commentaries / CONTRIBUTOR

ทางแยกที่ท้าทายของเศรษฐกิจยุโรป

ในที่สุดธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ก็พิจารณากำหนดเวลาเริ่มคุมเข้มนโยบายการเงินตามหลังสหรัฐฯ ด้วยการประกาศจะยุติมาตรการเข้าซื้อพันธบัตร (Asset Purchase Program: APP) ภายในสิ้นปีนี้ แต่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิมอย่างน้อยจนถึงกลางปีหน้า

เป็นที่ทราบกันดีว่า ECB ตั้งเป้าอัตราเงินเฟ้อที่ 2% ซึ่งตัวเลขล่าสุดอยู่ที่ 1.9% หลักๆ มาจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน ทำให้ราคาสินค้าแพงขึ้น ดังนั้นอัตราเงินเฟ้อนี้อาจไม่มีเสถียรภาพเท่าไหร่นักจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่การประชุม ECB ล่าสุดมีมติคงดอกเบี้ยนโยบาย (Refinance) ไว้ที่ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมกับคงดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ -0.40% และคงดอกเบี้ยเงินกู้ที่ 0.25%

แม้ตลาดจะผิดหวังกับตัวเลขเศรษฐกิจของยูโรโซนในไตรมาสแรก แต่ ECB ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจยูโรโซนอยู่ในเกณฑ์ที่ดีและจะผลักดันเงินเฟ้อให้ถึงเป้าหมายได้ จึงเริ่มส่งสัญญาณแรก ด้วยการประกาศจะหยุดซื้อพันธบัตร แต่ยังตรึงดอกเบี้ยนโยบาย อย่างไรก็ตาม ตลาดไม่ได้ตีความถึงการคุมเข้มนโยบายทางการเงินมากนัก เพราะในเวลาเดียวกันธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ปรับเพิ่มจำนวนครั้งของการขึ้นดอกเบี้ย ในปีนี้จาก 3 เป็น 4 ครั้ง ทำให้นักลงทุนมองว่า ECB ยังผ่อนคลายมากกว่า สะท้อนในส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยคาดการณ์ระหว่าง Fed และ ECB ที่กว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อีกด้านหนึ่ง ดูเหมือน ECB ยังไม่มั่นใจกับเศรษฐกิจของตนมากนัก และได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของยูโรโซนในปี 2018 ลงจาก 2.4% เป็น 2.1% ส่วนเป้าหมายปี 2019 และ 2020 ยังคงเท่าเดิมที่ 1.9% และ 1.7% ตามลำดับ และถ้าเจาะเศรษฐกิจของประเทศสำคัญ ณ ปัจจุบัน ยังชี้ถึงการชะลอตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเศรษฐกิจหลักอย่างเยอรมนี พิจารณาได้จาก การลดลงของยอดส่งออกเดือนเมษายน และดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ สอดคล้องกับที่สถาบันเยอรมนีเพื่อการวิจัยเศรษฐกิจ (DIW) ออกมาเตือนว่าเศรษฐกิจเยอรมันกำลังถูกปกคลุมไปด้วยเมฆหมอก ทั้งนี้ DIW ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของเยอรมนีลงจาก 2.2% เป็น 1.9% ในปี 2018 และจาก 2.4% เหลือเพียง 1.7% ในปี 2019

เศรษฐกิจยูโรโซนยังต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ อาทิ ผลทางอ้อมจากนโยบายกีดกันทางการค้าสหรัฐฯ-จีน ที่ล่าสุด ปธน.ทรัมป์ ได้เรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าหลายอย่างจากจีน และจีนโต้กลับอย่างทันควัน ในมูลค่าที่เท่ากัน นอกจากนี้ ยังมีมาตรการภาษีทางตรงระหว่างสหรัฐฯ-ยุโรป อีกทั้งตลาดยังกังวลกับความเสี่ยงการเมืองในอิตาลี รวมทั้งการขาดดุลการคลัง ที่จะกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนเพิ่มเติมอีกด้วย การแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit) ที่จะส่งผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนของทั้งสองฝ่าย

แม้มีการกำหนดกรอบระยะเวลาของการคุมเข้ม แต่การดำเนินนโยบายทางการเงินของ ECB ยังคงมีความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ สะท้อนจากถ้อยแถลงที่ว่า ECB จะยังคงดูทิศทางของข้อมูลทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป อย่างใกล้ชิดเพื่อประกอบการตัดสินใจเรื่องวันเวลาที่จะหยุดซื้อพันธบัตรจริงๆ รวมทั้งปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายด้วย โดยหากแนวโน้มเงินเฟ้อค่อยๆ เพิ่มขึ้น จนอยู่ในระดับเหมาะสมกับเป้าหมาย ECB จะตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย แต่หากทิศทางเงินเฟ้อและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไม่ยั่งยืนเพียงพอ ECB อาจยังไม่สามารถเริ่มมาตรการคุมเข้มใดๆ ได้เลย

เพื่อลดผลกระทบจากเศรษฐกิจมหภาคระหว่างประเทศที่ยังไม่แน่นอน สำหรับการลงทุนในยุโรป นักลงทุนควรให้ความสนใจไปที่หุ้นบริษัทขนาดกลางหรือขนาดเล็ก ซึ่งพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศมากกว่าหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ที่มักพึ่งพิงรายได้จากการค้าระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การทยอยลดลงของปริมาณเงินในระบบจากการลดการอัดฉีดผ่านการซื้อพันธบัตร และการทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้น อาจกดดันราคาสินทรัพย์ที่เคยปรับขึ้นด้วยสภาพคล่องล้นระบบจนมีราคาสูงกว่าปัจจัยพื้นฐาน ให้ลดลงสู่ระดับปกติ

การปรับฐานของราคาหุ้น พันธบัตร และหุ้นกู้ จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก และอาจเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว นักลงทุนควรลงทุนผ่านทีมผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญและติดตามตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อทำหน้าที่คัดสรรหุ้นตามปัจจัยพื้นฐาน เลือกลงทุนในระดับราคาเหมาะสมในช่วงการปรับฐานราคาที่กำลังเกิดขึ้น เพื่อใช้เป็นโอกาสในการลงทุนในภาวะที่เศรษฐกิจโลกยังเติบโตได้ดี ทั่วถึง ต้นทุนการเงินต่ำ และธุรกิจยังสร้างกำไรได้แข็งแรงและต่อเนื่อง


จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์
Private Banking Group Head ธนาคารกสิกรไทย

Update : 21 กรกฎาคม 2561

View : 823




vdo

Forbes Thailand Forum 2018: The Next Tycoons

Update : 27 กรกฎาคม 2561

View : 2,544

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 238,313

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 71,033

3

ราคาทองคำไตรมาส 4 โอกาสลงมากกว่าขึ้น

Update : 19 พฤศจิกายน 2557

view : 40,538


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group