commentaries / SPECIAL REPORT

ภาพฝัน Smart City ของไทย ชีวิตในเมืองอัจฉริยะ

สารพัดคำใหม่ที่เราเริ่มได้ยินหนาหูในระยะหลัง หนึ่งในนั้นคือ ‘Smart City’ หรือ ‘เมืองอัจฉริยะ’ ที่ประเทศไทยประกาศนโยบายผลักดันให้เกิดขึ้นผ่านการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ เมื่อช่วงต้นปี 2561 แต่ Smart City ที่ว่านั้นเป็นอย่างไร และหลังจากขับเคลื่อนกันมาเกือบ 3 ไตรมาส เรามีอะไรที่คืบหน้าไปสู่เป้าหมายบ้าง

Smart City เป็นแนวทางพัฒนาเมืองที่หลายเมืองเริ่มต้นไปแล้วหลายปีก่อนหน้า โดยปี 2561 นี้มีสถาบันที่วัดดัชนีเกี่ยวกับความเป็นเมืองอัจฉริยะคือ IESE Business School ในสเปนทำการศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องและสรุปว่า New York สหรัฐอเมริกาคือเมืองอัจฉริยะที่ดีที่สุดในโลก เฉือนชนะ London ประเทศอังกฤษ แชมป์เก่าไปได้ 

 

ชีวิตในเมืองอัจฉริยะรอบโลก

สิ่งที่ New York พุ่งเป้าพัฒนาอย่างเข้มข้นคือเรื่องของการประหยัดทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ด้วยความเป็นเมืองใหญ่ที่มีประชากรกว่า 8.5 ล้านคน สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเรื่องจำเป็น 

New York Government ตัดสินใจปูพรมติดตั้งมิเตอร์น้ำอัจฉริยะที่รับส่งสัญญาณวิทยุได้ให้กับอสังหาฯ 8 แสนแห่ง ซึ่งอุปกรณ์นี้สามารถเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นบนมือถือของผู้อยู่อาศัยและตรวจสอบข้อมูลได้ 4 ครั้งต่อวัน ฟังดูเหมือนเกินความจำเป็น แต่จริงๆ แล้วอสังหาฯ นั้นมักจะมีปัญหาน้ำรั่วโดยไม่รู้ตัว แถม New York ยังออกข้อบังคับควบคุมอาคารให้นำน้ำฝนกลับมาใช้ใหม่ในอัตราที่กำหนดด้วย

New York ยังใช้เทคโนโลยีกับการจัดการขยะ เมืองนี้มีถังขยะอัจฉริยะชื่อ The BigBelly ที่ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับปริมาณขยะในถัง เพื่อนำข้อมูลมาบริหารจัดการรอบเวลาและเส้นทางการเก็บขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการออกรถไปเก็บขยะทั้งที่ขยะยังไม่เต็มถังซึ่งทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน ขณะเดียวกันก็ไม่เก็บน้อยเกินไปจนทำให้ถังขยะล้น


The BigBelly ถังขยะติดตั้งเซ็นเซอร์แสดงปริมาณขยะที่ส่งข้อมูลออนไลน์ไปยังแพลตฟอร์มบริหารจัดการได้ (photo credit: greenwheaton.org)

ในขณะที่ สิงคโปร์ เมืองอัจฉริยะอันดับ 6 ของโลกโดย IESE Business School เน้นพัฒนาการขนส่งที่สะดวกสบาย ผ่านแอพพลิเคชั่น MyTransport.SG ที่บอกเส้นทางเดินรถและตารางเดินรถไว้ทั้งหมด ขนส่งมวลชนที่ตรงเวลาทำให้คนเมืองวางแผนชีวิตได้ง่ายและประหยัดเวลา ส่วนก้าวต่อไปของสิงคโปร์คือการใช้เทคโนโลยีรองรับสังคมผู้สูงอายุของประเทศ ด้วยแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวกับสุขภาพจำนวนมาก และมองไปถึงยานยนต์ไร้คนขับแล้วเพื่อให้ผู้สูงอายุเดินทางสะดวก

