commentaries / CONTRIBUTOR

7 วิธีที่จะช่วยให้คุณไม่พลาดกำไรคำโตในตลาดหุ้นอีกต่อไป

1. อยากจัดหนักต้องเข้าใจพื้นฐาน
การใช้กราฟราคาอย่างเดียวจะทำให้เราไปได้ไกลครับ แต่การเข้าใจพื้นฐานกิจการด้วยจะทำให้เราใส่ได้ "หนัก" ขึ้น การทำกำไรจากหุ้นเกิดขึ้นจากสามส่วน หนึ่งราคาซื้อ สองราคาขาย สามจำนวนหุ้นที่ซื้อ นักลงทุนในปัจจุบันมักจะให้ความสำคัญกับจุดซื้อมากเกินไป ทำให้คิดไปเองว่าต้องซื้อให้ได้ในราคาที่ดีที่สุด ซื้อปุ๊บต้องขึ้นเลย ซึ่งในความเป็นจริงมันขัดกับหลักธรรมชาติ

กลับมาทีหลักการคณิตศาสตร์ที่ง่ายที่สุด ราคาขายลบราคาซื้อคูณด้วยจำนวนหุ้น เท่ากับกำไรที่เราจะได้ ตัวเลขหลังเครื่องหมายคูณเลยเป็นตัวเลขที่สำคัญมาก position sizing จะบอกอัตราเร่งการเติบโตของพอร์ท และสิ่งนึงที่จะช่วยให้ความมั่นใจเรามีมากขึ้นเพื่อใส่เงินมากขึ้น คือเรื่องของพื้นฐานกิจการครับ สุดท้ายกำไรที่ต่อเนื่อง บริษัทที่เติบโตคือเจ้ามือตัวจริง ปีนึงเราเลยขอแค่โฮมรันสักตัว ตัวเดียวเท่านั้นที่ทำให้หน้าตักเราเพิ่มขึ้นแบบจับต้องได้ และเป็นสิ่งที่นักลงทุนทุกคนต้องทำให้ได้ครับ


2. กองทัพต้องเดินด้วย “เงิน”
เงินสดในบางจังหวะมันเป็นตัวถ่วงของพอร์ท แต่บางครั้งมันกลับกลายเป็นโอกาสที่หาสินทรัพย์อื่นมาทดแทนไม่ได้เลย ทุกนโยบายของกองทุนยังจำเป็นต้องมีเงินสดติดพอร์ทอยู่เสมอ เพราะเราไม่เคยรู้เลยว่าวันไหนตลาดจะเกิด panic จนราคาขาดความสมเหตุสมผล และเงินสดจะกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้าง Gearing ระดับสูงสุดให้พอร์ทของเรา เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะเห็นโอกาสดีแค่ไหนก็ตาม อย่าลืมที่จะพกเงินสดติดพอร์ทไว้บ้าง  เพราะต่อให้คุณตัดสินใจผิดพลาดมันยังมีกระสุนบางส่วนเอาไว้แก้เกมได้ครับ

3. อย่ามัวเอาเงินมาแต่งรถเสีย
มันเหมือนการขยายกิจการบริษัทครับ เราควรเพิ่มทุนหรือใส่เงินในกิจการที่เติบโต เงินที่เหลืออยู่ควรเอามาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดครับ หุ้นตัวไหนเริ่มทำเงินให้เราชัดๆ แสดงว่าเราเริ่มมาถูกทาง กำไรทำให้เรารู้ว่าการตัดสินใจของเราอาจจะสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นอีกได้ เพราะฉะนั้นการเติมเงินไม่ควรทำให้หุ้นขาลง รถสวยแต่วิ่งไม่ได้ก็ไร้ประโยชน์ ถ้าจะลงทุนเพิ่มเอาเงินมาแต่งรถซิ่งของเราดีกว่าครับ

4.อย่ามองข้าม Underown Stock
หุ้นตัวไหนไม่ค่อยมีข่าว รายย่อยไม่ค่อยได้เข้าไปเล่น ไม่ได้แปลว่าหุ้นนั้นไม่ดีครับ เพราะเราจะเห็นหุ้นหลายต่อหลายตัวที่แทบไม่มีข่าวออกมาให้เห็นวิ่งเป็นเท่าตัว ลองมองให้เหมือนสินค้าแฟชั่นครับ อะไรที่ทุกคนมีกันหมดแล้ว ทำกันหมดแล้ว  Demand เริ่มหลงเหลือน้อยแล้ว โอกาสที่จะไปต่อก็มีน้อย แต่ถ้าหุ้นไหนที่ Demand ยังไม่ปรากฏแล้วเราไปเห็นก่อน อาจต้องใช้เวลาหน่อย แต่ผลตอบแทนจะคุ้มค่าการรอคอยมากถ้าสมมติฐานเราถูกครับ

