ 2560

view : 3,993


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย
กิติชัย เตชะงามเลิศ
นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน
กันติพัฒน์ วงศ์สุคนธ์
Head of Wealth Advisory บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทิสโก้
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)