commentaries / INSIGHTS

โอกาสและผลกระทบภายใต้ความริเริ่ม Belt and Road

Belt and Road (B&R) หรือที่นิยมเรียกว่า One Belt, One Road (OBOR) ควรเรียกว่าความริเริ่มมากกว่า

โดยคำนี้เริ่มต้นจากประธานาธิบดี Xi Jinping ของจีนที่ต้องการรื้อฟื้นเส้นทางสายไหมเดิม (Silk Road) และพัฒนาเป็นเส้นทางสายไหมใหม่ (New Silk Road) เพื่อเชื่อมโยงทวีปเอเชียยุโรป และแอฟริกา เข้าด้วยกัน ซึ่งเส้นทางสายไหมใหม่นี้ แบ่งออกเป็น 2 เส้นทาง คือ

1. เส้นทางสายไหมทางบก (Silk Road Economic Belt หรือ “One Belt”) เป็นเส้นทางโลจิสติกส์บนยูเรเชีย (Eurasian Land Bridge) 2. เส้นทางสายไหมทางทะเล (21st Century Maritime Silk Road หรือ “One Road”) เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือทั้งนี้ เส้นทางสายไหมใหม่พาดผ่าน 6 ภูมิภาค 65 ประเทศ เมื่อพิจารณาเป็นสัดส่วนของทั้งโลก จะมีพื้นที่คิดเป็น 38.5% ของทั้งโลก มีประชากร 62.3% ของทั้งโลกมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) คิดเป็น 30% ของทั้งโลก และมีการบริโภคภาคครัวเรือนคิดเป็น 24% ของทั้งโลก

ระเบียงเศรษฐกิจทั้ง 6 B&R ไม่ได้มีแค่ 2 เส้นทาง แต่ยังมีเส้นทางที่เป็นระเบียงเศรษฐกิจแฝงอยู่อีก 6 เส้นทางซึ่งแยกออกมาจากเส้นทางสายไหมทางบกประกอบด้วย

1. สะพานเศรษฐกิจยูเรเชียใหม่ (New Eurasian Land Bridge : NELB) เริ่มต้นจากท่าเรือ Lianyungang ในมณฑล Jiangsuสิ้นสุดที่เมือง Rotterdam ในยุโรปตะวันตกคาดว่าจะเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าทางถนนจากจีนสู่ยุโรปสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ (ITD)

2. ระเบียงเศรษฐกิจจีน-มองโกเลีย-รัสเซีย (China-Mongolia-Russia Economic Corridor : CMREC) เป็นเส้นทางรถไฟความเร็วสูงและถนน แบ่งออกเป็น 2 เส้นทางคือ 1) จาก Beijing, Tianjin, Hebei ผ่านมองโกเลียในเพื่อไปรัสเซีย และ 2) จากเมือง Dalian ไปยังเมือง Chita ของรัสเซีย 3. ระเบียงเศรษฐกิจจีน-เอเชียกลาง-เอเชียตะวันตก (China-Central Asia-West Asia Economic Corridor : CCWAEC) เป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากคาบสมุทรอาหรับ ตุรกี และอิหร่าน เพื่อส่งไปยังเขตปกครองตนเอง Xinjiang Uygur

4. ระเบียงเศรษฐกิจจีน-คาบสมุทรอินโดจีน (China-Indochina Peninsula Economic Corridor : CICPEC) เชื่อมระหว่างเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ Pearl River (Pearl River Delta Economic Zone : PRD) กับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

5. ระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน (China-Pakistan Economic Corridor : CPEC) เชื่อมจีนกับเอเชียใต้
6. ระเบียงเศรษฐกิจบังกลาเทศ-จีน-อินเดีย-เมียนมา (Bangladesh-China-India-Myanmar Economic Corridor : BCIMEC) เริ่มต้นจากเมือง Kashgar ของเขตปกครองตนเอง Xinjiang Uygur ไปยังท่าเรือ Gwadar ของปากีสถาน

ความเชื่อมโยงทั้ง 5 (Five Links) คณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีนประกาศใช้แผนปฏิบัติการตามเอกสารชื่อ “Vision and Actions on Jointly Building Silk Road Economic Belt and 21st-Century Maritime Silk Road” เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2015 โดยใช้ “Five Links” ในการเชื่อมโยงนโยบาย โครงสร้างพื้นฐานการค้า การเงิน และประชาชน ประกประกอบด้วย

1. การประสานนโยบาย (Policy Coordination) ด้วยการสร้างกลไกประสานนโยบายในระดับต่างๆ กับประเทศที่ตั้งบนเส้นทางสายไหมใหม่ โดยทำความตกลงและโครงการร่วมกับประเทศต่างๆ และองค์กรระดับภูมิภาค

2. การเชื่อมโยงสิ่งอำนวยความสะดวก (Facilities Connectivity) ด้วยการส่งเสริมให้มีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น การขนส่งทางถนน พลังงาน รวมทั้งเครือข่ายด้านการสื่อสาร

3. การค้าที่ไม่มีข้อจำากัด (Unimpeded Trade) ด้วยการส่งเสริมการใช้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เพื่ออำนวยความสะดวกทางด้านการค้าและการลงทุนของประเทศที่อยู่บนเส้นทางสายไหมใหม่

4. การบูรณาการทางการเงิน (Financial Integration) ด้วยการก่อตั้งสถาบันการเงินต่างๆ เช่น ธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (Asian Infrastructure Investment Bank : AIIB) ของจีน และธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ (New Development Bank : NDB) ของกลุ่มประเทศ BRICS

5. การเชื่อมโยงประชาชน (People-to-People Bond) ด้วยการพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษาและวัฒนธรรม การท่องเที่ยวการดูแลสุขภาพและบริการทางการแพทย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น

ผลกระทบทางบวก เส้นทางสายไหมใหม่เป็นโอกาสทางการค้าและการลงทุนที่สูงมาก ซึ่งการลงทุนของจีนและประเทศพัฒนาแล้วตามเส้นทางสายไหมใหม่ อาจช่วยให้การดำเนินงานตามแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน (Master Plan on ASEAN Connectivity : MPAC) บรรลุผลสำเร็จได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะความเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน

ทั้งนี้ อาเซียนใช้ประโยชน์จากกลไกความร่วมมือที่จีนมีบทบาทอยู่ ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีได้มากขึ้น รวมทั้งอาจพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศหรือภูมิภาคอื่นที่มีจีนเป็นสมาชิกอยู่แล้ว โดยประเทศสมาชิกอาเซียนจะมีโอกาสด้านการลงทุนใน 13 มณฑล/เขตปกครองตนเองของจีนที่อยู่บนเส้นทางสายไหมใหม่ โดยมีเขตปกครองตนเอง Xinjiang Uygur เป็นพื้นที่หลักของเส้นทางสายไหมทางบก และมณฑล Fujian เป็นพื้นที่หลักของเส้นทางสายไหมทางทะเล

นอกจากนี้ ไทยและประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ยังใช้ประโยชน์จากระเบียงเศรษฐกิจจีน-คาบสมุทรอินโดจีน (CICPEC) เพื่อเชื่อมโยงการค้าและการลงทุนกับเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ Pearl River ซึ่งปัจจุบันพัฒนาเป็นโครงการ Pan-Pearl River Delta (PPRD) หรือ “ความร่วมมือ 9+2” ผลกระทบทางลบความร่วมมือบนเส้นทางสายไหมใหม่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ในเชิงภูมิเศรษฐศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นความสัมพันธ์ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ด้วย จึงถือเป็นประเด็นอ่อนไหว

ในการกำหนดนโยบายต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจอื่นได้ที่สำคัญคือ ประเทศสมาชิกอาเซียนอาจได้รับผลกระทบจากการย้ายถิ่นของคนจีนเนื่องจากจีนกำลังประสบปัญหาขาดแคลนทรัพยากรต่างๆ จึงเป็นไปได้ที่นักลงทุนจากจีนจะรุกคืบเข้ามาใช้ประโยชน์จากที่ดินในลักษณะของ “นักแย่งยึดที่ดิน” (land grabbers) ในอาเซียนมากขึ้น

ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการรุกคืบของจีนในอาเซียน คือ การลงนามในเอกสารความร่วมมือระหว่าง สปป.ลาว กับจีน จำานวน 17 ฉบับ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 ซึ่งอาจสร้างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจได้สุดท้ายนี้ ต้องระลึกไว้เสมอว่า จีนนั้นไม่มีมิตรแท้และไม่มีศัตรูที่ถาวร สิ่งที่จีนคิดและทำขึ้นอยู่กับผลประโยชน์แทบทั้งสิ้น

ดังนั้น การตั้งรับการรุกคืบของจีนจึงควรยึดผลประโยชน์ของคนในชาติและในอาเซียนเป็นสำคัญ โดยวิธีการตั้งรับที่ดีที่สุด ก็คือ “การรู้เท่าทันจีน” ซึ่งไทยควรติดตามความคืบหน้าและประเมินผลกระทบการดำเนินงานของความริเริ่ม “Belt and Road” อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งกำหนดยุทธศาสตร์การค้าและการลงทุนเพื่อรองรับผลกระทบทั้งบวกและลบอย่างทันต่อสถานการณ์

บทความโดย
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ (ITD)


อ่านบทความทางธุรกิจที่น่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมได้ใน นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับ มกราคม 2561 ในรูปแบบ E-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 12 กุมภาพันธ์ 2561

View : 2,833




vdo

Forbes Thailand Forum 2018: The Next Tycoons

Update : 27 กรกฎาคม 2561

View : 406

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 235,277

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 70,224

3

ราคาทองคำไตรมาส 4 โอกาสลงมากกว่าขึ้น

Update : 19 พฤศจิกายน 2557

view : 37,285


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group