5.ต้นทุนของการดูหน้าจอมันมีอยู่จริง
สมมติเราซื้อหุ้นตัวนึงที่ราคา 5 บาท คือรู้ว่ามันน่าจะไปแน่ในไตรมาสหน้าด้วยพื้นฐานที่รองรับ แต่ระหว่างทางเปิดหน้าจอดูกำไรขาดทุนทุกวันครับ ขึ้นไป 5.3 บ้าง ลงมา 4.6 บ้าง ราคาขึ้นไป 5.8 บาทอีกที แล้วลงมาที่เทสที่ 4.8 อีกรอบ ทุกๆ ครั้งที่เราดูตัวเลขมันขยับมันจะทำให้ใจเราแกว่ง มันทำให้เรารู้สึกว่าเฮ้ยจากกำไรเป็นขาดทุน กำไรเป็นขาดทุนอยู่สี่ห้ารอบ พอเห็นกำไรอีกทีแล้วทนไม่ไหวขอขายก่อนเพราะกลัวราคามันลงไปอีกรอบ แต่พอมันขึ้นไปจริงๆก็กลัวที่จะซื้อที่ราคาต้นทุนสูงกว่าเดิม เพราะใจมันไปผูกเรียบร้อยแล้วว่าเราเคยซื้อที่ราคานี้มาก่อน สุดท้ายได้แต่นั่งดูตาปริบๆกับหุ้นที่เราทำการบ้านมาอย่างดี แล้วก็บ่นทีหลังว่ารู้งี้ พฤติกรรมแบบนี้ต้องลด-ละ-เลิกครับ

6.โฟกัสเท่านั้นที่ครองโลก
ถ้าวันนี้ลงทุนในหุ้น Set50 อยู่ ก็ขอให้โฟกัสในหุ้น set50 ให้เต็มที่ครับ แต่ถ้าวันนี้ทำกำไรจาก Bitcoin ได้เป็นกอบเป็นกำ ก็อย่าลืมที่จะติดตามตลาดในวันที่มันพักฐานด้วยครับ จะลงทุนจะเทรดอะไรก็ตามพยายามอยู่กับมัน ทำความเข้าใจกับมันให้ครบ Cycle “อย่าหนี”ตอนตลาดมันลง เราต้องค่อยเฝ้าสังเกตมัน สินค้าแต่ละชนิดมันมีพฤติกรรมซ้ำๆของตัวเอง ในวันที่มันลง วันที่มันพักถ้าเรายังอยู่กับมัน ก่อนวันที่ราคามันจะขึ้น พฤติกรรมมันจะเปลี่ยนครับ แล้วเราเองจะเป็นคนแรกๆที่จะเห็นมันก่อน เพราะฉะนั้นเลือกครับ เลือกที่จะโฟกัสในสินค้าใดสินค้าหนึ่งให้เต็มที่แล้วเฝ้าสังเกตมัน อยู่กับมันจนรู้นิสัยกัน ผลตอบแทนมหาศาลจะมาพร้อมความทุ่มเทและตั้งใจแน่นอน

7. ส่วนสำคัญคือชีวิตนอกกราฟ
การถือหุ้นบางตัวได้นานๆ บางทีไม่เกี่ยวกับเทคนิคบนกราฟครับ  แต่มันเป็นศิลปะการวางแผนการใช้เงินของเรา หุ้นบางตัวทั้งๆ ที่กำไรอยู่แล้ว ทั้งๆ ที่มาถูกทางแล้ว แต่ดันต้องขายออกก่อน เพราะมีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วน แบบนี้น่าเสียดายครับ มันเหมือนมีความจำเป็นต้องมาตัดต้นไม้ที่กำลังจะให้ร่มเงากับเราในอนาคต เพราะฉะนั้นก่อนจะลงทุนในตลาดหุ้น ต้องย้อนกลับไปดูการวางแผนการเงินส่วนตัวกันสักนิดครับ จำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่ภายใน 6-9 เดือนนี้มั้ย สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพากำไรจากตลาดหุ้นสักปีรึเปล่า  ถ้าใช่ถือว่าหลังบ้าน Support ให้นำเงินมาต่อยอดให้งอกเงยครับ แต่ถ้าไม่ใช่ต้องบอกว่า วันนี้เราอาจจะยังไม่พร้อมสำหรับตลาดทุนครับ ฝืนเข้าไปจะเจอแต่ความเครียดจากภาระด้านการเงิน ซึ่งมันจะทำให้เราเทรดได้ไม่ดีเท่าไหร่ครับ


ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด

Update : 18 พฤษภาคม 2561

View : 891




vdo

Forbes Thailand Forum 2018: The Next Tycoons

Update : 27 กรกฎาคม 2561

View : 1,599

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 236,964

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 70,721

3

ราคาทองคำไตรมาส 4 โอกาสลงมากกว่าขึ้น

Update : 19 พฤศจิกายน 2557

view : 39,495


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group