commentaries / INSIGHTS

เพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างกันสู่อาเซียนที่เข้มแข็ง

จากวันแรกที่ประชาคมอาเซียนเริ่มก่อร่างสร้างตัวในปี 1967 ท่ามกลางความขัดแย้งทางอุดมการณ์การเมืองในบริบทของสงครามเย็น ความร่วมมือทางเศรษฐกิจถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้อาเซียนสามารถเดินหน้าสร้างประชาคมได้อย่างแข็งแกร่งตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา

โอกาสที่จะเสริมสร้างความร่วมมือของประชาคมอาเซียนให้แข็งแกร่งมีเสถียรภาพยิ่งขึ้นคือค่านิยมและแนวปฏิบัติร่วมกันของอาเซียนในด้านต่างๆ เวลานี้ หลายฝ่ายเริ่มมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการบูรณาการอาเซียน ที่เน้นหลักการไม่แทรกแซงและลงมติเป็นเอกฉันท์ตั้งแต่ก่อตั้ง

เห็นได้ชัดว่าประชาคมอาเซียนมีพัฒนาการก้าวกระโดดซึ่งแปลงสภาพจากความเคลือบแคลงของหลายๆ สู่การเป็นประชาคมตัวอย่าง เมื่อถนนทุกสายมุ่งสู่ภูมิภาคนี้ ประชาคมอาเซียนจึงจำเป็นเหลือเกินที่ต้องมุ่งมั่นพร้อมๆ ไปกับเร่งดำเนินการเพื่อบรรลุเจตนารมณ์เดิม

 

ยิ่งรวม ยิ่งรอด

อาเซียนเป็นภูมิภาคแห่งความแตกต่างหลากหลาย ทั้งภาษาวัฒนธรรม ระบอบการเมืองการปกครอง แต่เมื่อรวมเข้าด้วยกันแล้ว อาเซียนคือตลาดที่มีศักยภาพล้นเหลือ

ไร้รอยต่อ 


เส้นทางสายไหม (Photo Credit: Web On China / sirijournal.org)

ในทางภูมิศาสตร์ อาเซียนเชื่อมกับตลาดหลักๆ เช่น จีน และอินเดีย ทั้งนี้บทบาทของอาเซียนในฐานะศูนย์กลางการผลิตและขนส่งของโลกยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเมื่อมีการริเริ่มโครงการเส้นทางสายไหมของจีน (China’s Belt & Road Initiative) และความตกลงพันธมิตรทางการค้าระดับภูมิภาค ที่เป็นกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่าง ASEAN 10 ประเทศกับคู่ภาคีที่มีอยู่ 6 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ รวมไปถึงเศรษฐกิจเกิดใหม่แนวลุ่มน้ำโขง

ตลาดใหญ่พร้อมกำลังซื้อจากคลื่นรุ่นใหม่

ด้วยจำนวนประชากรอาเซียนราว 640 ล้านคน ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากจีนและอินเดีย เยาวชนที่มีกำลังขับเคลื่อนและกล้าได้กล้าเสียจะสนับสนุนฐานแรงงานและฐานผู้บริโภคในอาเซียนในช่วงหลายปีข้างหน้า 

จำนวนครัวเรือนชนชั้นกลางในอาเซียนคาดว่าจะเพิ่มเป็นสองเท่า (ประมาณการจากปี พ.ศ.2556) เป็น 163 ล้านคนในปี พ.ศ.2573 ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันไม่เพียงแต่ความต้องการภายในประเทศ แต่หมายถึงการค้าและการลงทุนภายในภูมิภาค


อาเซียนมีประชากร 640 ล้านคน เป็นตลาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก

ผ่านร้อนผ่านหนาว พาแข็งแกร่ง

เศรษฐกิจอาเซียนเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 7 ของโลกและคาดว่าจะขึ้นเป็นอันดับ 4 ในปี พ.ศ.2573 รองจากสหรัฐฯ จีนและอินเดีย การค้าระหว่างภูมิภาคเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และการค้าของอาเซียนช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่าการรวมกลุ่มภายในอาเซียนยังคงแข็งแกร่ง โดยผ่านวิกฤตเศรษฐกิจ 2 ครั้ง ภูมิภาคนี้มีความแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งนี้ การขยายตัวของเมืองจะกระตุ้นให้มีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเข้าสู่อาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านโครงสร้างพื้นฐานซึ่งคาดว่าจะเกินกว่า 1.1 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี โดยการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเข้าสู่อาเซียนเพิ่มขึ้น 2.6 เท่าในช่วง 6 ปี (จากปี พ.ศ.2552-2558) เป็น 1.26 แสนล้านเหรียญ