อีกหนึ่งเมืองอัจฉริยะ Reykjavik เมืองหลวงของไอซ์แลนด์ กระโดดขึ้นมาเป็นอันดับ 5 ของทำเนียบ โดยรัฐได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานของการติดต่อสื่อสารอย่างการวางสายไฟเบอร์โครงข่ายอินเทอร์เน็ตครอบคลุมครัวเรือน 100% ด้วยความเร็วสูงถึง 500 เมกะบิตต่อวินาที และมีนโยบายลดใช้พลังงานโดยกระตุ้นให้ประชาชนใช้รถเมล์มากขึ้น ผ่านแอพพลิเคชั่น Straeto ที่ช่วยคำนวณหาเส้นทางรถเมล์ที่ดีที่สุดที่ควรใช้ นอกจากนั้นยังร่วมมือกับบริษัท Zipcar และ ON Power เพื่อสนับสนุนแอพฯ ร่วมเดินทาง (Ride Sharing) ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวบนท้องถนน

 

Smart City คืออะไรกันแน่?

จากตัวอย่างเมืองอัจฉริยะทั้งหมดจะเห็นได้ว่าแต่ละเมืองไม่ได้เดินตามแผนเดียวกันแบบก้าวต่อก้าว แต่ยังมีพื้นฐานบางอย่างที่คล้ายคลึงกัน โดย ผศ.ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวบนเวที Delta Future Industry Summit 2018 เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 61 ว่า Smart City คือเมืองที่ได้รับการบริหารจัดการด้วยนวัตกรรม

นวัตกรรมที่นำมาปรับใช้กับเมืองอัจฉริยะจะทำให้เมืองมีประสิทธิภาพขึ้นทุกด้าน ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

A post shared by Forbes Thailand Magazine (@forbesthailand) on

ผังเมืองและการจราจรเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เมืองควรพัฒนาเพื่อให้เป็น Smart City ที่มีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างการจัดการ เช่น Barcelona ประเทศสเปน อ่านเรื่องผังเมือง The Eixample ได้ใน Instragram@forbesthailand ด้านบน

เมื่อลงลึกไปในการจัดการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้เมืองมีประสิทธิภาพ รัฐจึงต้องจัดการวางโครงสร้างสาธารณูปโภคจำเป็นให้ครอบคลุมทั่วทั้งเมือง ไม่ว่าจะเป็นประปา ไฟฟ้า การจัดจราจร การจัดการขยะ ไฟทางสาธารณะ ระบบสื่อสาร ฯลฯ 

และเมื่อต้องบริหารให้มีประสิทธิภาพก็จะต้องรู้ข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์ได้ทันท่วงที เป็นที่มาของเทคโนโลยี Big Data ที่มักจะนำมาปรับใช้กับเมืองอัจฉริยะ นำไปสู่การพัฒนาอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) ใช้ในเมืองเพื่อเป็นจุดเชื่อมโยงส่งต่อข้อมูลให้ผู้บริหารเมือง

 

ประเทศไทยอยู่ตรงไหนในทำเนียบเมืองอัจฉริยะ

แน่นอนว่าในทำเนียบ 50 อันดับ Smart City ของ IESE Business School นั้นยังไม่มีเมืองไหนของไทยที่ติดอันดับ แต่ไม่ใช่ว่าเรายังไม่ได้ทำอะไร เพราะประเทศไทยมีการจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ มี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง เป็นประธาน และให้นิยามของเมืองอัจฉริยะแบบไทยมาแล้วว่า เป็นเมืองที่ “ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลหรือนวัตกรรมที่ทันสมัยและชาญฉลาดในการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ การบริหารจัดการเมือง การลดค่าใช้จ่ายและการใช้ทรัพยากร”

พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวบนเวที Delta Future Industry Summit 2018 ว่า โครงการเมืองอัจฉริยะเป็นโครงการหนึ่งในนโยบาย Thailand 4.0 

โดยรัฐแบ่งการพัฒนาเมืองอัจฉริยะออกเป็น 6 ส่วน คือ ด้านเศรษฐกิจ ระบบขนส่งและสื่อสาร พลังงานและสิ่งแวดล้อม ระบบบริหารภาครัฐ พลเมือง และการดำรงชีวิต ซึ่งไม่จำเป็นว่าในเมืองต้องพัฒนา 6 ส่วนพร้อมกัน แต่ควรจะเลือกจุดสำคัญที่ต้องการพัฒนาก่อน โดยมาจากความเห็นของคนในชุมชน

“คนในชุมชนต้องมีส่วนร่วม เขาต้องเป็นคนบอกว่าชุมชนเขาต้องการพัฒนาอะไรก่อน และในเรื่องการปฏิบัติ เราอยากเห็นบริษัทยักษ์ใหญ่ไปจนถึงสตาร์ทอัพมาช่วยกันพัฒนานวัตกรรมให้เกิดขึ้น” พันธ์ศักดิ์ชี้วิสัยทัศน์ของรัฐบาล

 

เริ่มที่ 7 เมืองใหญ่ ปลายทางคือ 77 จังหวัด

ปัจจุบันรัฐได้ส่งเสริมจังหวัดนำร่องเมืองอัจฉริยะแห่งแรกที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งจังหวัดนี้เลือกที่จะมุ่งเป้าพัฒนาไปที่การท่องเที่ยวอันเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจก่อน 

มนต์ทวี หงษ์หยก กรรมการบริหาร บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด หนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงจากภาคเอกชนที่มีส่วนร่วมกับโครงการเมืองอัจฉริยะของภูเก็ต กล่าวว่า ภูเก็ตมีความคืบหน้าไปมาก ผ่านการดำเนินการของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ที่เร่งติดตั้ง Wi-Fi สาธารณะฟรีทั่วเมือง 1,000 จุดเรียบร้อยแล้ว 

ส่วนภูเก็ตพัฒนาเมืองได้ผลักดันให้เกิด Phuket Smart Bus รถประจำทางเส้นทางวิ่งสนามบินภูเก็ต-หาดราไวย์ จำนวนรถ 10 คัน ซึ่งช่วยแก้ปัญหาให้นักท่องเที่ยวในการเดินทาง หลังจากดำเนินการมากว่า 7 เดือนได้รับผลตอบรับที่ดี และบริษัทกำลังพิจารณาจะเพิ่มเส้นทางใหม่ๆ 


ภูเก็ต สมาร์ท บัส เส้นทางวิ่งสนามบินภูเก็ต-หาดราไวย์ ติดตั้ง Wi-Fi ฟรี ช่อง USB สำหรับชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้า ชำระเงินด้วยบัตรแรบบิท การ์ด บริการทุก 30-45 นาที ตั้งแต่เวลา 06.00-20.00น. ค่าโดยสาร 50-170 บาท (photo credit: khaophuket.com)

นอกจากนี้บริษัทยังมีความร่วมมือกับ แรบบิท การ์ด เพื่อดึงดูดให้ร้านค้าในเมืองภูเก็ตติดตั้งเครื่องรับแรบบิท การ์ดในร้าน มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการชำระเงินแบบไร้เงินสดในจังหวัด

“เรายังกำลังจัดทำข้อมูลต่างๆ เพื่อจะเป็นฐานข้อมูลระดับ Big Data ใช้สำหรับวิเคราะห์ในอนาคต เช่น รวบรวมภาพถ่ายทางอากาศเพื่อศึกษาจัดทำ Master Plan ระบบขนส่งสาธารณะทั้งจังหวัด โดยเราร่วมกับพันธมิตรหลายฝ่ายมาก เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น” มนต์ทวีกล่าว

ผู้ช่วยรัฐมนตรี พันธ์ศักดิ์ ยังกล่าวด้วยว่า ล่าสุดโครงการเมืองอัจฉริยะนำร่องได้ขยายออกไปอีก 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น กรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง (3 เมืองหลังคือจังหวัดในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC) และยังประกาศว่ารัฐมีเป้าหมายจะให้ทั้ง 77 จังหวัดของไทยเป็น Smart City ภายใน 5 ปี

นับเป็นเป้าหมายที่ท้าทายอย่างยิ่งที่จะรวมทุกองคาพยพให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางของ Smart City ภายในกรอบระยะเวลาอันจำกัดเช่นนี้

 

แหล่งที่มา


พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer

Update : 21 กันยายน 2561

View : 757




vdo

Forbes Thailand Forum 2018: The Next Tycoons

Update : 27 กรกฎาคม 2561

View : 1,634

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 237,029

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 70,734

3

ราคาทองคำไตรมาส 4 โอกาสลงมากกว่าขึ้น

Update : 19 พฤศจิกายน 2557

view : 39,507


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group