commentaries / THOUGHT LEADERS

อย่าทำเสียเรื่อง... ‘ค่าเงินอ่อนตัว’ และ ‘กีดกันการค้า’ สองประสานพังเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ปัจจัยสำคัญ 2 ประการที่ขัดขวางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาคือค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนแอและมาตรการกีดกันทางการค้า ผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจเชิงนโยบายมักโดนดึงดูดให้ดำเนินการตาม 2 แนวทางนี้และสุดท้ายก็หนีไม่พ้นความเสียหายทางการเมืองที่ไม่น่าอภิรมย์ ทว่าทีมรัฐบาล Trump บางรายยังคิดอยากเสี่ยงเล่นกับไฟ

 

เงินดอลลาร์ 

ประเทศมหาอำนาจกับสกุลเงินที่อ่อนแอดูเป็นเรื่องสวนทางกัน อย่างไรก็ตาม Steven Mnuchin รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ต้องการลดค่าเงินดอลลาร์และให้การสนับสนุนอย่างเปิดเผยซึ่งเขาน่าจะยังไม่ได้คิดไตร่ตรองให้ดี

อเมริกาโชคยังดีที่ประธานาธิบดี Trump ออกมาประกาศจุดยืนในทิศทางตรงข้ามโดยทันที แต่ความจริงที่ว่า Mnuchin และกระทรวงการคลังต้องการให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงนั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจ 

Mnuchin หลงอยู่ในความเชื่อแบบผิดๆ ว่าการที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงจะช่วยหนุนการส่งออกของสหรัฐฯ และนำไปสู่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ การมีแนวคิดที่ไม่ถูกต้องและเสี่ยงต่อหายนะชี้ให้เห็นว่าเขาไม่ได้พยายามเรียนรู้เหตุการณ์ตัวอย่างในอดีต

ความจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้คือ ไม่เคยมีประเทศไหนในโลกที่สามารถก้าวสู่ความยิ่งใหญ่และรักษาความยั่งยืนของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยการลดค่าเงินของประเทศตน ดังเห็นได้จากประเทศบราซิล อาร์เจนตินา และซิมบับเว รวมถึงเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ของจักรวรรดิโรมันที่เคยครองความยิ่งใหญ่แต่กลับล่มสลายเมื่อเงินเสื่อมค่าลงเรื่อยๆ จากการแก้ปัญหาด้วยแนวทางที่ผิดพลาด ดังนั้น Mnuchin ควรย้อนกลับไปศึกษาเรื่องราวในอดีตให้ดี 


Steven Mnuchin รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ผู้สนับสนุนแนวคิดให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวเพื่อส่งเสริมการส่งออกของสหรัฐอเมริกา (Photo Credit: bloomberg.com)

สิ่งที่น่าเศร้าก็คือ Mnuchin ในฐานะรัฐมนตรีคลังฯ ไม่ยอมเรียนรู้ถึงความผิดพลาดในอดีต สิ่งที่ Nixon, Mnuchin และผู้ที่มีแนวคิดเดียวกันไม่เคยเข้าใจ คือ เงินกับความมั่งคั่งคือคนละเรื่องเดียวกัน 

เงินใช้ในการ “วัด” มูลค่า ในทำนองเดียวกับที่นาฬิกาเป็นตัวบ่งบอกเวลาและตราชั่งใช้วัดน้ำหนัก ลองจินตนาการดูว่าการทำอาหารจะยุ่งยากแค่ไหน หากมาตรฐานหน่วยวัดถ้วยตวงหรือช้อนชาเปลี่ยนไปทุกวันซึ่งไม่ต่างอะไรไปจากค่าเงิน ความผันผวนของค่าเงินทำให้ธุรกิจการค้าและการลงทุนเกิดความไม่แน่นอนและส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ

เงินไม่มีมูลค่าในตัวเอง แต่เป็นระบบที่อิงอยู่กับความเชื่อถือ เช่นเดียวกับบัตรเข้าชมงาน ตั๋วเข้าชมไม่มีมูลค่าใดๆ แต่สามารถใช้เป็นตัวกลางเพื่อแลกกับบริการ 

