commentaries / INVESTMENT OUTLOOK

TTPHD ประเดิม Primary Listing ระดมทุนผลิตไฟฟ้ารองรับ เมียนมา

ทีทีซีแอล พาวเวอร์ โฮลดิ้ง เตรียมเข้าจดทะเบียน SET เร็วสุดปลายปีนี้ ด้วยเกณฑ์ Primary Listing หวังนำเงินระดมทุนเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า รองรับความต้องการใช้ไฟในเมียนมา

แม้เดิม บริษัท ทีทีซี พาวเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TTPHD จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศสิงคโปร์เมื่อปี 2556 เพื่อประกอบธุรกิจถือหุ้นในบริษัทอื่นที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า และเคยมีวัตถุประสงค์ที่จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX) อย่างไรก็ตาม จากการทบทวนแผนการเข้าตลาดครั้งนี้ TTPHD ตัดสินใจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

กอบชัย ธนสุกาญจน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหารสายงานการเงินและบัญชี บริษัท ทีทีซีแอล (TTCL) จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ เปิดเผยว่า การนำ TTCL Power Holding Pte. Ltd. (TTPHD) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า เข้าจดทะเบียนในตลาด SET เป็นส่วนหนึ่งในแผนระดมทุนสร้างโรงไฟฟ้าโครงการ Ahlone เฟส 2 ขนาด 356 เมกะวัตต์ (MW) ในประเทศเมียนมา

โดยกระบวนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้น เร็วที่สุดภายในเดือนพฤศจิกายน 2561 และช้าสุดตามกรอบระยะเวลาจะอยู่ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2562

“สาเหตุที่เลือกเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแม้ว่าก่อนหน้านี้เคยมีเป้าหมายที่จะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ เนื่องจากเชื่อมั่นว่าการเข้าจดทะเบียนที่นี่จะให้ผลดีแก่บริษัทมากกว่า และที่ผ่านมาก็ได้ปรึกษากับตลาดหลักทรัพย์ฯ มาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่มาของการเข้าตลาดฯ ด้วยเกณฑ์บริษัทข้ามชาติ หรือ Primary Listing ซึ่งนับว่า TTPHD จะเป็นบริษัทแรกที่เข้าจดทะเบียนด้วยเกณฑ์นี้”

กอบชัยกล่าวว่าวัตถุประสงค์หลักของการเข้าระดมทุนใน SET ของ TTPHD เพื่อนำเงินลงทุนในโครงการ Ahlone เฟส 2 ที่มีมูลค่าลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท (360-380 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) โดยมีสัดส่วนแหล่งเงินทุนประกอบด้วย เงินกู้ 70% และส่วนทุน 30% ซึ่งในส่วนเงินกู้นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับธนาคารหลายแห่งทั้งในและต่างประเทศซึ่งติดต่อเข้ามาหลายราย ขณะที่ส่วนเงินทุนจะมาจากการระดมทุนในครั้งนี้เป็นหลักโดยการก่อสร้างโรงไฟฟ้า Ahlone เฟส 2 คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ปลายปี 2562 และเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าหรือ COD (Commercial Operation Date) ได้ในปลายปี 2564 หรือต้นปี 2565

ทั้งนี้ TTPHD จะขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ในสัดส่วน 40% ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วทั้งหมดโดยจะให้สิทธิในการจองซื้อแก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทแม่ ตามสัดส่วนการถือหุ้น (pre-emptive right) ไม่น้อยกว่า 20% ซึ่งที่ปรึกษาทางการเงินประเมิน P/E อ้างอิงของธุรกิจโรงไฟฟ้าในตลาดหุ้นอยู่ที่ 15 เท่า และบริษัทจะให้ส่วนลดประมาณ 25% ในการเสนอขายหุ้นไอพีโอ

ปัจจุบัน TTPHD มีโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมกังหันก๊าซฯ 121 เมกะวัตต์ที่เปิดดำเนินการมาแล้ว 4 ปี โดยมีกำไรสุทธิในปี 2560 อยู่ที่ 277 ล้านบาท ลดลงจากปี 2559 ที่มีกำไร 305 ล้านบาท เนื่องจากมีการปิดซ่อมโรงไฟฟ้าบางส่วน และยังมีโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่ประเทศญี่ปุ่น 20-25 เมกะวัตต์ คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2563

กอบชัยกล่าวเพิ่มว่าความน่าสนใจของการเข้าลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าในประเทศเมียนมานั้นยังมีอีกมาก เนื่องจากตั้งแต่รัฐบาลเมียนมา ประกาศนโยบายปฎิรูปการเมืองและเศรษฐกิจในปี 2555 เพื่อนำไปสู่การเปิดประเทศ ส่งผลให้เศรษฐกิจเมียนมาขยายตัวอย่างรวดเร็วโดยรัฐบาลเมียนมาได้เร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อรองรับการขยายตัวทางการค้าและการลงทุนรวมทั้งการบริโภคในประเทศที่เพิ่มขึ้นตามกำลังซื้อที่สูงขึ้น

ขณะเดียวกัน ยังได้อานิสงส์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าในเมียนมาที่อยู่ในสถานการณ์ over demand โดยปัจจุบันการผลิตกระแสไฟฟ้าในเมียนมาส่วนใหญ่มาจากพลังงานน้ำของเมียนมา ซึ่งการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานน้ำมีความไม่แน่นอนและได้รับผลกระทบจากการขาดแหล่งเก็บน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้า ส่งผลให้เมียนมาต้องเผชิญกับปัญหากระแสไฟฟ้าดับบ่อยครั้ง ประกอบกับการผลิตไฟฟ้าจากการใช้เชื้อเพลิงน้ำมันมีต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูง และปริมาณน้ำมันที่ผลิตได้จากแหล่งเชื้อเพลิงในเมียนมาเริ่มลดลง

และจากการสำรวจข้อมูลของ Japan International Corporation Agency (JICA) ในโครงการจัดทำแผนแม่บทไฟฟ้าแห่งชาติ ประเทศเมียนมา ซึ่งดำเนินการในปี 2557 มีการประมาณความต้องการใช้กระแสไฟฟ้าของเมียนมาโดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 1,874 เมกะวัตต์ในปี 2555 เป็น 4,531 เมกะวัตต์ในปี 2563 และจะเพิ่มเป็น 14,542 เมกะวัตต์ในปี 2573

สำหรับภาวะการแข่งขันในประเทศเมียนมา TTPHD เชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัท เนื่องจากมีประสบการณ์ยาวนานในการทำธุรกิจโรงไฟฟ้าในเมียนมา รวมถึงประสบการณ์ในประเทศญี่ปุ่นซึ่ง TTPHD ได้เข้าไปทำธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยปัจจุบันมีผู้ผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับจำหน่ายให้เมียนมาหลัก 4 ราย ประกอบด้วยบริษัทจากยุโรป 1 ราย บริษัทจากประเทศจีน 2 ราย และ TTPHD

โอกาสการเติบโตในระยะ 3-5 ปีจากนี้ ยุทธศาสตร์สำคัญของ TTPHD ยังเป็นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่เศรษฐกิจกำลังเติบโต หลายประเทศในภูมิภาคนี้ อาทิ เมียนมา อินโดนีเซีย มาเลเซีย รวมถึงประเทศไทย เป็นเป้าหมายของเม็ดเงิน ลงทุนโดยตรงจากนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งการที่จะสร้างความน่าสนใจในการเข้าลงทุน จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้ออำนวย


คลิกอ่าน Forbes Thailand ฉบับพิเศษ "WEALTH MANANAGEMENT & INVESTING 2018" ในรูปแบบ e-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 22 สิงหาคม 2561

View : 1,036




vdo

Forbes Thailand Forum 2018: The Next Tycoons

Update : 27 กรกฎาคม 2561

View : 2,543

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 238,313

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 71,033

3

ราคาทองคำไตรมาส 4 โอกาสลงมากกว่าขึ้น

Update : 19 พฤศจิกายน 2557

view : 40,538


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group