commentaries / INSIGHTS

EEC เชื่อมโลกให้ไทยโลดแล่น

เมื่อ 30 ปีก่อน การพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออกของไทย หรือ Eastern Seaboard Development Program (ESB) ได้พลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เป็นฐานอุตสาหกรรมการผลิตสำคัญของบริษัทชั้นนำของไทยและต่างประเทศ ทั้งยังถือได้ว่าเป็นประตูเชื่อมโยงการผลิตและการค้าของประเทศไทยผ่านท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือมาบตาพุด ไปยังภูมิภาคต่างๆทั่วโลก

EEC เป็นการต่อยอดการพัฒนาพื้นที่ ESB ของประเทศไทยให้มีความต่อเนื่องเป็นระบบ สอดคล้องกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมให้มีการประกอบพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ทันสมัย สร้างนวัตกรรม และเป็นมิตรและเพิ่มเติม 10 คลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งจะทำให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกที่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษระดับโลก (World-Class Economic Zone) และเป็นประตูเชื่อมเศรษฐกิจไทยสู่เศรษฐกิจโลก (Prime Gateway of Thailand) ที่จะผลักดันการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ในเวลาอันรวดเร็ว

หนึ่งโจทย์สำคัญของโครงการ EEC คือจะทำอย่างไรให้โครงการนี้เกิดความ “ยั่งยืน” ได้อย่างแท้จริง จึงเป็นการดำเนินการในแบบบูรณาการ ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างรัฐบาล เอกชน และประชาชนทั่วไป EEC เป็นประตูหลักที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยทั้งประเทศสู่เศรษฐกิจโลกด้วยระบบการขนส่งทางถนน ทางราง ทางน้ำการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญมีผลอย่างมากต่อความสำเร็จของการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก เนื่องจากระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถเชื่อมโยงกันได้แบบไร้รอยต่อ (Seamless Operation) ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและมาตรฐานในการขนส่งสินค้าได้สูงขึ้น

โดยแนวคิดในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของ EEC นั้นคล้ายคลึงกับของประเทศญี่ปุ่น คือเมื่อศูนย์กลางการค้าเจริญมากขึ้นก็จำเป็นต้องขยายการขนส่งออกไป ตัวอย่างเช่น ในประเทศญี่ปุ่นที่มี Tokyo เป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ และเป็น 1 ใน 3 เมืองศูนย์กลางทางการเงินของโลกร่วมกับ New York และ London

ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นโมเดลระดับสากลในการพัฒนาเมืองเพื่อรองรับการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นต้นแบบเพื่อทำแผนเพื่อศึกษาและพัฒนาในประเทศไทย ด้วยเรามีกรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่พื้นที่ในเมืองและปริมณฑลค่อนข้างจำกัด และแออัด จึงพบว่าพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยองที่เป็นที่ตั้งโครงการ EEC ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกของกรุงเทพฯ เหมาะสมที่จะเป็นพื้นที่พัฒนาเพื่อรองรับการขยายตัวของความเจริญในอนาค

ด้วยภูมิประเทศและต้นทุนที่มีอยู่เดิมซึ่งเอื้อต่อการพัฒนา โดยพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีท่าเรือนานาชาติหลัก คือ แหลมฉบัง มาบตาพุด อยู่แล้ว และมีท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาที่สามารถขยายเป็นท่าอากาศยานนานาชาติแห่งที่ 3 ของกรุงเทพฯ ได้

นอกจากนี้ EEC มีการบูรณาการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคให้ต่อเนื่องและเชื่อมโยงกันทั้งในและนอกเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งจะทำให้เกิดความเชื่อมโยงเพิ่มเติมและทำให้ EEC เป็นจุดศูนย์กลางของการเชื่อมต่อเศรษฐกิจ CLMVT (East-West Corridor เส้นล่าง) คือ

• เมียนมา ไทย กัมพูชา เวียดนาม ด้วยเส้นทาง Dawei - กาญจนบุรี – กรุงเทพฯ - EEC - สระแก้ว - Phnom Penh – Ho Chi Minh City - Vung Tau

• EEC - กัมพูชา ผ่านเส้นทางรถไฟจากปราจีนบุรี และทางบกผ่านตราดและจันทบุรี

ด้วยเหตุนี้ การต่อยอดการพัฒนาพื้นที่ ESB เดิมที่เป็นประตู gateway ของประเทศมาสู่ EEC จะสร้างความเชื่อมโยงกับจังหวัดอื่นๆ ในประเทศและสร้างความเชื่อมโยงในระดับภูมิภาคไปจนถึงระดับโลก จะทำให้ประชาชนทั่วทั้งประเทศได้รับประโยชน์จาก EEC
ก้าวสำคัญของ EEC คือ การเชื่อมโยงประเทศไทยกับโลก เพื่อพลิกฟื้นภาคการลงทุนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ให้ทันกับพลวัตเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะผลักดันให้การเจริญเติบโตของประเทศไทยเพิ่มขึ้นตามศักยภาพที่แท้จริงของประเทศ


ดร.คณิศ แสงสุพรรณ
เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก


คลิกอ่านฉบับเต็ม "EEC เชื่อมโลกให้ไทยโลดแล่น" ได้ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับ เมษายน 2561 ในรูปแบบ e-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 10 พฤษภาคม 2561

View : 694




vdo

Forbes Thailand Forum 2018: The Next Tycoons

Update : 27 กรกฎาคม 2561

View : 1,599

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 236,964

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 70,721

3

ราคาทองคำไตรมาส 4 โอกาสลงมากกว่าขึ้น

Update : 19 พฤศจิกายน 2557

view : 39,495


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group