commentaries / THOUGHT LEADERS

ภาคธุรกิจไทยกับการปรับตัวภายใต้การเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21

คงไม่ผิดนัก หากจะกล่าวว่าโลกในศตวรรษที่ 21 เป็นโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

ศตวรรษที่ 21 เป็นโลกของความสุดโต่ง (Age of Extremity) ไม่ว่าจะเป็นทางธรรมชาติ เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม เป็นโลกของความย้อนแย้ง (Age of Paradox) เช่น จากรูปแบบการพัฒนาของโลกที่ทุกประเทศวิ่งไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยแบบทุนนิยม สู่รูปแบบการพัฒนาประเทศที่หลากหลายตามแต่ลักษณะพื้นฐานของประเทศนั้นๆ

ที่สำคัญคือ เป็นโลกของการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน (Age of Disruption) เช่น การเกิดขึ้นของระบบเศรษฐกิจแบ่งปัน (sharing economy) ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและกฎระเบียบของรัฐที่เกี่ยวข้อง

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นส่งผลให้ภาคธุรกิจจะต้องเริ่มปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเพื่อไขว่คว้าโอกาสในช่องว่างทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างฉับพลันหรือเพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจ

อย่างเช่นการกระโดดเข้ามาในธุรกิจค้าปลีกของ Amazon ด้วยการเข้าซื้อ Whole Food Market ซึ่งเป็นบริษัทผู้ค้าปลีกสินค้าเพื่อสุขภาพ และได้นำเทคโนโลยีต่างๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligent) มาผนวกกับการขายสินค้าจนเกิดเป็นร้านสะดวกซื้ออัจฉริยะที่ชื่อว่า Amazon Go ที่ลูกค้าไม่ต้องต่อแถวรอชำระเงินอีกต่อไป


ร้าน
Amazon Go ร้านสะดวกซื้ออัจฉริยะที่ลูกค้าไม่ต้องต่อแถวชำระเงิน เพียงแค่เดินผ่านประตูออกไปได้เลย ระบบจะตัดเงินสำหรับค่าสินค้าที่หยิบออกไปอัตโนมัติ (Photo Credit: nytimes.com)

เมื่อย้อนกลับมาดูธุรกิจไทย คำถามที่เกิดขึ้นคือ แล้วธุรกิจไทยจะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อไม่ให้ตกจากขบวนรถไฟของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คำตอบคือ “วิจัยและนวัตกรรม” ซึ่งเงื่อนไขที่สำคัญในการทำวิจัยและสร้างนวัตกรรมมีอยู่ 2 เรื่อง

เรื่องแรกคือ “เทคโนโลยี” ในอดีตนั้น ภาคเอกชนไทยยังให้ความสำคัญกับเรื่องเทคโนโลยีน้อยมาก อย่างไรก็ตามในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ตัวเลขสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาต่อจีดีพีของประเทศที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 0.48 ในปี 2557 เป็น 0.78 ในปี 2559 โดยมียอดค่าใช้จ่ายเกิน 1 แสนล้านบาทเป็นครั้งแรก นอกจากนั้นพบว่ามากกว่า 3 ใน 4 ของค่าใช้จ่ายดังกล่าวนั้นมาจากภาคเอกชน

อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายของภาคเอกชนส่วนใหญ่ยังมาจากบริษัทขนาดกลางและใหญ่ ดังนั้นหากภาคธุรกิจของไทยจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ ธุรกิจทุกระดับจะต้องหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีเช่นกัน โดยมีแนวทางในการพัฒนาตนเองผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ การร่วมพัฒนาเทคโนโลยีกับต่างประเทศ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีจุดแข็งด้วยตนเอง

อีกเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องของ “คนที่มีทักษะความสามารถสูง” หรือ talent คงปฏิเสธไม่ได้ว่า talent เป็นปัจจัยสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง แต่ระบบการศึกษาในปัจจุบันยังไม่เอื้อต่อการสร้าง talent


Smart Visa ของไทยที่อนุญาตให้ talent หรือคนที่มีทักษะเทคโนโลยีและต้องการสร้างสตาร์ทอัพในไทย สามารถอาศัยอยู่ในไทยได้นานกว่าวีซ่าท่องเที่ยวปกติ (Photo Credit: huahintoday.com)

ดังนั้น ภาคธุรกิจจึงต้องหันมาให้ความสำคัญในการสร้าง talent ด้วยการฝึกอบรมคนในองค์กร รวมถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคนในระบบการศึกษาให้มีทักษะและความคิดที่พร้อมทำงานที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ตัวอย่างของทักษะที่สำคัญ เช่น การสร้างความฉลาดทางสังคม (social intelligence) หรือความร่วมมือในโลกเสมือน (virtual collaboration) เป็นต้น

นอกจากการสร้าง talent ในประเทศแล้ว ภาคธุรกิจไทยยังต้องมองเรื่องการดึงดูด talent จากทั้งในประเทศและทั่วโลกให้มาทำงานในภาคธุรกิจเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลน talent ในระยะสั้น และเป็นการสร้าง talent ผ่านการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ในระยะยาว

ในอดีตมีข้อจำกัดในการดึงดูด talent มาทำงานในภาคเอกชน ซึ่งรัฐบาลมีเครื่องมือต่างๆ ที่สนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าว เช่น talent mobility ที่สนับสนุนให้บุคลากรวิจัยในภาครัฐสามารถมาทำงานให้กับภาคธุรกิจได้ หรือ smart visa ที่จะอำนวยความสะดวกในการนำ talent ต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น

สุดท้ายแล้ว การพัฒนาเทคโนโลยีและคนเพื่อสร้างนวัตกรรมนั้นก็อยู่บนหลักสำคัญของในหลวงรัชกาลที่ 9 คือ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นภายในบริษัทเอง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องพึ่งพาอาศัยผู้อื่นในสิ่งที่ยังมีไม่เพียงพอ และสร้างความร่วมมือกับผู้อื่นเพื่อให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนธุรกิจ ดังเช่น “บันได 3 ขั้น” ของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ “การพึ่งพาตนเอง พึ่งพากันเอง และรวมกันเป็นกลุ่มอย่างมีพลัง”

 


สุวิทย์ เมษินทรีย์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


คลิกอ่านบทความทางธุรกิจอื่นๆ ได้ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับ เมษายน 2561 ในรูปแบบ e-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 29 พฤษภาคม 2561

View : 637




vdo

Forbes Thailand Forum 2018: The Next Tycoons

Update : 27 กรกฎาคม 2561

View : 1,634

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 237,032

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 70,734

3

ราคาทองคำไตรมาส 4 โอกาสลงมากกว่าขึ้น

Update : 19 พฤศจิกายน 2557

view : 39,508


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group