อยู่กับดิจิทัลอย่างเท่าทัน 

เทคโนโลยีในโลกยุคดิจิทัลเปลี่ยนคำจำกัดความของโลกไร้พรมแดน ในขณะที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นตัวกระตุ้นที่มีประสิทธิภาพในการกำหนดความได้เปรียบทางการแข่งขัน

เราต้องไม่ลืมที่จะใส่ใจ การเตรียมพร้อมและการพัฒนาบุคลากรให้เท่าทันอนาคตเช่นกัน อาทิ การใช้นโยบายและการริเริ่มที่ภาครัฐและเอกชนเป็นผู้นำในด้านต่างๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา การยกระดับทักษะอาชีพ 

ทั้งนี้ แผนแม่บทด้านการเชื่อมต่ออาเซียน (ASEAN Economic Community Blueprint 2025) ซึ่งเริ่มใช้แล้วเมื่อเดือนกันยายนปี พ.ศ.2559 จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีประสิทธิภาพผ่านการส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์นวัตกรรมต่างๆ ตลอดจนกฎระเบียบและการเคลื่อนย้ายของประชาชน

จากเจตนามุ่งสู่การปฏิบัติ จงตีเหล็กเมื่อยังร้อน น่าจะเป็นสุภาษิตที่เหมาะกับภาวะในตอนนี้ของอาเซียน เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประชาคมต้นแบบ ซึ่งทุกภาคส่วนควรมีส่วนร่วมในการส่งเสริมอาเซียนให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนร่วมกัน

ข้อมูลจากหน่วยงานที่ปรึกษาด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI Advisory Unit) ธนาคารยูโอบี ระบุว่าในปี พ.ศ.2559 อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา และสิงคโปร์ เป็นกลุ่มประเทศลำดับต้นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่องค์กรธุรกิจต่างๆ เล็งเห็นโอกาสในการลงทุน ซึ่งองค์กรธุรกิจที่ขยายการลงทุนภายในภูมิภาคนี้ ส่วนมากมาจากกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค การผลิตและสำรวจทรัพยากรธรรมชาติและธุรกิจก่อสร้าง 


อัตราการขยายตัวของชุมชนเมืองอย่างรวดเร็ว และโครงการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ เป็นแรงผลักดันให้องค์กรต่างประเทศเห็นโอกาสการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน (Photo Credit: Bangkok Post)

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นจุดที่มีศักยภาพในการลงทุนใหม่ๆ เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการขยายตัวของชุมชนเมืองอย่างรวดเร็ว มีโครงการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานเกิดขึ้นมากมาย ประชากรมีรายได้มากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการรวมตัวกันของประเทศในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จึงทำให้ภูมิภาคนี้สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากบริษัทต่างๆ จากทั่วโลก

ทั้งนี้ จากตัวเลขประมาณการของธนาคารยูโอบี มูลค่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของกลุ่มประเทศอาเซียนจะเพิ่มขึ้นจาก 2.5 ล้านล้านเหรียญ เป็น 8.1 ล้านล้านเหรียญในปี พ.ศ.2573 ซึ่งจะทำให้อาเซียนกลายเป็นภูมิภาคที่มีความยิ่งใหญ่เชิงเศรษฐกิจอันดับ 4 ของโลก

มุ่งสู่อนาคตร่วมกัน

ในช่วงเวลาเช่นนี้ เพื่อตระหนักถึงศักยภาพที่แท้จริงของเรา ประชาคมอาเซียนต้องได้รับความร่วมมือการประสานงานและความมุ่งมั่นมากขึ้น ดังที่ขงจื้อกล่าวว่า “君子和而不同” - สุภาพบุรุษแสวงหาความสามัคคีแม้จะมีความแตกต่างและความหลากหลาย

 


Tan Choon Hin
กรรมการผู้จัดการใหญ่
ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)


Admin System Web
Administrator

Update : 23 เมษายน 2561

View : 471


Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 233,741

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 69,765

3

ราคาทองคำไตรมาส 4 โอกาสลงมากกว่าขึ้น

Update : 19 พฤศจิกายน 2557

view : 34,133

top list

ประเมินความกังวลประเด็นกีดกันทางการค้ากดดันตลาดหุ้..

Update : 23 เมษายน 2561

view : 901

ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลดลงทั่วโลกเป็นโอกาสหรือความเสี..

Update : 19 กุมภาพันธ์ 2561

view : 1,425

การปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯ กับทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ..

Update : 09 มกราคม 2561

view : 1,396


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
ภารไดย ธีระธาดา
Mentor Coach focused on Personal Executive Development
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader