commentaries / SPECIAL REPORT

เปิดโผ 10 หลักสูตรเสริมแกร่ง ส่งผู้ประกอบการไทยก้าวไกล

ความท้าทายของผู้ประกอบการในปัจจุบัน คือการเผชิญหน้ากับการแข่งขันอย่างเสรีทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก อีกทั้งต้องเจอกับกระแส digital disruption ที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างเข้มข้นกับธุรกิจ 

หลายมหาวิทยาลัยจึงออกแบบหลักสูตรต่างๆ มารองรับเทรนด์และการเปลี่ยนแปลง ที่เกิดขึ้นเพื่อผู้ประกอบการสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ รับมือ และวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจได้อย่างทันท่วงที 

โดยส่วนใหญ่แล้วคอร์สที่มหาวิทยาลัยเปิดสอนจะเกี่ยวกับด้านการบริหาร อันเป็นหลักพื้นฐานสำคัญที่ต้องรู้ในการทำธุรกิจ ซึ่งเนื้อหาหลักสูตรที่เข้มข้นจะช่วยเสริมเขี้ยวเล็บให้ผู้ประกอบการเข้าใจและมีความจัดเจนด้านธุรกิจมากขึ้น 

สำหรับคอร์สด้านบริหารธุรกิจ มี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เปิดหลักสูตร Global Mini MBA ตามแนวการศึกษาด้านการบริหารธุรกิจสากลทั่วไป แล้วปรับให้สอดคล้องกับบริบทของไทย วิชาที่เรียนเช่น Entrepreneurial Strategy, Leadership and Managing Change in Challenging Times, The World of Entrepreneurs and Business Modeling 

ส่วนหลักสูตรฮอตฮิตที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ประกอบการคือด้านการตลาด ซึ่งทาง สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) มีหลักสูตร Executive Mini Marketing ที่สอนตั้งแต่ภาพรวมของแนวทางกลยุทธ์การตลาดในศตวรรษที่ 21 และเสริมความเข้มข้นกับวิชาต่างๆ อย่างการจัดทำแผนการตลาด การวิจัย การตลาดเพื่อการตัดสินใจ การจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า เป็นต้น 

ยังมีหลักสูตรที่ออกแบบมาเฉพาะทางโดยอิงตามเทรนด์และความต้องการของตลาดมากที่สุดเพื่อเจาะลึกองค์ความรู้ด้านนั้นๆ ให้ผู้เรียนได้รู้ลึกและรู้จริงอย่างถึงแก่น ดังหลักสูตร Expert on China (EOC) ของ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่เล็งเห็นว่ามีคนไทยจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ซึ่งให้ความสนใจลงทุนทำการค้าในประเทศจีน 

ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ฉายภาพว่า การเข้าไปจับธุรกิจกับคนจีนให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายนั้นต้องมีการศึกษาและ มองตลาดอย่างรอบคอบ

“หลักสูตรนี้จึงจะทำให้คนไทยเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าคนจีนคิดอย่างไร รวมถึงเรื่องราว การทำการค้า วัฒนธรรม และเทคโนโลยีต่างๆ ของจีน ซึ่งหากนักธุรกิจไทยรู้สิ่งเหล่านี้แล้ว จะเข้าใจความเป็นจีนมากขึ้น ทำให้การค้าขายราบรื่น เหมือนรู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” 


ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

คอร์ส EOC จะเรียนในรูปแบบการสัมมนาและเวิร์กช็อปเป็นเวลา 4 เดือน มีทั้งหมด 28 หัวข้อการเรียน โดยกูรูที่มาร่วมบรรยายล้วนเป็นคนคุณภาพที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง อาทิ ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร เลขาธิการหอการค้าไทยในจีน, รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการ ปัญญาภิวัฒน์, จุลจักร กำลังแพทย์ ซีอีโอ แบรนด์ NEOU ที่เจาะตลาดจีนด้วยยอดขาย 240 ล้านบาทใน 4 เดือน, Xijun Zhu กรรมการผู้จัดการ China Railway Construction (Southeast Asia) และ คฑา ชินบัญชร ซินแสผู้เชี่ยวชาญศาสตร์จีนระดับท็อปของไทย เป็นต้น

หลักสูตรนี้ยังเน้น การสร้าง Business Connection ในชั้นเรียน พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายของนักธุรกิจในจีนให้อีกด้วย รวมถึงมีการ matching โดยจะพาผู้เรียนไปจับคู่กับนักธุรกิจที่ประเทศจีนโดยตรง 

อีกหลักสูตรที่สอดรับกับการทำธุรกิจในยุคดิจิทัล คือ หลักสูตรพัฒนาการใช้สื่อดิจิทัลเชิงสร้างสรรค์ หรือ DEF (Digital Edge Fusion) ของ มหาวิทยาลัยศรีปทุม มีผู้ออกแบบหลักสูตรคือ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้ก่อตั้ง TARAD.com และ บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ มือการตลาดของบาร์บีคิวพลาซ่า


ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้ก่อตั้ง TARAD.com

ภาวุธให้ข้อมูลว่า หลักสูตร DEF เน้นการเรียนรู้และปฏิบัติจริงระหว่างผู้เรียนกับชุมชน ด้วยการแบ่งผู้เรียนเป็นทีม โดยมีโจทย์ให้พวกเขาไปช่วยยกระดับสินค้าโอท็อปของชุมชนให้ก้าวไปเป็นสินค้าออนไลน์แล้วทำให้เกิดยอดขายมากที่สุด ซึ่งเริ่มต้นจะปูพื้นฐานก่อนทั้งความรู้เกี่ยวกับอี-คอมเมิร์ซพร้อมทักษะอื่นๆ ที่ต้องใช้งานประกอบกัน อย่างการถ่ายภาพ การถ่ายวิดีโอ

“สิ่งที่ทุกทีมต้องทำคือการสร้างเว็บไซต์ โดยจะวัดผลเป็นรายสัปดาห์ว่าแต่ละทีมมี ยอดขายเท่าไร และปรับกลยุทธ์อย่างไรเพื่อต่อสู้กับทีมอื่น ระหว่างนั้นเราจะสอดแทรกเทคนิคต่างๆ ของการขายของออนไลน์ การทำไวรัลมาร์เก็ตติ้ง การทำวิดีโอที่สามารถสร้างยอดแชร์สูงๆ เรียกได้ว่าเป็นการปฏิบัติจริงไปพร้อมกับองค์ความรู้ที่เพิ่มขึ้น” 

ในส่วนวิทยากรที่มาประจำการหลักสูตร DEF มาจากหลากหลายวงการ เช่น กรณ์ จาติกวณิช, ชานนท์ เรืองกฤติยา, อริยะ พนมยงค์, บอย-ชีวิน โกสิยพงษ์ นอกจากนั้น ทางหลักสูตรจะพาผู้เรียนไปดูงานที่ Facebook และ Google ประเทศสิงคโปร์ เพื่อเรียนรู้นวัตกรรมใหม่ระดับโลก

 

ต่อยอดความรู้สู่เส้นชัย 

ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว อินทิรานี ขันทอง ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เทียร่า ขันทอง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ตัดสินใจผันตัวเองจากเจ้าหน้าที่ด้านการศึกษาของ UNESCO มาทำธุรกิจส่วนตัว โดยเริ่มต้นด้วยการเข้าร่วมอบรมหลักสูตร Genius Academy ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เน้นพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ซึ่งจากการเข้าร่วมหลักสูตรนี้ได้นำไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์เทียนหอมเทียร่า รานี เมื่อกลางปี 2560 


อินทิรานี ขันทอง ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เทียร่า ขันทอง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด

อย่างไรก็ตาม เพราะต้องการสร้างธุรกิจที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในสังคม จึงปรับแนวทางธุรกิจสู่การเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม พร้อมกับเข้าอบรม หลักสูตรผู้บริหารวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Entrepreneurship and Management: SEM) ของ มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือการปรับรูปแบบการรับซื้อวัตถุดิบในการทำผลิตภัณฑ์ให้มาจากบริษัทที่ส่งเสริมเกษตรกรโดยตรง อีกทั้งมีการวางแผนอย่างเป็นรูปธรรมสำหรับการนำส่วนหนึ่งของรายได้ไปสนับสนุนสังคม

“เมื่อมาเรียนหลักสูตรนี้ก็ทำให้เราจัดระบบความคิดได้ดีกว่าเดิม...เหมือนเราได้โมเดลธุรกิจใหม่เลย”

ขยับมาที่อีกหนึ่งบุคคลซึ่งได้เข้าร่วมติดอาวุธในหลักสูตรสำหรับผู้ประกอบการ คือ อภิธา วัลลภศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและกิจกรรม โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเอ็นคอนเส็ปท์ ซึ่งเขาเป็นผู้เรียนรุ่นที่ 2 ของ หลักสูตรผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation Driven Entrepreneurship: IDEA) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

การตัดสินใจเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรนี้ เพราะอภิธาต้องการรีเช็กตัวเองว่ายังอิงกับกรอบความคิดธุรกิจแบบเดิมๆ  หรือไม่ แล้วยังมีประเด็นและเทรนด์ธุรกิจใดบ้างที่หลุดรอดสายตาไป

“เหมือนเป็นการตรวจสอบว่าเรายังมีข้อบกพร่องตรงไหน เพื่อรีบลุกขึ้นมาอุดรูรั่ว”


อภิธา วัลลภศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและกิจกรรม โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเอ็นคอนเส็ปท์

หลังเรียนจบคอร์ส IDEA อภิธาได้เข้ามาจัดระบบการทำงานภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ปรับลักษณะการทำงานให้มีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิม ไม่ยึดติด business process ที่เคยทำมาก่อน

“การให้โจทย์ในการทำงาน จะไม่ใช่เป็นเรื่องที่พนักงานมองว่าต้องทำผลงานเอาชนะทีมอื่นอีกต่อไปแล้ว แต่เราทำให้ทุกคนกลับมาคิดร่วมกันและทำงานร่วมกันว่า business process ที่กำลังทำอยู่นั้นสามารถช่วยเหลือลูกค้าได้มากน้อยแค่ไหน และควรพัฒนาอะไรเพิ่มเติม ซึ่งเมื่อเราเข้ามาปรับ mindset ของเขา ก็ทำให้เกิดการ synergy ในทีม ส่งผลให้การทำงานไปได้เร็วขึ้น”

ทั้งนั้น จากการเข้าร่วมคอร์สครั้งนี้ อภิธามองว่าด้วยกลุ่มผู้เรียนมีหลายช่วงอายุ มาจากหลากกลุ่มอุตสาหกรรม ทำให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้แลกเปลี่ยนมุมมองที่หลากหลาย และเกิด indirect idea จากอุตสาหกรรมที่เพื่อนๆ อยู่

“ตัวเราและเพื่อนสามารถเป็นที่ปรึกษาให้กันและกัน หรือถ้าเพื่อนบอกว่าอุตสาหกรรมนี้แก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ คนที่คิดทันก็สามารถนำกรณีศึกษาจากเขามาแก้ปัญหาในองค์กรตัวเองได้เหมือนกัน นอกจากนี้ จะมีกรณีที่เป็นบุพเพสันนิวาส คือ บังเอิญมาเจอกันแล้วจับคู่กันทำ business matching ทำให้เกิดการต่อยอดทางธุรกิจ หรือกลายเป็น business model ใหม่ๆ ก็ได้”

เพราะการเข้าร่วมหลักสูตรสำหรับผู้ประกอบการ ไม่เพียงแต่จะได้แนวคิด องค์ความรู้ และเครื่องมือต่างๆ สำหรับขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต แต่ยังได้ connection ที่จะทำให้ผู้ประกอบการมีเครือข่ายที่กว้างขวาง เพิ่มโอกาสทางการค้า และโลดแล่นอยู่บนสมรภูมิธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่ง  

 

 เรื่อง: Panchalee P. 


คลิกอ่านฉบับเต็มของ "หลักสูตรเสริมแกร่ง ส่งผู้ประกอบการไทยก้าวไกล" ได้ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับ มิถุนายน 2561 ในรูปแบบ e-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 14 กันยายน 2561

View : 934


Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 238,457

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 71,061

3

ราคาทองคำไตรมาส 4 โอกาสลงมากกว่าขึ้น

Update : 19 พฤศจิกายน 2557

view : 40,630


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group