entrepreneurs / GLOBAL

ธุรกิจส่งอาหาร GrubHub

ธุรกิจส่งอาหาร GrubHub แจ้งเกิดจากการปฏิเสธที่จะให้บริการส่งอาหารในทุกสถานการณ์ แต่ในเวลานี้บริษัทกลับต้องแก้ไขสถานการณ์

เรื่อง: Brian Solomon เรียบเรียง: ปาริชาติ ชื่นชม

2004 คือปีที่ Matt Maloney กับ Mike Evans ร่วมกันลงทุนสร้างเว็บไซต์ของตัวเองขึ้นมาเพียงเพื่อที่จะสำรวจว่า ร้านอาหารใดบ้างในย่านที่เขาอยู่มีบริการส่งถึงบ้านจากนั้น 12 ปีต่อมา GrubHub กลายเป็นตลาดออนไลน์รองรับคำสั่งซื้ออาหารมูลค่าปีละกว่า 2.4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ พร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำในศึกชิงตลาดบริการส่งอาหาร ที่จู่ๆ ก็ทวีการแข่งขันขึ้นมาอย่างดุเดือด

DoorDash ธุรกิจหน้าใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้ 3 ปีใน San Francisco ประกาศเป้าหมายชิงบัลลังก์ผู้นำของ GrubHub และเพิ่งจะระดมเงินร่วมลงทุนได้ 127 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือมากกว่าที่ Maloney กับ Evans ได้จากนักลงทุนในการเปิดระดมเงินลงทุน 5 รอบช่วงก่อนที่จะเสนอขายหุ้นใหม่ของ GrubHub แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2014 ถึง 50% ในเวลาเดียวกัน Uber ธุรกิจมูลค่า 6 หมื่นล้านเหรียญที่เกิดมาเพื่อฆ่าแท็กซี่ลงอย่างราบคาบนั้น ก็เพิ่งจะเปิดตัวแอพพลิเคชั่นสั่งอาหาร โดยอาศัยข้อได้เปรียบจากฐานคนขับรถอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

“ธุรกิจนี้กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุด อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่เริ่มมีธุรกิจส่งอาหารเลยก็เป็นได้” Maloney ประธานเจ้าหน้าที่บริหารวัย 40 ปีของ GrubHub กล่าว

แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากเจ้าของกิจการรุ่นเยาว์ที่เพิ่งแจ้งเกิดหลายรายแต่การขยายตัวของ GrubHub ยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก โดยบริษัท (ซึ่งมาจากการควบรวมกิจการระหว่าง GrubHub กับบริษัทคู่แข่ง คือ Seamless) ครองแชมป์ในการจัดอันดับ 25 ธุรกิจด้านเทคโนโลยีที่โตเร็วที่สุดของ FORBES ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 66% ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา และคาดว่าในอีก3-5 ปีข้างหน้าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 36% ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยในปีที่แล้วบริษัทมีรายรับ 362 ล้านเหรียญ หรือคิดเป็นรายได้สุทธิ 38 ล้านเหรียญ

เนื่องจากก่อนหน้านี้ Maloney ปฏิเสธที่จะสร้างเครือข่ายส่งอาหารของตัวเองมาโดยตลอด เพราะว่าจะทำให้กำไรลดลงและต้องใช้แรงงานมากขึ้น GrubHub จึงใช้วิธีหัก 15% จากมูลค่าการสั่งซื้ออาหารผ่านแพล็ตฟอร์มของตนขณะที่ร้านอาหารมีหน้าที่รับผิดชอบการส่งอาหารในขั้นตอนสุดท้ายด้วยตัวเอง

