commentaries / SPECIAL REPORT

'ลุ่มลึก' ในสไตล์ Deep Tech Startup ถอดบทเรียนจาก Silicon Valley สู่ไทย

ทุกการลงทุนคือความเสี่ยง ยิ่งใส่เงินใน “สตาร์ทอัพ” ก็ย่อมเสี่ยงมากเป็นเท่าตัว โดยเฉพาะสตาร์ทอัพสายแข็งอย่าง Deep Tech

สหรัฐอเมริกา ยุโรป สิงคโปร์ ไต้หวัน อิสราเอลและจีน เป็นประเทศที่ Deep Tech Startup มีการเติบโตในแง่ของเม็ดเงินลงทุนแซงหน้าสตาร์ทอัพกลุ่มอื่นๆ ไปแล้วหลายช่วงตัว เพราะพวกเขาคือผู้กล้าคิดค้น วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีที่สร้างความแตกต่าง แก้ปัญหาของโลกได้ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ รวมถึงต่อยอดสร้างประโยชน์ให้วงการธุรกิจและอุตสาหกรรม

หลายบริษัทวิจัยชั้นนำของโลกฟันธงคล้ายๆ กันว่าสตาร์ทอัพที่จะเติบโตปีนี้และมีศักยภาพเปลี่ยนแปลงโลก เกือบ 100% เป็น Deep Tech Startup ไม่ว่าจะเป็นบริษัทด้านการแพทย์ เทคโนโลยีระบบประสาท เทคโนโลยีก่อสร้าง เกษตรเชิงสังเคราะห์ เทคโนโลยีจรวด ไมโครชิปปัญญาประดิษฐ์ ควอนตัมคอมพิวเตอร์ และกลุ่มนักลงทุนในไทย หรือเวนเจอร์แคปปิตอลหลายรายให้ความสนใจลงทุนใน Deep Tech Startup มากขึ้นแล้ว

 

UbiQD: ชู “ควอนตัมดอท”


Hunter McDaniel ผู้ก่อตั้ง และซีอีโอ UbiQD

Hunter McDaniel ผู้ก่อตั้ง และซีอีโอ UbiQD Deep Tech Startup ชั้นนำในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้พัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมดอทบนวัสดุต่างๆ เช่น กระจกและฟิล์มพลาสติก เป้าหมายคืออุตสาหกรรมการเกษตร อาคารและตึกสูงๆ ทั่วโลกที่กระจกรอบตัวอาคารสามารถเป็นแหล่งพลังงานได้

UbiQD ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Forbes Thailand ในโอกาสเดินทางมาร่วมงาน Techsauce Global Summit 2018 เมื่อเร็วๆ นี้ พวกเขาเป็นสตาร์ทอัพระดับ Series A ที่ได้รับเงินระดมทุนจากนักลงทุนในสหรัฐฯ มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ในระดับ 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จนถึง 15 ล้านเหรียญ เป็นผู้พัฒนาวัสดุจากเทคโนโลยีควอนตัมดอทที่ผ่านการรับรองจาก Los Alamos National Laboratory (LANL) หนึ่งในห้องปฏิบัติการวิจัยที่ใหญ่ที่สุดในโลกของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ

“ผู้ประกอบการหลายรายอาจมองว่า Deep Tech Startup ‘ยาก’ ซึ่งผมก็ว่ายากจริงๆ ไหนจะต้องเขียนแผนธุรกิจที่ต้องทำให้นักลงทุนสนใจ ...หากคุณจะเป็น Deep Tech Startup ข้อแรกคุณต้องมุ่งพัฒนาโปรดักส์ให้ลูกค้าชอบ จากนั้นหาพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจเก่งๆ มาช่วยทำให้เห็นว่าโปรดักส์หรือบริการของคุณทำให้โลกเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร แล้วค่อยเดินไปหานักลงทุน”


การทดสอบการผลิตกระแสไฟฟ้าจากกระจกหน้าต่างรุ่นโปรโตไทป์ของ UbiQD ใน Los Alamos (photo credit: lanl.gov)

ควอนตัมดอท คือ ผลึกนาโน (nanocrystal) เป็นผลึกอนุภาคที่มีขนาดเพียงระดับนาโนเมตร (2-10 นาโนเมตร) หรือ 10-50 อะตอม ลักษณะการใช้งานของควอนตัมดอทมีมากมาย ไม่เฉพาะแต่ในวงการเซมิคอนดักเตอร์เท่านั้น แต่ควอนตัมดอทยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในด้านอื่นได้อีกด้วย เช่น ใช้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ อุปกรณ์สื่อสารทางไกล เป็นต้น

ปัจจุบันตลาดใหญ่ของ UbiQD คืออุตสาหกรรมการเกษตรแถบยุโรป โดยเฉพาะในเรือนเพาะชำทางการเกษตร เทคโนโลยีควอนตัมดอทที่จดสิทธิบัตรเฉพาะของ UbiQD จะช่วยเพิ่มสเปกตรัมของแสงอาทิตย์เพื่อเพิ่มผลผลิต ควอนตัมดอทสามารถเปลี่ยนสเปรกตรัมแสงอาทิตย์ให้เหมาะกับการปลูกพืชแต่ละชนิด พืชจึงโตเร็วขึ้นและได้ผลผลิตมากขึ้นกว่าเดิม

อีกตลาดใหญ่ที่เน้นเป็นพิเศษ คือกระจกที่ใช้เทคโนโลยีควอนตัมดอททำหน้าที่ผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ ตอบโจทย์แนวโน้มเมืองแห่งอนาคต (smart city) ที่หลายๆ ประเทศทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ ขณะที่สเต็ปการโตต่อไปของ UbiQDคือ การขยายตลาดออกนอกสหรัฐฯ และยุโรป พุ่งเป้ามาที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย เพราะเป็นประเทศเกษตรกรรมขนาดใหญ่ และเป็นตลาดที่มีศักยภาพในเรื่องของเทคโนโลยี ซึ่งแน่นอนว่าเขาต้องหาพาร์ทเนอร์ผู้ผลิตกระจกหรือฟิล์มในไทยด้วย

 

CibusDX: แจ้งเกิด Food Safety


Craig Mosman ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ CibusDX 

อีกหนึ่ง Deep Tech Startup ในแถบ Silicon Valley ได้ชื่อว่าเป็น Deep Tech Startup ที่เชี่ยวชาญการตรวจเชื้อโรคที่ปนเปื้อนในอาหาร Craig Mosman ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ CibusDX ผู้พัฒนาระบบตรวจสอบความปลอดภัยในอาหาร สตาร์ทอัพระดับ Series A ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Forbes Thailand

“มันสำคัญมาก ที่เราควรมีระบบการตรวจสอบเชื้อโรคในอาหารที่ให้ผลแม่นยำเพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพของคน และส่งผลกระทบต่อธุรกิจอาหารทั้งระบบ”

Mosman ต้องการพัฒนาระบบตรวจจับและวิเคราะห์เชื้อโรคในอาหารได้อย่างเรียลไทม์ สามารถตรวจสอบเชื้อโรคใน “กุ้ง” โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งในฟาร์ม และอาหารสดประเภทอื่นๆ โดยผู้ที่อยู่ในซัพพลายเชนด้านอาหาร รวมถึงพ่อค้าคนกลาง คือเป้าหมายที่จะใช้ระบบนี้

เครื่อง CibusDX สามารถตรวจสอบเชื้อโรคในประเภท Listeria, Salmonella, และ E.Coli รวมถึงอาหารอื่นๆ ที่เป็นพาหะนำโรค และรู้ผลได้รวดเร็วภายใน 30 นาที จากปกติที่ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบมากกว่า 24-72 ชั่วโมง ระบบใช้เทคโนโลยีขั้นสูงด้านเคมีไฟฟ้าและเทคโนโลยีเฉพาะด้านวางบนแถบทดสอบ โดยเครื่อง CibusDX จะทำงานคล้ายๆ กับเครื่องวัดระดับน้ำตาลในเลือดไร้สาย ทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ซึ่งผลที่ได้จะถูกส่งอย่างเรียลไทม์ไปยังระบบควบคุมคุณภาพ ทำให้ผู้ผลิตอาหารสามารถตัดสินใจแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที


เครื่อง CibusDX สำหรับตรวจหาเชื้อโรค Listeria, Salmonella, และ E.Coli รู้ผลได้ภายใน 30 นาที

Mosman บอกว่า เส้นทาง Deep Tech Startup อย่างเขาไม่ง่ายเลย เพราะด้วยเทคโนโลยีที่ต้องผ่านการรับรองอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่ดูแลเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร

ทั้งนี้ ปัจจุบันภูมิภาคเอเชียก็เป็นเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ และเสาะหานักลงทุนที่อาจจะสนใจร่วมลงทุนด้วย บริษัทมีแผนที่จะเข้ามาตั้งบริษัทในไทยภายในปีนี้ พร้อมหาช่องทางการระดมทุนเพิ่มจุดเด่นของตลาดในประเทศไทยคือการเป็นฮับด้านอาหารของโลก ดังนั้นความปลอดภัยของอาหารจึงเป็นเรื่องสำคัญ

“ความท้าทายของ Deep Tech Startup คือ regulatory process ซึ่งเทคโนโลยีลักษณะนี้ต้องใช้เวลามาก รวมถึงต้องใช้ทุนไม่น้อย คุณต้องเจอกับคำถามจากนักลงทุนและพาร์ทเนอร์ ว่าระบบที่คุณพัฒนาใช้งานได้จริงหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องของความปลอดภัยเกี่ยวพันไปถึงเรื่องของสุขภาพ คุณต้องเข้าใจว่าการที่สตาร์ทอัพจะพัฒนาอะไรขึ้นมาสักอย่าง โดยเฉพาะ Deep Tech มันคือการเดิมพันอย่างหนึ่ง เพราะคุณอาจต้องใช้เวลาทดสอบโปรดักส์ของคุณนานกว่า 6 เดือน และในตอนจบมันอาจจะได้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมหรืออาจกลายเป็นหายนะก็ได้ เป็นความท้าทายที่ Deep Tech Startup ต้องเจอ” Mosman กล่าวทิ้งท้าย

 

“ต๊อบ” เถ้าแก่น้อย ตั้งกองทุนหนุน Deep Tech

อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ด แอนด์มาร์เก็ตติ้ง จาก “เถ้าแก่น้อย” ที่ทำรายได้ระดับ 5 พันล้านบาทต่อปี โตปีละ 15% ให้สัมภาษณ์ Forbes Thailand ว่าเขาเตรียมตั้งกองทุนของตัวเองขึ้นมาโดยใช้เงินลงทุนส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับเถ้าแก่น้อยเพื่อลงทุนใน Deep Tech Startup อย่างจริงจังในปี 2562 ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ Angel Investor เท่านั้น

เขามองว่า Deep Tech จะมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยพัฒนาอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่เขาเรียกว่าอุตสาหกรรมมือเปื้อน หรืออุตสาหกรรมด้านการเกษตร รวมถึงโรงงานผลิตสาหร่ายเถ้าแก่น้อยของเขาด้วย กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มใหญ่ที่ Deep Tech จะเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพได้มาก

“จะสร้าง Deep Tech ขึ้นมาได้อย่างไร ผมคิดว่ามันจะเป็นเรื่องของ AI, big data และ IoT ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้อุตสาหกรรมเกษตรมีศักยภาพเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล Deep Tech จะสำคัญเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคนทำธุรกิจต้องตามเทคให้ทัน และนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ ไม่เช่นนั้นเราจะกลายเป็นคนที่หลงโลก”


เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor

Update : 26 กันยายน 2561

View : 946


Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 238,460

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 71,064

3

ราคาทองคำไตรมาส 4 โอกาสลงมากกว่าขึ้น

Update : 19 พฤศจิกายน 2557

view : 40,632


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group