การลดค่าเงินดอลลาร์ไม่ต่างจากการโกงน้ำหนัก เหมือนคุณจ่ายเงินซื้อชีส 1 ปอนด์แต่ได้มาเพียง 12 ออนซ์แทนที่จะเป็น 16 ออนซ์ นอกจากนี้ยังทำให้การดำเนินธุรกิจทั้งในสหรัฐฯ และทั่วโลกซับซ้อนขึ้นไปอีก ท้ายสุดคุณอาจต้องควักกระเป๋าจ่าย 15 เหรียญเพื่อแลกกับสินค้าที่ควรมีราคาแค่ 10 เหรียญ บริษัทต่างๆ จะต้องระดมสมองและทุ่มทรัพยากรเพื่อคิดคำนวณวิธีในการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินซึ่งหมายถึงค่าใช้จ่ายที่เป็นตัวถ่วงการเติบโตของธุรกิจ

 

การกีดกันทางการค้า 

ประเทศขาดดุลการค้า? สิ่งนี้ไม่ได้บ่งบอกอะไรเลย สหรัฐฯ เผชิญกับตัวเลขขาดดุลการค้ามาแต่ไหนแต่ไร ปัจจัยที่ผลักดันการเติบโตของประเทศตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันคือเงินทุนเพื่อการลงทุนที่หลั่งไหลเข้ามาในประเทศ

ขณะนี้กระแสเงินกำลังไหลกลับเข้าตลาดสหรัฐฯ เนื่องจากนโยบายปฏิรูปภาษีของ Trump การปรับเปลี่ยนข้อตกลงทางการค้าอย่างเช่น ข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) นั้นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การยกเลิกหรือพยายามควบคุมข้อตกลงให้เกิดผลลัพธ์ตามที่ต้องการ เช่น การบีบบังคับให้บริษัทย้ายโรงงานกลับไปยังสหรัฐฯ นั้นนับเป็นคนละเรื่อง


การบีบให้บริษัทสหรัฐฯ ย้ายโรงงานกลับประเทศ หรือกีดกันบริษัทต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุน ดูเหมือนจะไม่ใช่นโยบายที่ดีในการผลักดันเศรษฐกิจ

ยังรวมถึงนโยบายการค้าที่ไม่โปร่งใส เช่น การกีดกันบริษัทต่างชาติในการเข้าไปทำธุรกิจในประเทศอย่างไม่เป็นธรรมหรือบังคับให้ต้องร่วมทุนกับธุรกิจเทคโนโลยีภาครัฐของจีน รวมถึงการขโมยข้อมูลและล้วงความลับทางการค้าด้วยการเจาะระบบคอมพิวเตอร์

ทั้งนี้ ความร่วมมือทางการค้าระหว่างประเทศควรทำให้อุปสรรคทางการค้าลดลงไม่ใช่ยิ่งทำให้กำแพงสูงขึ้นด้วยการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าหรือออกนโยบายเพื่อขัดขวางการนำเข้า

แต่ก็ยังไม่เลวร้ายไปเสียทั้งหมดเพราะนโยบายภาษีฉบับใหม่น่าจะช่วยกระตุ้นการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ ทว่าเราไม่ควรจบลงด้วยการ “ปล่อยโอกาสการทำเงินหลุดมือ” จากการสูญเสียช่องทางการเข้าถึงตลาดที่มีศักยภาพ

ที่สำคัญกว่านั้น อเมริกาต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดสงครามการค้าดังเช่นที่เกิดขึ้นในทศวรรษ 1930 ซึ่งอเมริกาได้ดำเนินการจัดเก็บภาษีในอัตราสูงสำหรับสินค้าหลายพันชนิด จากนั้นสงครามการค้าจึงได้ปะทุขึ้นและตามมาด้วยภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่

 


STEVES FORBES,
EDITOR-IN-CHIEF

เรียบเรียง: นวตา สันติวัฒนา


คลิกอ่านบทความทางธุรกิจอื่นๆ ได้ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับ เมษายน 2561 ในรูปแบบ e-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 23 พฤษภาคม 2561

View : 839




vdo

Forbes Thailand Forum 2018: The Next Tycoons

Update : 27 กรกฎาคม 2561

View : 1,634

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 237,029

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 70,734

3

ราคาทองคำไตรมาส 4 โอกาสลงมากกว่าขึ้น

Update : 19 พฤศจิกายน 2557

view : 39,507


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group