ประยุกต์ใช้ "บล็อคเชน" กับการจัดการระบบขนส่ง - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Commentaries
  • Insights >
  • ประยุกต์ใช้ “บล็อคเชน” กับการจัดการระบบขนส่ง

ประยุกต์ใช้ “บล็อคเชน” กับการจัดการระบบขนส่ง

จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา

บล็อคเชน เกี่ยวข้องกับจำนวนประชากร 7.7 พันล้านคนและมีผู้คนมากกว่า 4 พันล้านคนที่เชื่อมต่อออนไลน์ รวมถึงบริษัทต่างๆ ในอุตสาหกรรมที่ทำการพัฒนาระบบการขนส่งอย่างต่อเนื่องอย่างไร

บล็อคเชน ในอุตสาหกรรมการขนส่งมีการไหลเวียนของข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกสร้างขึ้นจากทั้งสองด้านของเครือข่ายทั้งจากธุรกรรม “B2B และ B2C” ซึ่งในฐานะผู้บริโภคอย่างเราอนาคตของเทคโนโลยีบล็อคเชน สามารถบอกคุณได้ถึงเส้นทางของอาหารหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ผ่านเซ็นเซอร์และไมโครโปรเซสเซอร์ที่วางไว้ในอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์แท็กและอื่นๆ จึุงไม่แปลกที่เทคโนโลยีบล็อคเชนสามารถเปลี่ยนเกมการขนส่ง

Blockchain หรือ เทคโนโลยีบล็อคเชนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทุกวันนี้ธุรกิจตั้งแต่ผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบรวมไปถึงศูนย์กระจายสินค้าได้ทำการทดลองเกี่ยวกับวิธีการนำบล็อคเชนมาประยุกต์เข้ากับธุรกิจของตัวเอง ทั้งผลิตภัณฑ์ของใช้และบริษัทการจัดหาวัตถุดิบพยายามที่จะรับรองคุณภาพผู้รับสินค้าได้อย่างไร

บริษัทเหล่านี้กำลังมีความตระหนักและหมกมุ่นกับการจัดการโดยรวมของผลิตภัณฑ์ ยิ่งบริษัทเติบโตมากขึ้นเท่าไหร่การติดตามสินค้าทั้งหมดถือเป็นเรื่องที่ยากขึ้นเท่านั้น สิ่งเหล่านี้เป็นความท้าทายสำหรับการปฏิวัติยุคดิจิทัลครั้งต่อไป การแก้ปัญหา “ความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์” ดังนั้นผู้ที่ได้รับผลกระทบในช่องทางต่างๆ สามารถเพิ่มความมั่นใจได้อย่างไร

วัฏจักรของเทคโนโลยีบล็อคเชนในวงการขนส่ง สามารถอธิบายได้แบบเข้าใจง่ายๆ ข้อมูลที่สร้างขึ้นจากลูกค้าผ่านทาง Internet of Things (IoT) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine learning (ML) มาจากจุดรวบรวมข้อมูลของบริษัท ข้อมูลเหล่านี้ถูกวิเคราะห์และแปลโดยอัลกอริทึมข้อมูล Big data และ จากนั้นจะถูกจัดเก็บและแบ่งปันกับผู้ใช้งานโดยเฉพาะผ่าน blockchain

การกระจายข้อมูล “สาธารณะ” ในแต่ละขั้นตอนที่ผลิตสามารถถูกบันทึกโดยอัตโนมัติเช่นการรับรองคุณภาพสัญญาการชำระเงินและอื่นๆ ลงบน blockchain ดังนั้นการสร้างระบบนิเวศของความโปร่งใสและความถูกต้องสำหรับธุรกิจ เมื่อเราป้อนข้อมูลลงใน blockchain แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่ข้อมูลจะถูกแก้ไขจึงเป็นการแก้ปัญหา “ความน่าเชื่อถือ” ภายในศูนย์ B2B ของห่วงโซ่อุปทาน

ด้วยเหตุนี้ทุกศูนย์จึงมีข้อมูลที่แน่นอนเหมือนกันทั้งหมด บริษัทที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับบางแห่ง กำลังดำเนินการนำไปใช้กับธุรกิจของพวกเขาแล้ว ซึ่งรวมถึงบริษัทที่มีชื่อเสียงที่สุดบางแห่งเช่น pwc, DB Schenker, LVMH และ Renault

เมื่อสินค้าส่งถึงลูกค้าปลายทาง บริษัทและลูกค้าสามารถตรวจสอบทุกการเคลื่อนไหวของสินค้าได้โดยการสร้างระบบตรวจสอบและแสดงให้แก่ลูกค้าโดยง่ายซึ่งจะแสดงข้อมูลที่มาของผลิตภัณฑ์และการเดินทางของผลิตภัณฑ์ผ่านสมาร์ทโฟนของพวกเขาเอง ดังนั้นวิธีนี้ถือเป็นการแก้ปัญหา “ความน่าเชื่อถือ” อีกครั้ง ลองนึกภาพว่าคุณเพิ่งสั่งซื้อกระเป๋า Louis Vuitton หรือนาฬิกาหรูที่มีป้ายราคา 6 หลัก คุณจะรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นหรือไม่

หากข้อมูลระบบสินค้าที่ได้รับถูกลงนามในชื่อคุณและไม่สามารถถูกเปลี่ยนแปลงได้บนบล็อคเชน ข้อดีอย่างแรกก็คือ การโอนสินค้าของคุณจะไม่สามารถโอนได้หากไม่ได้รับการอนุมัติจากคุณและเป็นความลำบากของผู้ใดที่ขโมยสินค้าคุณไป ข้อดีอย่างที่สองคือ ความมั่นใจของคุณที่มีแก่สินค้าโดยการซื้อด้วยการสแกนแท็กที่เข้ารหัสของรายการอย่างง่ายคุณจะสามารถเห็นความถูกต้องของผลิตภัณฑ์และประวัติการจัดหา สิ่งนี้อาจจะเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ แต่จากสถิติของ europol อุตสาหกรรมของปลอมมีมูลค่าประมาณ 461 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

บริษัทต่างๆ เช่น Iotex, Vechain และอื่นๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการประยุกต์ใช้ Blockchain เพื่อเปลี่ยนแปลงจัดการซัพพลายเชนโดยการเพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งการได้รับคำปรึกษาทางด้าน Blockchain อันดีจะช่วยการประยุกต์และเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศนวัตกรรมทางเทคโนโลยีนี้ ไม่ใช่ว่าการตอบโจทย์ด้วย blockchain เพียงอย่างเดียวสามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด แต่เราเชื่อว่าการรวมตัวของเทคโนโลยีหลายประเภทสามารถปฏิวัติระบบของทุกอุตสาหกรรมได้

BACK TO TOP