commentaries / INSIGHTS

สร้าง Smart Living เพื่อสังคมแสน Smart


“เทคโนโลยีจะดีแค่ไหนก็ไร้ค่า หากไม่ได้สร้างประโยชน์แก่มนุษยชาติ และจะดียิ่งขึ้นเมื่อนำไปใช้ส่งเสริมคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น”


แผนกเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติเผยแนวโน้มจำนวนประชากรโลกจะเพิ่มเป็น 9.8 พันล้านคนในปี 2593 และประชากรสูงอายุจะเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าเป็น 2.1 พันล้านคนในปีเดียวกัน โดยจำนวนประชากรและผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้นเป็นเรื่องที่นานาประเทศตื่นตัวและเตรียมสร้างต้นแบบ “Smart City” หรือ “เมืองอัจฉริยะ”


Smart City จะช่วยแก้ปัญหาอนาคตเมืองที่จะมีขนาดใหญ่ มีจำนวนประชากรอาศัยในเมืองมากขึ้น การบริหารจัดการซับซ้อนแต่ทรัพยากรมีจำกัด ซึ่งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้กับเมืองเพื่อเพิ่มความน่าอยู่ ล้วนมีเป้าหมายให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณะของเมืองอย่างเหมาะสม รวดเร็ว สะดวกสบาย ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น



จำนวนประชากรโลกจะเพิ่มเป็น 9.8 พันล้านคน และประชากรสูงอายุจะเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าเป็น 2.1 พันล้านคนในปี 2593 ทำให้การบริหารจัดการเมืองแบบ “เมืองอัจฉริยะ” มีความสำคัญ


สำหรับการทำเมืองอัจฉริยะจำเป็นต้องมีข้อมูลต่างๆ เชื่อมโยงถึงกันจึงจะพัฒนาระบบบริการให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในแต่ละพื้นที่ เพิ่มการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งแง่สุขภาพ ชีวิตความเป็นอยู่ทั่วไป สภาพแวดล้อมในชุมชน ระบบการขนส่ง ระบบการจัดการพลังงาน ระบบการดูแลสุขภาพของคนปกติ ผู้พิการ ผู้ป่วย และผู้สูงวัย การสร้างต้นแบบเมืองอัจฉริยะทั่วโลกมักเกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐภาคเอกชนซึ่งเป็นเจ้าของเทคโนโลยี นักวิชาการ นักวิจัย ตลอดจนประชาชนในพื้นที่

 


Data Science กับการสร้างฐานข้อมูลคนเมือง


สหรัฐอเมริกา ในยุคประธานาธิบดี Barack Obama มีนโยบายและระดมทุน 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จัดทำเรื่อง Smart Health ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ระดับประเทศ มีนักวิจัยเข้าร่วมมากมาย เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพและปรับปรุงการให้บริการดูแลสุขภาพของประชากร


เป็นที่มาของการเสนอแนวคิดต่อมลรัฐ Louisiana ให้พัฒนา โครงการ Urban Data Science (Smart City, Smart Home, Smart Health & Smart Living) เป็นการนำแนวคิดรวบรวมเชื่อมต่อข้อมูล Internet of Things :IoTs จากทุกอุปกรณ์ในชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล โดยมีคณะทำงานที่เรียกว่า “Louisiana Biomedical Research & Informatics Collaboratory” เป็นผู้รับผิดชอบโครงการเพื่อนำเสนอของบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ



โครงการ Urban Data Science ภายใต้นโยบาย Smart Health ยุคปธน. Barack Obama ของสหรัฐฯ จะเก็บข้อมูลบุคคลจากโรงพยาบาลรัฐและเอกชนเพื่อนำมาประมวลภาพรวมสุขภาพประชาชนในพื้นที่นั้นๆ


เงินทุนที่ได้รับนำไปสู่ความร่วมมือกับคณะทำงานขององค์กรอื่นๆ เพื่อสร้าง health data mart หรือรายงานประวัติซึ่งเป็นข้อมูลของโรงพยาบาลในการเก็บข้อมูลประชากรจากที่มีประมาณ 4.6 ล้านคน ได้ถึง 4.3 ล้านคน ความร่วมมือนี้เชื่อมต่อกับโรงพยาบาลได้ทั้งมลรัฐ ทั้งส่วนที่เป็นโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลรัฐ ทำให้ปัจจุบันมี hospital data และ medical data ซึ่งสำคัญมากต่อการใช้ตรวจวินิจฉัยโรคต่าง ๆ


ห้องปฏิบัติการวิจัยที่ Louisiana ได้ทำวิจัยด้านข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อชีวิตความเป็นอยู่อัจฉริยะ (Personal Data Intelligence Living) ซึ่ง living data เหมือนการวิเคราะห์ไปถึงรากเหง้าของปัญหา ตรวจสอบได้ว่าจากพฤติกรรมเช่นนี้ ทำให้มีโอกาสจะเกิดโรคแบบนี้ คือการใช้วิทยาศาสตร์ข้อมูล (data science) เชื่อมโยงเข้าไป

 


Data เพื่อแก้ปัญหาสังคม


การดำเนินการเช่นนี้ ต้องเชื่อมั่นในทีมพันธมิตรร่วมวิจัยเพื่อให้ได้ดัชนีบ่งชี้ระดับความมีสุขภาพดี ถ้าลักษณะออกมาแบบนี้ควรทำอย่างไรต่อ แก้ไขปัญหาด้วยการออกกำลังหรืออื่นใด โดยหวังว่าจากจุดเริ่มต้นจะต่อยอดออกไปให้ข้อมูลที่มีความถูกต้องแม่นยำมากขึ้น ซึ่งเป็นผลงานของ data science ที่นำมาใช้พัฒนาวิจัย ตั้งเป้าหมายภายในเวลา 5 ปี จะสามารถสร้าง index ของแต่ละบุคคลไปต่อยอดในข้อมูลของเมืองที่สามารถสร้างเป็นข้อมูลด้านสาธารณสุข



สมมติตามข้อมูลจากโครงการทำ index ได้ว่าสีนี้คืออะไร เช่น ถ้าพื้นที่ที่โชว์เป็นสีแดงทั้งหมด ก็อาจจะลงลึกเข้าไปดูเทียบกับข้อมูลอื่นๆ เช่น ระบบประปาในพื้นที่นั้นเป็นอย่างไร ปัญหามลพิษทางอากาศเป็นอย่างไร ซึ่งทำให้สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกันได้


ยกตัวอย่างเช่น พื้นที่บริเวณนี้พบประชาชนเป็นพยาธิตับมากก็อาจต้องไปทำงานร่วมกับผู้กำหนดนโยบาย หรือ หน่วยงานด้านปกครอง ว่าหมู่บ้านนี้ ตำบลนี้ จะต้องมีกิจกรรมอบรม แก้ไขเรื่องดังกล่าว โดยจะมีข้อมูลตรวจสอบย้อนกลับไปได้ถึงพฤติกรรมการบริโภคของคน สภาพแวดล้อมต่าง ๆ เป็นต้น มาเป็นฐานให้ทราบสาเหตุและเข้าไปดำเนินการแก้ไข

 


จาก Louisiana สู่ VISTEC


นอกจากงานวิจัยสร้างฐานข้อมูลดูแลสุขภาพของ Louisiana แล้ว ก็ได้นำความร่วมมือมาสู่ไทยระหว่าง สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) และ Louisiana Biomedical Research & Informatics Collaboratory ในโครงการ “The Urban Data Science Project” ซึ่งมี Smart Living เป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่ดำเนินการภายใต้กรอบความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนให้ดีขึ้น ถือเป็นจุดเริ่มของ Smart City



หากโครงการนี้สำเร็จจะมีประโยชน์ต่อสังคมและพฤติกรรมด้านสุขภาพของคนไทย ตั้งแต่ระดับบุคคลจนถึงระดับประเทศ เพราะข้อมูลที่เก็บมาจากสาขาต่างๆ เป็นข้อมูลแบบมีโครงสร้างและไม่ได้จัดโครงสร้างจำนวนมหาศาลที่ต้องนำองค์ความรู้ data science มาจัดการ ถ้าเป็นข้อมูลหมู่บ้าน คนอยู่ในบ้าน มีพ่อแม่ลูก อาจจะมีความสัมพันธ์ข้อมูลรูปแบบพฤติกรรมแต่ละครอบครัวแตกต่างกัน ขยายสู่ความแตกต่างของแต่ละหมู่บ้าน ตำบล อำเภอต่อๆ ไป


การดำเนินการของคณะวิจัยเป็นการนำข้อมูลที่ได้จาก IoTs ที่อนุญาตให้อุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงเซ็นเซอร์ที่เชื่อมต่อกันสื่อสารและโต้ตอบกับผู้อื่นได้โดยไม่ต้องรับความช่วยเหลือจากมนุษย์ภายใต้โปรโตคอลอินเทอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันใช้งานแพร่หลายเพื่อจัดการปัญหาต่างๆ เช่น home automation การขนส่ง และห่วงโซ่อุปทาน เป็นต้น ส่วนใหญ่มุ่งเน้นรูปแบบของ urban IoTs เพื่อการใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาด โดยนำเทคโนโลยีหลากหลายสาขามาปรับปรุงการดำเนินชีวิต การดูแลสุขภาพ และบริการสาธารณะให้ดีขึ้นในเมืองที่อยู่อาศัย ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลคลาวด์ และ IoTs คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการช่วงแรกเพื่อเก็บข้อมูลและสรุปรายงานประมาณ 1-2 ปี


เมื่อโครงการเล็กๆ สำเร็จจะขยายต่อไปสู่โครงการขนาดใหญ่ได้ กระทั่งอาจนำไปสู่แผนสุขภาพแห่งชาติยุค 4.0 ทั้งนี้ต้องขึ้นกับฝ่ายนโยบายจะนำไปต่อยอดอย่างไร

 


ศาสตราจารย์ ดร. โชคชัย เลี้ยงสุขสันต์
คณบดีสำนักวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC)


คลิกเพื่ออ่าน "สร้าง Smart Living เพื่อสังคมแสน Smart" ฉบับเต็ม จาก Forbes Thailand ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 ในรูปแบบ e-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 18 ธันวาคม 2560

View : 1,401




vdo

Forbes Thailand Forum 2018: The Next Tycoons

Update : 27 กรกฎาคม 2561

View : 1,020

Most Popular
1

Airbus A340-500 หายนะหลายหมื่นล้าน

Update : 27 มีนาคม 2558

view : 236,257

2

เพราะเป็น ‘เจนวาย’ จึงเจ็บปวด กลุ่มคนที่

Update : 11 พฤษภาคม 2560

view : 70,532

3

ราคาทองคำไตรมาส 4 โอกาสลงมากกว่าขึ้น

Update : 19 พฤศจิกายน 2557

view : 39,037


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group