commentaries / CONTRIBUTOR

ดอกเบี้ยสหรัฐฯ ตัดสินชะตาเงินบาทไทย

“เมื่อไหร่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยให้รู้แล้วรู้รอดไป!” ผมว่าหลายๆ คนที่ติดตามตลาดการเงินอย่างใกล้ชิดอยากให้ความไม่แน่นอนที่ทำให้ตลาดเงินผันผวนอย่างมากในช่วงนี้จบลงเสียที ทำให้รู้สึกเริ่มเซ็งและเบื่อหน่ายกับลีลาการเล่นตัวของธนาคารกลางที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Federal Reserve ของสหรัฐอเมริกาหรือที่รู้จักกันสั้นๆ ว่า “เฟด” ก็ต้องยอมรับว่า เครื่องชี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในตอนนี้เข้าเป้าของเฟดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอัตราการว่างงานในสหรัฐฯ ที่ร่วงมาอยู่ที่ 5.1% หรืออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ของสหรัฐฯ ที่ขยายตัวได้ถึง 3.7% ทำให้เหตุผลในการไม่ขึ้นดอกเบี้ยเริ่มหาได้ยากขึ้นทุกที

แม้หลายฝ่ายจะชี้แจงว่าทิศทางของเงินเฟ้อนั้น ยังไม่กระเตื้องขึ้น เฟดจึงยังไม่จำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยในช่วงนี้ แต่งานวิจัยของปรมาจารย์ชั้นนำในสหรัฐฯ เองก็ชี้ให้เห็นว่า ผลจากดอกเบี้ยนั้นใช้เวลาถึง 2 ปีกว่าจะส่งไปยังเงินเฟ้อ ดังนั้นจึงไม่ควรรอให้เงินเฟ้อวิ่งเข้าเป้าหมายก่อนขึ้นดอกเบี้ย ในทางกลับกัน ดอกเบี้ยต้องขึ้นก่อนเงินเฟ้อวิ่งออกจากกรอบถึง 2 ปีด้วยกัน (เป็นเหตุผลว่าทำไม ธนาคารกลางทุกที่ถึงต้องทำคาดการณ์เศรษฐกิจล่วงหน้าให้แม่นยำที่สุด)

ผลจากความกลัวเพราะไม่รู้ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไหร่ส่งผลให้ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเหวี่ยงตัวเหมือนรถไฟเหาะตีลังกา เมื่อตอนต้นปีเราบ่นกันเรื่องบาทแข็งทำให้ผู้ส่งออกแข่งขันได้ยาก แต่ตอนนี้เรากลับมานั่งกุมหัวกับเงินบาทอ่อน จนกังวลว่าจะนำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหม่ในเอเซีย (ซึ่งคงไม่เกิดขึ้นครับ ไม่ต้องกังวล) ค่าเงินมาเลเซียนริงกิตที่อ่อนค่าลงประมาณ 19% เมื่อเทียบกับเมื่อปลายเดือนเมษายน ในขณะที่ค่าเงินบาทที่อ่อนลงไปกว่า 10% จากเดือนเมษายน และแม้จะมีแนวโน้มอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง แต่อัตราที่บาทอ่อนค่าลงนั้น เรียกได้ว่าเกาะกลุ่มอยู่กลางๆ กับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาคและตลาดเกิดใหม่

จริงๆ แล้ว เราเคยมีประสบการณ์กับความไม่แน่นอนของเฟดมาก่อนครับ และผลกระทบกับเราก็คล้ายกันกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปีนี้อย่างไม่ผิดเพี้ยนเลยทีเดียว ยังจำช่วงนั้นกันได้ไหมครับ? ปีนั้นเป็นปีที่เงินบาทแข็งที่สุดในรอบกว่า 10 ปี (ถึงขนาดมีการขู่ปลดผู้ว่าฯ แบงก์ชาติกันเลยทีเดียว) และก็เป็นปีที่ค่าเงินบาทกลับลำกระทันหันปรับตัวอ่อนค่าลงถึง 13% ในเวลาไม่กี่เดือนต่อมา พอนึกออกแล้วใช่ไหมครับ? ใช่แล้วครับ นั่นคือปี 2556 เป็นปีแรกที่เฟดสอนให้เรารู้จักศัพท์เทคนิคเฉพาะกาลว่า “QE Tapering” หรือการลดปริมาณการเข้าซื้อสินทรัพย์ที่รู้จักกันภายใต้ชื่อมาตรการ “คิวอี”

ครั้งนี้ก็เช่นกันครับ เฟดกำลังส่งสัญญาน mixed signals เกี่ยวกับจังหวะดอกเบี้ย จะขึ้นหรือไม่ขึ้น เกือบจะขึ้นแล้วแต่ก็ไม่แน่ใจ ทั้งหมดนี้เป็นบังคับให้ตลาด price in เพื่อสะท้อนผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยครั้งรอบใน 7 ปีให้หมดก่อนการขึ้นดอกเบี้ยจริงๆ ครั้งแรก ทั้งหมดนี้ก็เพื่อลดผลกระทบและความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นจากการตัดสินใจนโยบายการเงินครั้งที่สำคัญที่สุดในรอบทศวรรษก็ว่าได้ (เชื่อเถอะครับ นี่พยายามลดความผันผวนลงแล้ว) นี่คือกลยุทธ์บริหาร “ความคาดหวัง” ของตลาด หนึ่งในกลยุทธ์หลักของธนาคารกลางใหญ่ๆทั่วโลกยุคหลังวิกฤติซับไพรม์ (ประเทศไทยก็เริ่มใช้ครับ แต่ยังไม่เข้มข้นมาก)

เอาละครับ สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้นั้นจะคาดเดาค่อนข้างยาก ผมต้องขอใช้คำว่า “คาดเดา” เพราะแม้การวิเคราะห์มาถึงจุดนี้จะใช้ข้อมูลเศรษฐกิจบวกรวมไปกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตที่สะท้อนพฤติกรรมและกลยุทธ์ของเฟดเอง ที่สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ในแง่การตัดสินใจของ FOMC ขึ้นอยู่กับการคาดเดาวิธีคิดของกรรมการแต่ละท่าน ซึ่งไปไกลกว่าสิ่งที่วิชาเศรษฐศาสตร์จะบอกได้ (ยกเว้นแต่ว่าถ้าจะสามารถเจอกรรมการแต่ละท่านตัวต่อตัวได้และพึ่งเครื่องมือจากจิตวิทยามาช่วยวิเคราะห์)

หากเฟดขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม FOMC ในวันที่ 16-17 เดือนกันยายนนี้ ความผันผวนในตลาดเงินและอัตราแลกเปลี่ยนก็จะเริ่มสงบลง ค่าเงินก็จะวิ่งอยู่ใกล้ๆ 36-36.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ คำถามต่อไปที่ตลาดจะให้ความสนใจคือแนวโน้มระยะยาวของดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ เพราะแม้การขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกจะเป็นหัวใจสำคัญของการจับจังหวะอัตราแลกเปลี่ยนในตอนนี้ แต่ดอกเบี้ยของสหรัฐ ในระยะยาวจะต้องใต่กลับไปอยู่ในระดับประมาณ 3.5-4.0% ดังนั้น เมื่อมีการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกแล้ว ตลาดก็จะให้ความสนใจใน path ของดอกเบี้ยในระยะ 1-2 ปีข้างหน้าว่าจะปรับขึ้นต่อเนื่องอย่างรวดเร็วขนาดไหน

แต่หากเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม FOMC เดือนกันยายนนี้ เฟดก็จะใช้กลยุทธ์เดิมที่เคยใช้เมื่อตอนประกาศลดปริมาณการทำคิวอี (QE Tapering) ในปี 2556 ซึ่งคือการส่งสัญญานต่อเนื่องเพื่อบริหารความคาดหวังของตลาดเพื่อนำเข้าไปสู่การประชุม FOMC ในวันที่ 16-17 เดือนธันวาคม เพื่อให้ตลาดสะท้อนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดก่อนที่จะประกาศการขึ้นดอกเบี้ยจากมติที่ประชุม FOMC ในเดือนธันวาคม โดยการขึ้นดอกเบี้ยที่จะประกาศนั้น อาจไม่เกิดขึ้นทันทีแต่มีการแจ้งระยะเวลาล่วงหน้าที่ชัดเจนเพื่อลดความผันผวนในวันแถลงข่าว ในคราวที่เฟดประกาศ QE Tapering ก็เช่นกัน เฟดเลือกที่จะประกาศในเดือนธันวาคมว่าจะลดปริมาณการเข้าซื้อสินทรัพย์เริ่มในเดือนมกราคมปีถัดมา ส่งผลให้ตลาดตอบสนองน้อยกว่าที่หลายๆ ฝ่ายคาดด้วยระยะเวลาที่ได้เพิ่ม ครั้งนี้เฟดเองก็อาจจะใช้กลยุทธ์เช่นเดิมอีกครั้งเพราะทราบถึงการตอบสนองของตลาดแล้วในระดับหนึ่ง ทำให้เราอาจเห็นเงินบาทไหลไปไกลถึง 37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงสิ้นปี

อย่างที่เห็นนี่แหละครับ ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนโลกรวมทั้งค่าเงินบาทในปัจจุบันนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ เป็นหลัก สรุปกันง่ายๆ ก็คือ เมื่อพูดกันในเรื่องค่าเงิน ดอกเบี้ยสหรัฐฯ เป็นจานหลัก ส่วนปัจจัยที่เหลือเป็นแค่จานเรียกน้ำย่อย และจากหลักนี้ก็ใกล้จะเสิร์ฟเต็มทีแล้วละครับ


ข้อคิดเห็นที่ปรากฎในบทความนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของ TMB Bank แต่อย่างใด

ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี
ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ
ธนาคาร ทหารไทย จำกัด (มหาชน)
ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ
ธนาคาร ทหารไทย จำกัด (มหาชน) - See more at: http://forbesthailand.com/_preview_article_detail.php?article_id=563#sthash.HRHcL00a.dpuf

ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี
contributor

Update : 18 กันยายน 2558

View : 11,066



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 12,693

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 225,038

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 66,191

3

ไม่อยากถูกลากลงจากเครื่อง? เรียกร้องค่าช

Update : 12 เมษายน 2560

view : 24,459

top list

ผลการเลือกตั้งอังกฤษไม่ส่งผลดีต่อ Theresa May..

Update : 28 มิถุนายน 2560

view : 908

คำถามสำคัญปีนี้คือการลดสินทรัพย์ของเฟด..

Update : 31 พฤษภาคม 2560

view : 1,758

การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสและความเสี่ยงต่อกล..

Update : 26 เมษายน 2560

view : 2,226


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย