commentaries / INVESTMENT OUTLOOK

ผลดำเนินงานยังสนับสนุนตลาดหุ้น แต่ยังต้องจับตาความเสี่ยงปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศ

ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2561 ตลาดได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับประเด็นสงครามการค้าลดลง และหันไปสนใจในด้านปัจจัยพื้นฐานมากขึ้ัน เนื่องจากมีการประกาศผลดำเนินงานไตรมาส 2/2018 ของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาเติบโตค่อนข้างดีในเกือบทุกภูมิภาคโดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่บริษัทในดัชนี S&P500 ประกาศผลดำเนินงานแล้วเกือบทั้งหมด กำไรเติบโตราว +24.6% YoY นับเป็นการเติบโตที่สูงที่สุดตั้งแต่ไตรมาส 3/2010 กำไรในไตรมาสนี้หนุนโดยกลุ่มพลังงานและเทคโนโลยีเป็นหลัก

บริษัทจดทะเบียนประกาศกำไรดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ราว 5% โดยบริษัทจำนวน 79% ประกาศกำไรดีกว่าคาด ซึ่งกำไรที่ออกมาดีนั้นไม่ได้เป็นผลมาจากการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเพียงอย่างเดียว ด้านยอดขายก็เติบโตได้ดีราว +10% YoY มากกว่าที่ตลาดคาด 1% สะท้อนถึงกำลังซื้อที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้บริษัทจดทะเบียนได้ลงทุนเพิ่มขึ้น Capex +24% YoY มากกว่าไตรมาส 1 ที่ +21% YoY ซึ่งนับเป็นการลงทุนที่มากที่สุดตั้งแต่ปี 2011

ด้านยุโรปประกาศกำไรออกมาน้อยกว่าที่ตลาดคาดเล็กน้อย แต่โดยรวมกำไรยังเติบโตได้ดีอยู่ราว +7.7% YoY ส่วนประเทศที่พัฒาแล้วอีกประเทศ คือญี่ปุ่น ประกาศกำไรออกมาเติบโต +13.8% YoY และดีกว่าที่ตลาดคาด ส่วนตลาดเกิดใหม่อย่างจีนจะเริ่มประกาศในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2561 โดยนักวิเคราะห์คาดว่ากำไรของบริษัทในจีนทั้งหมดจะเติบโตราว +18.0% YoY

สำหรับประเทศไทยเริ่มประกาศงบการเงินกลุ่มธนาคารดีกว่าคาด ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2561 โดยกำไรของกลุ่มธนาคารเติบโต +14% YoY มากกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งเป็นผลมาจากการกันสำรองลดลงและการปล่อยสินเชื่อที่เติบโตขึ้น ประกอบกับการเลื่อนบังคับใช้มาตรฐานบัญชีฉบับใหม่จากปี 2019 เป็น 2020 หนุนให้ SET Index ปรับเพิ่มขึ้นราว 7%

แนวโน้มตลาดหุ้นยังมีโอกาสผันผวนช่วงเดือน สิงหาคม - กันยายน 2561 ถึงแม้ว่าภาพรวมผลการดำเนินงานจะออกมาดีหนุนตลาดหุ้นในช่วงเดือน สิงหาคม - กันยายน 2561 ให้ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับเพิ่มขึ้น +3.5% ตั้งแต่เริ่มมีการประกาศงบการเงินในช่วงต้น กรกฎาคม จนถึง 9 สิงหาคม แต่หลังจากหมดแรงหนุนจากผลดำเนินงานแล้วตลาดหุ้นมีโอกาสกลับมาผันผวนอีกครั้งในตั้งแต่ช่วงกลางเดือน สิงหาคม - กันยายน 2561 โดยปัจจัยที่ต้องติดตามดังนี้


●    การเคลื่อนไหวของค่าเงินกลุ่ม Emerging Market โดยเฉพาะประเด็นการเมืองระหว่างตุรกี และ สหรัฐฯ ที่นำไปสู่ความผันผวนของค่าเงิน Turkish Lira (ในช่วง 9 ส.ค. - 14 ส.ค. ค่าเงินดังกล่าวอ่อนค่าราว 20% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ)  หากอิงตามปัจจัยพื้นฐานประเมินว่าความเสี่ยงตุรกีจะเป็นความเสี่ยงเฉพาะประเทศ การอ่อนค่าของค่าเงิน Lira มาจากพื้นฐานของประเทศเองที่มีความเปราะบางอยู่แล้ว อาทิ ดุลบัญชีเดินสะพัดที่ขาดดุลสูงถึง 5.5% ของ GDP ในขณะที่กลุ่ม ประเทศ Emerging อื่นๆมีปัจจัยพื้นฐานดีกว่าโดยเฉพาะกลุ่ม Emerging Asia

●    ประเด็นสงครามการค้าที่ยังไม่นิ่ง โดยในวันที่ 5 กันยายน 2561 จะมี Public hearing ในประเด็นการเก็บภาษีสินค้านำเข้ามูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในอัตรา 25% ในเบื้องต้นยังให้น้ำหนักการเจรจาระหว่าง 2 ประเทศ อย่างไรก็ดี หากไม่มีการเจรจาคาดว่าจะเริ่มบังคับกฏหมาย ก่อนการเลือกตั้งสหรัฐฯในเดือน พฤศจิกายน


กันติพัฒน์ วงศ์สุคนธ์
Head of Wealth Advisory บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทิสโก้

Update : 22 สิงหาคม 2561

View : 687




vdo

Forbes Thailand Forum 2018: The Next Tycoons

Update : 27 กรกฎาคม 2561

View : 1,693

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 237,282

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 70,762

3

ราคาทองคำไตรมาส 4 โอกาสลงมากกว่าขึ้น

Update : 19 พฤศจิกายน 2557

view : 39,544


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group