Maloney แสดงท่าทีดูหมิ่นธุรกิจหน้าใหม่ที่พยายามพิสูจน์ตัวเองว่า พวกเขาจะไม่ยอมเผชิญชะตากรรมเดียวกับ Kozmo.com หรือว่า Webvan ส่วน Postmates กับ DoorDash ซึ่งเป็นคู่แข่ง 2 รายใหญ่ของ GrubHub นั้นประกาศว่าพวกเขาสามารถทำกำไรได้ในเมืองบางแห่งที่ดำเนินธุรกิจอยู่แต่ Maloney ตราหน้าพวกเขาว่า โกหกทั้งเพ “ถ้าใครมาเห็นก็คงจะบอกว่า ‘แย่จริง ฉันคงทำธุรกิจต่อไปได้อีก 12 เดือนเท่านั้นแหละ แม้จะเพิ่งได้เงินมา 100 ล้านเหรียญ’ เพราะว่าธุรกรรมเล็กธุรกรรมน้อยทุกรายการติดลบหมด” Maloney กล่าว

แม้ว่า Silicon Valley จะให้การสนับสนุนธุรกิจหน้าใหม่ที่มีสถานะทางการเงินสั่นคลอน แต่ตลาดหุ้น Wall Street เริ่มหมดความอดทนกับ Maloney แล้ว แม้ว่าเขากำลังพยายามที่จะขยายส่วนแบ่งทางการตลาดในธุรกิจส่งอาหารและอาหารแบบซื้อกลับบ้านที่มีมูลค่า 7.5 หมื่นล้านเหรียญหุ้นของ GrubHub ร่วงหนักถึง 50% จากที่เคยแตะระดับสูงสุดเมื่อ 1 ปีก่อน

เนื่องจากนักลงทุนมีความวิตกกังวลที่บริษัทขยายตัวได้ช้าในตลาดที่การแข่งขันเข้มข้นขึ้นทุกทีสถานการณ์ดังกล่าวบีบให้ Maloney ต้องหันมาลงทุนในธุรกิจที่เขาเรียกว่าเป็น “ธุรกิจห่วยๆ” เป็นครั้งแรก ปีที่แล้ว GrubHub ลงทุนไป 90 ล้านเหรียญเพื่อซื้อบริษัทส่งอาหารในภูมิภาค 3 รายที่ให้บริการร้านอาหารรวมกันกว่า 3,000 แห่งครอบคลุม 15 ตลาด และในไตรมาส 4 ก็จัดสรรเงินลงทุนเพิ่มเติมอีก 5.5 ล้านเหรียญ เพื่อวางเครือข่ายบริษัทอิสระที่ให้บริการจัดหาคนขับรถ

“ผมกำลังทำธุรกิจส่งอาหารโดยมีเป้าหมายชัดเจน คือเท่าทุน มันไม่สนุกเลยนะครับ ถ้าเป็นปกติแล้วผมคงจะบอกว่า นั่นเป็นธุรกิจที่โง่ที่สุดเลย ถ้าจะได้แค่เท่าทุนแล้วจะทำธุรกิจไปเพื่ออะไร มันแย่จริงๆ” Maloney กล่าว

เขาค้นพบว่า ในการส่งผัดไทยหรือ Lamb Vindaloo ไปให้ลูกค้าครั้งหนึ่งๆ จะมีต้นทุนประมาณ 6 เหรียญ (หรืออาจจะมากกว่านั้นในบางตลาด) โดยเฉลี่ยแล้วมูลค่าการสั่งซื้ออาหารจะอยู่ที่ 28 เหรียญ บริษัทมีตัวเลือก 2 ทางเพื่อรองรับค่าใช้จ่าย คือ คิดเงินลูกค้าเพิ่มหรือไม่ก็ไปคิดเงินเอากับร้านอาหาร ซึ่ง GrubHub เลือกใช้ทั้ง 2วิธี โดยหัก 10% จากการสั่งซื้ออาหารแต่ละครั้ง และคิดค่าบริการส่งอาหารจากลูกค้าอีกประมาณ 2 เหรียญ หากเป็นสถานการณ์ที่ดีที่สุดแล้ว นี่ยังพอแค่รองรับต้นทุนเท่านั้นเมื่อคำนวณตัวเลขดูแล้ว Maloney จึงมองว่า DoorDash กับ Postmates ไม่มีทางที่จะทำกำไรได้เลย เพราะว่าบริษัทก็เล็กเพียงเสี้ยวหนึ่งของ GrubHub

Maloney เชื่อว่า เขาจะสามารถบริหารธุรกิจส่งอาหารให้ถึงจุดคุ้มทุนได้ภายในปีนี้ ขณะที่ในส่วนของธุรกิจตลาดออนไลน์ของ GrubHub เพียงลำพังนั้นยังคงมีอัตราการทำกำไร (EBITDA) ที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 35% เขาให้ความสนใจร้านอาหารที่ไม่มีบริการส่งอาหาร ซึ่งเป็นช่องโหว่สำคัญ ในพื้นที่นอกตลาดใหญ่อย่าง New York City หรือ San Francisco โดยหวังว่า การเพิ่มตัวเลือกจะช่วยดึงดูดลูกค้าให้มาใช้งานแอพพลิเคชั่น GrubHub มากขึ้น พร้อมทั้งใช้บริการสั่งอาหารบ่อยครั้งขึ้นด้วย ในปัจจุบัน 90% ของการสั่งอาหารผ่าน GrubHub นั้นมาจากลูกค้าเก่า

Rohit Kulkarni นักวิเคราะห์ประจำ RBC Capital Markets บอกว่า ข้อสันนิษฐานดังกล่าว “มีความเป็นไปได้น้อยมาก” ขณะที่ตลาดหุ้น Wall Street ยังกังขาว่า GrubHub จะสามารถควบคุมการใช้จ่ายเงินสดในบริการส่งอาหารได้ทั้งหมดหรือไม่

อย่างไรก็ตาม Maloney ชี้ให้เห็นสัญญาณเริ่มต้นของความสำเร็จ GrubHub เปิดตัวบริการส่งอาหารใน 50 ตลาดในปี 2015 พร้อมคาดการณ์รายรับไว้ที่ปีละ 200 ล้านเหรียญ หลังเปิดตัวบริการดังกล่าวแล้วพบว่าในตลาดรองของ GrubHub ซึ่งมีอยู่กว่า 10 แห่งนั้นมีอัตราการเติบโตที่เร่งตัวขึ้นอย่างน้อย 4 แห่ง

“ไก่บางตัวก็เกิดก่อนไข่ อย่างผมนี่ก็ต้องเตรียมบริการเอาไว้ให้พร้อมเพื่อกระตุ้นความต้องการ” Maloney กล่าว “แต่ผมก็ยังทำงานได้ง่ายกว่าคนอื่นๆ เพราะว่าทุกวันนี้รับยอดสั่งซื้อเข้ามาวันละ 250,000 รายการ” ในขณะที่คู่แข่งพยายามไล่บี้ขึ้นมา Maloney ยังหวังว่าการออกตัวล่วงหน้าจะทำให้เขาได้เปรียบ แต่ถ้าหากธุรกิจส่งอาหารไม่สามารถทำเงินให้ใครได้เลย แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร?


คลิ๊กอ่านบทความด้านธุรกิจได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ JULY 2016 ในรูปแบบ e-Magazine


Forbes Thailand Staff
Forbes Thailand Staff

Update : 20 สิงหาคม 2559

View : 2,167



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 14,635

Most Popular
1

อู้ฟู่แบบ “เถ้าแก่กู้” ผู้ไม่ง้อแบงก์ สร

Update : 13 ธันวาคม 2557

view : 102,454

2

กะทิออร์แกนิคเมืองจันท์ปั้นแบรนด์ไทยสู่ค

Update : 06 กุมภาพันธ์ 2560

view : 23,578

3

พี่น้องตระกูล “เสรีโยธิน” แห่งขอนแก่น ผู

Update : 12 พฤศจิกายน 2557

view : 12,153

top list

แกะรอยที่มาของเงินบาทแข็งค่าและมุมมองในระยะต่อไป..

Update : 06 กันยายน 2560

view : 5,245

ประเทศไทยกับปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ..

Update : 27 กรกฎาคม 2560

view : 2,746

ผลการเลือกตั้งอังกฤษไม่ส่งผลดีต่อ Theresa May..

Update : 28 มิถุนายน 2560

view : 1,199


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย